‘น้องเมย์' รัชนก อินทนนท์ แพ้วันนี้ เพื่อชนะในวันหน้า

‘น้องเมย์' รัชนก อินทนนท์ แพ้วันนี้ เพื่อชนะในวันหน้า

เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง สำหรับกองทัพลูกขนไก่จากสยามประเทศ ที่ต้องพลาดท่าพ่ายตกรอบทั้งหมดแล้ว ในมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ โอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 30 หรือที่เราเรียกขานกัน "ลอนดอนเกมส์"

โดยขุนพลลูกขนไก่ทีมชาติไทย ได้ผ่านเข้าร่วมสังฆกรรม 4 ประเภท คือ ชายเดี่ยว "ซูเปอร์แมน" บุญศักดิ์ พลสนะ, คู่ผสม "เต่า" สุดเขต ประภากมล กับ "ส้ม" ร.อ.หญิง สราลีย์ ทุ่งทองคำ, ชายคู่ "อาร์ต" บดินทร์ อิสระ กับ "เอ" มณีพงศ์ จงจิตร และหญิงเดี่ยว "น้องเมย์" รัชนก อินทนนท์

ซึ่งนักกีฬา 3 ประเภทหลังสามารถฝ่าฟันเข้าไปได้ถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ แต่ที่คนไทยเสียดายมากก็คงหนีไม่พ้น "น้องเมย์" รัชนก อินทนนท์ สาวน้อยวัย 17 ปี มือ 10 ของโลก ที่โอกาสเข้ารอบ 4 คนสุดท้าย มีแล้วแต่ก็แพ้ความเก๋าเกมของ หวัง ซิน มือ 2 ของโลก จากจีนไป อย่างได้ใจคนไทยทั้งประเทศ

หากใครได้ชมเกมการแข่งขันคู่ของ "น้องเมย์" รัชนก อินทนนท์ พบกับ หวัง ซิน เชื่อเหลือเกินว่าทุกคนจะหลงใหล และหลงรัก "น้องเมย์" ไปโดยปริยาย เพราะอะไรนะหรือ ก็เพราะว่า "น้องเมย์" ได้แสดงให้ทุกคนได้เห็นว่า ถึงแม้จะเป็นรองในทุกรูปแบบ แต่ก็พร้อมที่จะสู้แบบไม่ย่อท้อ จนสามารถพลิกล็อกชนะได้ในเกมแรกไปก่อน 21-17

ก่อนจะโดนนักตบจีนใช้ความเก๋าเกมเอาชนะไปได้ในเกมที่ 2 และ 3 (21-18, 21-14) ตามลำดับ แต่คนไทยที่เกาะติดอยู่หน้าจอก็ได้ลุ้นทุกแต้ม ทุกคะแนน ที่เล่นเลยทีเดียว

เชื่อว่าแฟนนานุแฟนวงการกีฬาคงจะมีแนวความคิดไม่ต่างไปจากผู้เขียนในความพ่ายแพ้ครั้งนี้ของ "น้องเมย์" คือ เป็นการแพ้ที่ชนะใจคนทั่วโลก และเป็นการแพ้ ที่รอชนะในวันข้างหน้า หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมผู้เขียนถึงมั่นใจเช่นนั้น ก็เป็นเพราะว่า โอลิมปิกครั้งนี้ เป็นครั้งแรกของเจ้าตัว

ด้วยวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น แต่ "น้องเมย์" ก็สามารถที่จะผ่านมือดีๆ ของโลกมาได้ นั้นบ่งบอกให้เห็นว่า "น้องเมย์" สามารถที่จะรองรับแรงกดดันในเวทีใหญ่ๆ ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย และฝีมือก็ไม่เป็นรองมือระดับโลกเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่ยังขาดประสบการณ์เท่านั้น

หากลองคิดข้ามไป 4 ปีข้างหน้า ที่ประเทศบราซิล จะเป็นเจ้าภาพ โอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 31 เวลานั้น "น้องเมย์" ก็จะอายุ 21 ปี ซึ่งก็เป็นวัยที่กำลังแข็งแกร่งกว่าทุกวันนี้แน่นอน ลองคิดดูสิว่าหากรักษาฟอร์มการเล่นเช่นนี้ได้ และไม่เกิดอาการบาดเจ็บอย่างหนัก "น้องเมย์" ก็จะต้องมีประสบการณ์มากขึ้น เมื่อทุกอย่างลงตัวมันจะน่ากลัวขนาดไหน แล้วใครเล่าจะหยุดยั้งแชมป์โลกเยาวชน 3 ปีซ้อนคนแรกของโลกคนนี้ได้

แต่สิ่งที่ผู้เขียนเชื่อว่าแฟนๆ อยากจะรู้เกี่ยวกับตัว "น้องเมย์" ในเวลานี้ก็คือ เป็นใครมาจากไหน เริ่มเข้าสู่แวดวงลูกขนไก่เมืองไทยได้อย่างไร และเป้าหมายต่อไปของเธอคืออะไรนับจากนี้ ? เมื่อเป็นเช่นนี้ก็อย่ารอช้าเดี๋ยวผู้เขียนจะสาธยายให้ได้รับเสพ เพราะเคยได้พูดคุยกับ "น้องเมย์" มาบ้างแล้วก่อนที่จะเดินทางไปแข่งขัน "ลอนดอนเกมส์"

