ห้าห่วง มั่วหายห่วง!!

ห้าห่วง มั่วหายห่วง!!
Sport Radio

สนับสนุนเนื้อหา

หลายๆคนอาจจะลืมคำว่า มิตรภาพ ไปเพราะมัวใส่ใจอยู่กับคำว่า ชัยชนะ

มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติหรือโอลิมปิก 2012 ล่วงเลยเข้าสู่วันที่ 6 ของการแข่งขันแล้ว ซึ่งหลายๆ อย่างก็เป็นไปตามที่หลายๆ คนคาดไว้ นั่นก็คือมหาอำนาจของเอเชียรวมไปถึงของโลกอย่างประเทศจีน ก็เริ่มกอบโกยเหรียญทองจากกีฬาชนิดต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง จนคาดกันว่าจ้าวเหรียญทองใน ลอนดอนเกมส์ หนนี้ก็คงไม่หนีไปจากรั้วกำแพงเมืองจีนเป็นแน่

โดยกีฬาที่เป็นความหวังก็ไม่ค่อยจะพลาดให้เห็นนัก แถมยังมีกีฬาบางประเภทที่โผล่มาสร้างเซอร์ไพร์สคว้าเหรียญทองไปครองแบบหน้าตาเฉย เรียกได้ว่านับวันยิ่งแกร่งทั่วแผ่นจริงๆ สำหรับทัพนักกีฬาจากแดนมังกร

แต่การแข่งขันโอลิมปิกหนนี้สิ่งหนึ่งที่ "ต้นหิน" มองว่ามันทะแม่งๆ ยังไงชอบกล นั่นก็คือการปฏิบัติทั้งในและนอกสนามของเจ้าหน้าที่ คณะกรรมการ รวมไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่ปฏิบัติต่อนักกีฬา ตาดำ หัวดำ จากทวีปเอเชียแบบไม่ใส่ใจ ปล่อยปะละเลย ทั้งที่มหกรรมกีฬาหนนี้ชื่อก็บอกอยู่ว่าเป็นมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ

โดยความคิดของกระผมคิดนั้นหลายคนอาจจะมองว่าเป็นการคิดมากเกินไป แต่กระผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ในสายตาของชาวยุโรปเค้ามองชนชาวเอเชียแบบไหนกันแน่ ซึ่งจะว่าไปแล้วหลายๆ คนก็อาจจะพอรู้มาบ้างว่า ชนชาวเอเชียนั้นถูกพวกฝรั่งตาน้ำข้าว มองว่าเป็นลูกไล่มาโดยตลอดตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์

ซึ่งหากไม่สังเกตก็คงคิดว่าไม่มีอะไรสักหน่อย แต่เผอิญว่า "ต้นหิน" ดันทะลึ่งเป็นคนชอบแส่และช่างสังเกตอีกต่างหาก แถมยังมีจินตนาการแบบเว่อร์ๆ จนจับทุกอย่างมามัดรวมกันและเขียนออกมาเหมือนในสกู๊ปเรื่องนี้ โดยจุดประสงค์ในการร่ายบทความครั้งนี้ก็ไม่มีอะไรมาก

นอกจากการเช็กเรตติ้งของคนอื่นว่ามีใครคิดเหมือนกระผมบ้างหรือเปล่า โดยสิ่งที่กระผมคิด (ในแง่ลบ) ต่อกีฬา 5 ห่วงหนนี้ ซิลิบรัมสมองมันดันห้าวเป้งไปคิดว่า พวกฝรั่งหัวสลิ่มมันไม่ค่อยจะเคารพในความเป็นเอเชียของเราเอาซะเลย ทั้งที่พวกเราก็มีศักยภาพและจิตใจที่ประเสริฐกว่าพวกคอเคซอยด์เป็นไหนๆ

เจ้าภาพโชว์มึนตั้งแต่พิธีเปิดยังไม่เริ่ม โดยการขึ้นธงเกาหลีเหนือผิดกลายเป็นเกาหลีใต้ซะงั้น

โดยเหตุการณ์ชวนคิดมันมีขึ้นตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มพิธีเปิดโอลิมปิกอย่างเป็นทางการเลยด้วยซ้ำ ซึ่งในการแข่งขันฟุตบอลหญิงนัดแรกของรอบแรกคู่ของ เกาหลีเหนือ กับ โคลอมเบีย ฝ่ายจัดการแข่งขันก็ออกแนวป้ำๆ เป๋อๆ เป็นการประเดิม โดยการขึ้นกราฟฟิคธงชาติของ เกาหลีเหนือ ผิด และมิหนำซ้ำยังทะลึ่งบ้องนำธงชาติเกาหลีใต้ขึ้นมาโชว์หราซะอย่างงั้น

