10 นักเตะดังย้ายทีมจากกฎ

10 นักเตะดังย้ายทีมจากกฎ
Smm Sport

สนับสนุนเนื้อหา

ก่อนจะไปเข้าเรื่องกัน เราไปทำความรู้จักกับกฎ "บอสแมน" กันสักหน่อย!

กฎ "บอสแมน" คือ หากนักเตะคนใดที่หมดสัญญากับทีมต้นสังกัดแล้วนั้นจะสามารถย้ายทีมได้ทันทีโดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ และถ้าหากช่วงเวลา 6 เดือนก่อนอายุสัญญาจะหมดนั้น นักฟุตบอลจะสามารถเจรจาล่วงหน้าย้ายไปร่วมทีมใดก็ได้ โดยไม่มีความผิดใดๆ ทั้งสิ้น และนั่นจึงเป็นที่มาคร่าวๆ ของกฎ "บอสแมน" นั่นเอง หวังว่าคงจะเข้าใจกันนะ
 

 


โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้


 
เหตุผลที่เราหยิบเรื่องนี้เอามาพูดนั้นก็เพราะอยากให้ทุกคนได้รู้ถึงการย้ายทีมด้วยกฎ "บอสแมน" ของนักเตะดังตลอดช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเราจะหยิบยกมาใช้ชมกันประมาณ 10 คนด้วยกัน
 
โดยล่าสุดที่เราได้ทราบกันไปเมื่อเร็วๆ นี้ก็คือ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวยิงทีมชาติโปแลนด์ได้เซ็นสัญญาล่วงหน้าโอนสังกัดจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไปซบตักคู่แข่งล่าถ้วยแชมป์อย่าง บาเยิร์น มิวนิค แบบไม่มีค่าตัว สำหรับหลายๆ คนคงช็อกกับเรื่องราวดังกล่าวที่เกิดขึ้น เพราะนักเตะฝีเท้าระดับ เลวานดอฟสกี้ เนี่ยนะ! จะย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัว แถมยังย้ายไปอยู่กับคู่อริอย่าง "เสือเหลือง" อีกด้วย สำหรับผมแล้วมองว่า บาเยิร์น เหมือนถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง แต่อีกฟากนึง ดอร์ทมุนด์ นั้นเหมือนกับว่าหนี้ท่วมหัว และต้องโดนยึดทรัพย์สินทั้งหมดไป (ไม่รู้ว่าเกี่ยวอะไรกันรึเปล่านะ)
 
เอาล่ะ! อย่ารอช้าเราไปดูอีก 10 นักเตะที่ย้ายทีมด้วยกฎ "บอสแมน" กันเลยดีกว่า
 
10. สตีฟ แม็คมานามาน


 
 
แม็คมานามาน อยู่กับ "หงส์แดง" มานับ 10 ปีขึ้นชื่อว่าเป็นตำนานของสโมสร แต่เขาได้เซ็นสัญญา 5 ปีย้ายไปร่วมทีมเรอัล มาดริด ในปี 1999 แบบไม่มีค่าตัว หลังจากเขาได้ตัดสินใจไม่ต่อสัญญาใหม่กับ ลิเวอร์พูล ขณะเดียวกันในช่วงนั้นเองจะมีข้อเสนอจาก บาร์เซโลน่า, ลาซิโอ, อินเตอร์ มิลาน และยูเวนตุส ยื่นมาให้เขาเช่นกัน
 
ตอนอยู่กับ ลิเวอร์พูล นั้นหน้าที่ของเขาคือลากเลื้อยแนวริมเส้น แต่พอได้มาหวดแข้งในแดนกระทิงดุนั้นบทบาทของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นมิดฟิลด์ตัวรุก และก็สามารถทำมันได้ดีทีเดียว ซึ่งเขามีส่วนสำคัญอย่างมากที่ช่วยให้ "ราชันชุดขาว" นั้นคว้าแชมป์ลีก 2 สมัย, แชมป์ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ และแชมป์ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ อย่างละ 1 สมัย รวมถึงถ้วยใบยักษ์ในยุโรปอย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกด้วย ในปี 2000 ซึ่งในเกมนัดชิงนั้น แม็คมานามาน ยิงประตูได้อีกด้วย ซึ่งเป็นการเซ็นสัญญาดึงตัวมาฟรีๆ ที่คุ้มเอามากๆ ของ เรอัล มาดริด
 