‘น้องเมย์' รัชนก อินทนนท์ เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 เป็นชาวจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นบุตรสาวของ คุณพ่อวินัสชัย อินทนนท์ และคุณแม่คำผัน สุวรรณศาลา "น้องเมย์" เริ่มฝึกวิทยายุทธ์ลูกขนไก่อย่างจริงจังครั้งแรกด้วยวัยเพียง 5 ขวบเท่านั้น จากนั้น 2 ปี ก็ลงแข่งขันเป็นครั้งแรก และเริ่มพัฒนาฝีมือของตัวเองมาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถคว้าแชมป์ในการแข่งขัน "อุดรธานีโอเพ่น" หลังจากนั้นก็ครองแชมป์ในการแข่งขันรายการนี้มาตลอด

จากนั้น "น้องเมย์" ก็ได้เข้าสู่ทีมบ้านทองหยอด และเริ่มลงเก็บเกี่ยวประสบการณ์มากขึ้น ด้วยการลงแข่งแบบข้ามรุ่น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง ตามแนวทางของสังกัดที่ต้องการให้ "น้องเมย์" เป็นหนึ่งในวงการลูกขนไก่เมืองไทย และความปรารถนาของสังกัดก็เป็นจริง เมื่อ "น้องเมย์" ด้วยวัยเพียง 14 ปี ก็ก้าวขึ้นมาครองแชมป์ประเทศไทยได้อย่างสมศักดิ์ศรี และก็เป็นกำลังสำคัญของทีมชาติไทยจากนั้นเป็นต้นมา

โดยรายการแรกในนามทีมชาติไทย ครั้งแรกของ "น้องเมย์" คือการแข่งขันซีเกมส์ ที่สปป.ลาว ซึ่งครั้งนั้นเธอก็สามารถที่จะคว้าเหรียญเงินให้กับทีมได้ในประเภทบุคคลหญิง ซึ่งน้องบอกว่า "ครั้งที่ติดทีมชาติครั้งแรก เป็นอะไรที่ตื่นเต้นมาก และก็รู้สึกภูมิใจที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย"

เมื่ออายุ 14 ย่าง 15 ปี "น้องเมย์" ก็สามารถที่จะคว้าแชมป์เยาวชนโลกมาครองได้ จากนั้นก็คว้ามาได้ในอีก 2 ปีต่อมา ทำให้เธอกลายเป็นนักแบดมินตันหญิงคนแรกของโลก ที่สามารถคว้าแชมป์เยาวชนโลกได้ 3 สมัยซ้อน จนในปี พ.ศ. 2552 ทางสหพันธ์แบดมินตันโลกก็มอบรางวัลนักแบดมินตันดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีให้ "น้องเมย์" และเจ้าตัวก็ตั้งความหวังว่าจะเป็นนักแบดมินตันหญิงคนแรกที่คว้าแชมป์เยาวชนโลกได้ 5 สมัยติดต่อกัน

และด้วยวัยเพียง 17 ปี "น้องเมย์" ก็ก้าวขึ้นเป็นมืออันดับที่ 10 ของโลก และก็สามารถเข้าร่วมแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ได้อย่างไม่ต้องเหนื่อยเท่าใด ถึงแม้ 3 รายการหลังที่ต้องเก็บคะแนน "น้องเมย์" จะทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร

เมื่อเข้าสู่การแข่งขันจริง "น้องเมย์" ก็โชว์ผลงานได้ดีตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มด้วยการชนะนักตบจาก ศรีลังกา และโปรตุเกส ชนิดที่ว่าขาดลอย 2-0 เกม และรอบ 16 คนสุดท้าย "น้องเมย์" ก็เป็นที่จดจำของคนทั่วโลกมากขึ้น เมื่อสามารถพิชิต จูเลี่ยน เชงค์ มือ 6 ของโลก จากเยอรมนี ไปได้แบบขาดลอยอีกครั้ง แต่เมื่อเข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้าย "น้องเมย์" ก็สู้ความเก๋าของ หวัง ซิน ไม่ได้พ่ายไปอย่างน่าเจ็บใจ 1-2 เกม หยุดเส้นทางโอลิมปิกเพียงแค่รอบนี้

แต่สิ่งที่ทำให้ "น้องเมย์" ได้ใจแฟนขนไก่ทั่วโลกก็คือ ความมีใจสู้ และเป็นนักกีฬาที่มีสัมมาคารวะ ทุกครั้งที่จบเกมไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ "น้องเมย์" จะแสดงมารยาทแบบไทยด้วยการยกมือไหว้ขอบคุณแฟนๆ ไปทั่วสนาม สร้างความชื่นชอบต่อแฟนชาวต่างชาติไม่น้อย เมื่อฟังได้จากเสียงปรบมืออันกึกก้องหลังจบเกม

ถึงแม้ครั้งนี้ "น้องเมย์" จะพ่ายแพ้ แต่เธอก็พร้อมที่จะกลายเป็นผู้ชนะในวันข้างหน้าได้อย่างไม่ยากแน่นอน

เรื่องโดย "SuperBank"