บทสรุปก็คือ นักเตะแม่เนื้ออ่อนเกาหลีเหนือออกอาการงอนตุ๊บป่องไม่ยอมลงทำการแข่งขัน และเจ้าหน้าที่โสมแดงก็แสดงความโกรธเคืองต่อกรณีดังกล่าว จึงทำให้การแข่งขันคู่นี้ต้องล่าช้าออกไป 1 ชั่วโมงด้วยกัน

อันนั้นคือเคสแรกที่หลายๆ คน คิดว่ามันคงไกลตัวเราเกินไปครับ ซึ่งถ้าท่านคิดแบบนั้น "ต้นหิน" จัดให้ เหตุการณ์ต่อมาเป็นการแข่งขันชกมวยสากลสมัครเล่น รุ่น 60 กก. ชายระหว่าง สายลม อาดี นักชกชาวไทย กับ คานี่ เซลลายอฟ นักชกคาซัคสถาน และถึงแม้ทั้งคู่จะมีศักดิ์เป็นเอเชียทั้งคู่

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากคนยุโรปจะเลือกหมั่นไส้ พี่ท่านก็คงจะหมั่นไส้นักชกจากแดนสยามแน่ๆ แถมยังมีเรื่องไม่ลงรอยกับองค์กรหลักก่อนทำการแข่งขันซะด้วย (ไม่ขอพูดละกัน) แหมมันช่างเก๋าจริงๆ ผลสรุปก็คือว่าประชาชนชาวไทยทั้งประเทศต้องพบเจอกับคำว่า ค้านสายตา อีกครั้งหลังจากที่คำๆ นี้วนเวียนป้วนเปี้ยนอยู่กับวงการกีฬาไทยมานาน

ซึ่งจะด้วยอะไรก็แล้วแต่การชกมวยที่เราๆ คุ้นชินกับคะแนนที่เห็นกันหน้าจอโทรทัศน์ กลับไม่ปรากฏในกีฬาห้าห่วงหนนี้ โดยฝ่ายจัดก็ชักแม่น้ำทั้ง 35 มาว่ากันแบบนู้น แบบนี้ ฟังแล้วละเหี่ยใจดีแท้ โดยไฟต์นี้ทั้งคู่เสมอกันไป 12-12 เลยต้องมานับคะแนนดิบกัน

ผลปรากฏว่า สายลม แพ้ไปแบบงงๆ ทั้งที่เอาเด็ก 3 ขวบมานั่งดูยังรู้เลยว่าใครควรจะชนะ แถมยิ่งเจ็บใจมากกว่าเมื่อมารู้ทีหลังว่า นักชกคาซัคสถานไม่สามารถเข้าไปชกในรอบต่อไปได้ครับเนื่องจากดั้งจมูกหัก

แพ้แบบน่ากังขาสำหรับ สายลม อาดี สังเกตหน้าตาผู้ชนะยังงงอยู่ด้วยซ้ำ!!

อีก 2 เหตุการณ์ที่ตอกย้ำความเขลาของคณะกรรมการให้คะแนนมวยเพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ โดยคู่แรกเป็นการชกรุ่นแบนตั้มเวทซึ่ง ซาโตชิ ชิมิซึ นักชกจากญี่ปุ่น แพ้คะแนนให้กับ มาโกเหม็ด อับดุลฮามิดอฟ นักมวยจากอาร์เซอร์ไบจันไป 22-17

ทั้งที่ในยกสุดท้ายกำปั้นแดนซามูไร ซึ่งมีคะแนนตามอยู่ 12-5 ไล่ต่อย มาโกเหม็ด ร่วงคาพื้นเวทีถึง 5 ครั้ง และยังได้เพิ่มอีก 2 คะแนนจากการทำผิดกติกาของคู่ชก แต่ผลการตัดสินก็ยังให้ มาโกเหม็ด ที่หมดสภาพจนต้องให้คนช่วยประคองลงสังเวียนชนะคะแนนไปท่ามกลางเสียงโห่ของผู้ชมในสนามนับหมื่นคน

แต่ในที่สุดการประท้วงทีมงานจากแดนอาทิตย์อุทัยก็เป็นผลจึงทำให้ ชิมิซึ ได้ผ่านเข้าไปชกในรอบต่อไป