9. เฮนริค ลาร์สสัน
 

 
ลาร์สสัน ตำนานดาวเตะของ กลาสโกว์ เซลติก เซ็นสัญญา 2 ปีย้ายจากแดนวิสกี้มาอยู่กับ บาร์เซโลน่า แบบไม่มีค่าตัวเมื่อปี 2004 และก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเจ้าตัวมีส่วนสำคัญอย่างมากพาทีมดังแห่งแคว้นกาตาลัน คว้าแชมป์ลา ลีกา ได้ 2 สมัย, สแปนิช ซูเปอร์ คัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างละ 1 สมัย ซึ่งในเกม "บิ๊กเอียร์" นั้น ลาร์สสัน นั้นถูกส่งลงสนามช่วงครึ่งหลัง และทำ 2 แอสซิสต์ ให้ "บาร์ซ่า" พลิกแซงเอาชนะ อาร์เซน่อล 2-1 คว้าแชมป์ไปครอง
 
8. มิชาเอล บัลลัค
 

 
ในปี 2006 บัลลัค อดีตดาวเตะทีมชาติเยอรมันทำเอา เรอัล มาดริด และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อกหักไปตามๆ กัน หลังนักเตะตัดสินใจเลือกมาอยู่กับ เชลซี แบบไม่มีค่าตัว ซึ่งในช่วงแรกนั้นเขามีปัญหาอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าทำให้ชีวิตของเขาไม่ค่อยมีความสุขนัก แต่พอในฤดูกาล 2007-08 สามารถพา เชลซี ทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ แต่โชคร้ายที่ต้องกินแห้ว เนื่องจากแพ้ในช่วงดวลจุดโทษ อย่างก็ตามเขาก็ถือได้ว่าเป็นผู้เล่นคนสำคัญของ เชลซี ในยุคนั้น
 
 
7. โซล แคมป์เบล



 
แคมป์เบล ถูกตราหน้าว่าเป็นคนทรยศต่อสโมสร ซึ่งตรงกับคำกล่าวในวงการฟุตบอลที่ว่า "จูดาส" เนื่องจากเจ้าตัวนั้นเป็นผู้เล่นที่มีความหมายต่อ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ อย่างมาก แต่ในปี 2001 เขากลับย้ายไปอยู่กับคู่อริร่วมกรุงลอนดอนอย่าง อาร์เซน่อล จึงทำให้เขาเป็นที่พูดถึงกันอย่างมากในช่วงนั้น แต่หลังจากย้ายมาอยู่ใน เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เขาก็ได้กลายเป็นคนสำคัญของทัพ "ปืนใหญ่" และสามารถพาทีมคว้าแชมป์ได้มากมาย อาทิ ถ้วย พรีเมียร์ลีก 2 สมัย และเอฟเอ คัพ 3 สมัย โดยในปี 2006 เกือบคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ด้วย แต่กลับถูก บาร์เซโลน่า พลิกแซงซิวแชมป์ไปในที่สุด
 
6. มาร์คุส บับเบิ้ล


 
 
บับเบิ้ล ย้ายจาก บาเยิร์น มิวนิค มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2000 แบบไม่มีค่าตัว ซึ่งตอนอยู่ที่ เยอรมัน นั้นเขาประจำการในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก แต่พอมาอยู่ที่ อังกฤษ นั้นเขาถูกจับไปเล่นในตำแหน่งแบ็กขวา และเขาก็ทำมันได้ดีจนได้ชื่อว่าเป็น 1 ในแบ็กขวาที่ดีที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ยุคนั้นเลย โดยผลงานของ บับเบิ้ล ตลอดช่วงปี 2000-04 นั้นสามารถพา "หงส์แดง" คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ, ยูฟ่า คัพ และ ลีก คัพ ได้อย่างละ 1 สมัย
 
5. เฟร์นานโด ยอเรนเต้
 

 
ยอเรนเต้ ก็เหมือนกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่ขึ้นว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดดาวยิงของยุโรป โดยเขาได้ย้ายจาก แอธเลติก บิลเบา มาอยู่กับ ยูเวนตุส เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านแบบไม่มีค่าตัว สำหรับ ยอเรนเต้ ในตอนแรกดูเหมือนว่าจะไม่มีอนาคตกับ "ไอ้ม้าลาย" เลย แต่พอมาใช้ช่วงหลังๆ เขากลับยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ และจับคู่กับ คาร์ลอส เตเวซ ได้อย่างสุดยอด และมีโอกาสด้วยที่จะพา "เบียงโคเนรี่" คว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ติดต่อกันเป็นสมัยที่ 3
 
4. แบรด ฟรีเดล
 

 
ฟรีเดล ได้รับอนุญาตให้ย้ายไปอยู่กับสโมสรใดก็ได้ เนื่องจาก ลิเวอร์พูล ในช่วงปี 2000 นั้น ซานเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์ นั้นเป็นผู้รักษาประตูมือ 1 ก่อนที่นายทวารเลือดมะกันจะย้ายไปอยู่กับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ในปีดังกล่าว และก็ได้กลายเป็นคนสำคัญของทีมตลอดช่วงปี 2000-08 ลงเฝ้าเสาไป 287 เกม (ยิงได้ด้วย 1 ประตู โดยยิงใส่ ชาร์ลตัน แอธเลติก ในปี 2004 ) จนกระทั่งได้ย้ายไปอยู่นายทวารคนสำคัญของ แอสตัน วิลล่า และท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในอีกไม่กี่ปีต่อมา
 
3. เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่
 

 
กัมบิอัสโซ่ เป็นนักเตะของ เรอัล มาดริด ในช่วงปี 2000-04 แต่เขาเองนั้นไม่ได้เป็นผู้เล่นตัวจริงของทีม ถึงแม้ว่าในปี 2003 โคล้ด มาเกเลเล่ จะย้ายไปอยู่กับ เชลซี แล้วก็ตาม แต่เขาเองก็ยังไม่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือกเบอร์ 1 ของทีมอยู่ดี จึงตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน ในปี 2004 จนตอนนนี้เขาได้เป็นบุคคลสำคัญของทัพ "งูใหญ่" ไปแล้ว โดยลงเล่นไปเกินกว่า 400 นัด พาทีมคว้า "สคูเด็ตโต้" ได้ 4 สมัย
 
2. โรแบร์โต้ บาจโจ้
 

 
บาจโจ้ สร้างผลงานเอาไว้อย่างยอดเยี่ยมกับ ยูเวนตุส เมื่อช่วงปี 1990-95 ก่อนย้ายไปอยู่กับ เอซี มิลาน แต่ทว่าโชคร้ายนักที่เขานั้นกลับถูก อาร์ริโก้ ซัคคี่ ดองยาวอยู่ที่ม้านั่งสำรอง ต่อไปก็ได้ย้ายไปอยู่กับ โบโลญญ่า แบบไม่มีค่าตัว และสามารถช่วยให้ทีมนั้นอยู่รอดบนเวทีกัลโช่ เซเรีย อา ได้ ด้วยการจบสูงถึงที่ 8 จาก 22 ประตูของเขา ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมของเขาทำให้ถูกเรียกตัวติดทัพ "อัซซูรี่" ลุยบอลโลกปี 1998 และจากนั้นก็ได้อยู่กับ อินเตอร์ มิลาน โดยเขายังได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ในสุดยอดดาวเตะชาวอิตาเลี่ยน
 
1. อันเดรีย ปีร์โล่
 

 
ปีร์โล่ ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่เล่นฟุตบอลได้สวยงามที่สุด แต่เรื่องของเขา ณ ตอนนี้ก็ยังเป็นที่สงสัยกันอยู่ว่าทำไมจู่ๆ เขาถึงย้ายจาก เอซี มิลาน มาอยู่กับ ยูเวนตุส เมื่อปี 2011 อย่างไรก็ตามเขาก็ยังได้รับการยอมรับว่ายังเป็น 1 ในมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดในยุโรป เขามีส่วนสำคัญอย่างมากที่ทำให้ "ม้าลาย" กลายเป็นสโมสรที่ดีที่สุดในอิตาลี ณ ตอนนี้

 

 
เรื่องโดย : HaMu