ท่านเชื่อหรือไม่ ไฟต์นี้ ญี่ปุ่น ได้นับ 5 ครั้ง แต่แพ้หน้าตาเฉย ส่วนผู้ชนะ (น้ำเงิน) แทบกระอักเลือด

ส่วนการชกในรุ่นเฮฟวี่เวทก็มีปัญหาเช่นกัน เมื่อ อาลี มาซาเฮรี นักมวยอิหร่าน ถูกปรับแพ้ในยกที่ 2 ในการชกกับ โฮเซ่ โกเมซ นักมวยคิวบา หลังจากโดนกรรมการบนเวทีเตือนเรื่องการกอดคู่ชก 3 ครั้งและยุติการชกซะดื้อๆ โดยหลังจบการชกนักชกจากอิหร่านออกอาการเดือดจนแทบจะตะบันหน้ากรรมการและออกมาให้สัมภาษณ์ว่า

"ผมไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน ผมน่าจะชนะในการชกแต่โดนเตือนสามครั้งในหนึ่งนาที ทั้งที่ผมไม่ได้ทำอะไรผิด" นอกจากนี้ มีข้อพิพาทเกิดขึ้นอีกเมื่อ มาซาเฮรี่ ออกมาโวยว่าตนเองกลายเป็นเหยื่อของการดูหมิ่นทางศาสนา ในไฟต์นี้ด้วย

ส่วนนักชกอิหร่านรายนี้สุดงงเพราะโดนไล่ลงเอาดื้อๆ แถมมีข่าวว่าถูกดูหมิ่นทางศาสนาด้วย

ในขณะที่กีฬายอดฮิตอย่าง ฟุตบอล ก็เกิดเรื่องบัดซบออกมาเช่นเดียวกัน โดยเป็นเกมในรอบแรกที่ เกาหลีใต้ พบกับ สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเกมนี้ผลออกมาเป็นฝ่ายแข้งพลังโสมที่เอาชนะขุนพลแดนนาฬิกาไปได้ 2-1

แต่ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่า มีแข้งใจสุนัขของสวิตเซอร์แลนด์ 1 ตัว เอ๊ย 1 คน ชื่อว่า มิเชล มอร์กาเนลล่า ได้โพสต์ทวิตเตอร์หลังจากจบเกมดังกล่าวด้วยเนื้อหาการเหยียดเชื้อชาติ โดยเรียกแฟนบอลของ "โสมขาว" ว่าเป็นพวกมองโกลอยด์

และจวกว่าเกาหลีใต้จะต้องถูกเผาจนมอดไหม้ แม้เจ้าตัวจะจัดการลบบัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์ของตัวเอง ก่อนออกมาขอโทษทีมฟุตบอลเกาหลีใต้ แต่ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ก็ไล่ไอ้หมอนี่กลับไปนอนแคะสะดือที่บ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้วนขณะนี้

โฉมหน้าของ มิเชล มอร์กาเนลล่า (ขวา) ที่ทวิตเตอร์เหยียดเชื้อชาติชาวเกาหลีใต้ จนต้องถูกส่งกลับบ้าน

หลังจากที่อ่านเรื่องราวเหล่านี้แล้วอย่าคิดว่าจะหมดแต่เพียงเท่านี้นะครับ ยังมีอีกสำหรับพฤติกรรมน่ายี้ในการแข่งขันโอลิมปิกหนนี้ โดยเฉพาะที่เกิดกับชาวเอเชียตาดำๆ อย่างเรา โดยเราข้ามมาที่การแข่งขันกีฬาว่ายกันบ้าง ซึ่งจะว่าไปแล้วกีฬาชนิดนี้ถือเป็นกีฬาที่โกงกันแทบไม่ได้ครับ

แต่ชาติพี่เบิ้มอย่างอเมริกาก็สามารถทำให้มันเป็นเรื่องได้ หลังจากที่ทนเห็นความพ่ายแพ้ของนักกีฬาชาติตัวเองที่มีต่อสาวจีนวัย 16 ปีนามว่า เย่ ซือเหวิน ไม่ได้จึงออกแนวแพ้แล้วพาลตีโพยตีพาย ฟาดงวงฟาดงา หาว่าสาวน้อยแดนมังกรใช้สารกระตุ้น และพยายามใช้อำนาจบีบให้คณะกรรมการตรวจกระตุ้นในตัวเงือกสาวรายนี้

แต่คณะกก.โอลิมปิกสากลและสหพันธ์ว่ายน้ำฯ ไม่เล่นด้วยและยืนยันว่า เธอผ่านการตรวจหาสารกระตุ้นเรียบร้อยแล้ว แถมประธานสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ ยังบอกว่า "คนที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับความสามารถของนักว่ายน้ำจีน คงบ้าไปแล้ว ส่วนคนที่วิจารณ์เธอเป็นเพียงคนขี้อิจฉา เพราะจีนกำลังกลายเป็นมหาอำนาจในกีฬาว่ายน้ำ" ก็เรียกว่าหน้าแหกกันไปสำหรับอเมริกา

เย่ ซือเหวิน เจ้าของสถิติโลกว่ายน้ำวัย 16 ปีที่เป็นเป้าริษยาของหลายๆชาติฝั่งยุโรป

เหตุการณ์สุดท้ายไม่พูดคงไม่ได้เพราะมันกระทบกระเทือนจิตใจของกระผมซะเหลือเกิน สำหรับการแข่งขันฟันดาบ ประเภทเอเป้บุคคลหญิง รอบรองชนะเลิศ โดยเป็นการพบการระหว่าง ชิน อา-ลัม นักฟันดาบหญิงจากเกาหลีใต้ และ บริตต้า ไฮเดอมานน์ นักฟันดาบหญิงจากเยอรมนี

โดยในช่วงท้ายของการแข่งขันในขณะที่ทั้งคู่เสมอกันอยู่ 5-5 และเวลาได้หมดลงไปแล้ว แต่ผู้ตัดสินกลับตั้งเวลาใหม่ให้เหลือเวลาในการแข่งขัน 1 วินาที จนสุดท้าย ฝ่ายไฮเดมันน์ ชิงทำคะแนนได้ก่อนหมดเวลา ทำให้ชนะไป 6-5 คะแนนท่ามกลางเสียงโห่ของผู้ชม

ซึ่งผลการแข่งขันดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับทางสตาฟฟ์ทีมเกาหลีใต้ พร้อมกับทำการประท้วงต่อกรรมการ แต่ก็ไม่เป็นผล ขณะที่นักดาบสาวแดนกิมจิเองก็ถึงกับบ่อน้ำตาแตก และไม่ยอมออกจากสนาม ทำให้การแข่งขันฟันดาบคู่ต่อไปต้องล่าช้าไปกว่าโปรแกรมเดิมราว 70 นาที

ซึ่งในท้ายที่สุดคณะกรรมการก็ยังคงยืนยันผลการตัดสินเดิม แถมสหพันธ์ฟันดาบนานาชาติ (FIE) ยังหน้าด้านหน้าทนขอมอบรางวัลพิเศษเพื่อเป็นการปลอบใจให้กับนักดาบรายนี้ แต่ก็โดนตอกกลับมาซะหน้าหงายเงิบกันเลยทีเดียว เมื่อ ชิน อา ลัม ไม่ต้องการที่จะรับรางวัลดังกล่าวโดยมีบทสัมภาษณ์ที่ว่า

"ฉันเพิ่งได้ยินข่าวเรื่องนี้แต่มันไม่ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นเลยเพราะว่ามันไม่ใช่เหรียญโอลิมปิก ฉันจะไม่ยอมรับผลการแข่งขันเพราะว่าฉันเชื่อว่ามันคือความผิดพลาด"

ภาพนี้เชื่อว่าน่าจะเป็นภาพแห่งความทรงจำของ ลอนดอน เกมส์ 2012 กับ ชิน อา ลัม

เอาล่ะ สุดท้ายนี้ "ต้นหิน" แค่อยากจะบอกว่าที่เขียนมาทั้งหมดไม่ได้มีความโกรธแค้น (แค่เคือง) ต่อชาติฝั่งตะวันตกแต่อย่างใด แต่แค่อยากให้คนเอเชียรวมถึงคนไทยด้วย จงอย่าไปยอมให้ไอ้พวกฝรั่งขี้นกมันทำกับเราแบบนี้อีก และที่สำคัญนี่คือมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษย์ชาติ ที่ต้องการสร้างสัมพันธไมตรีแก่คนบนโลกเบี้ยวๆใบนี้ ซึ่งหลายๆ คนอาจจะลืมคำว่า มิตรภาพ ไปเพราะมัวใส่ใจอยู่กับคำว่า ชัยชนะ นั่นเอง

เรื่องโดย "ต้นหิน"