10 แข้งสุดคุ้มตลาดปีใหม่

10 แข้งสุดคุ้มตลาดปีใหม่
Smm Sport

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล : ตลาดซื้อขายในช่วงนี้เปรียบเสมือนการสอบซ่อม เพราะตัวผู้เล่นที่ซื้อมาในช่วงซัมเมอร์ อาจทำหน้าที่ได้ไม่เป็นสัปปะรด เลี้ยงเปลืองข้าวสุก เลยต้องมองหานักเตะหน้าใหม่ในช่วงฉุกละหุกอย่างปีใหม่นี่แหละ

10 แข้งสุดคุ้มตลาดปีใหม่

เหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 สัปดาห์แล้วนะครับที่ตลาดการซื้อขายผู้เล่นในทวีปยุโรปจะกลับมาให้แต่ละสโมสรได้จับจ่ายใช้สอยนักเตะที่หมายปองกันตามอัตภาพ โดยตลาดซื้อขายในช่วงนี้เปรียบเสมือนการสอบซ่อม เพราะตัวผู้เล่นที่ซื้อมาในช่วงซัมเมอร์อาจทำหน้าที่ได้ไม่เป็นสัปปะรด เลี้ยงเปลืองข้าวสุก เลยต้องมองหานักเตะหน้าใหม่ในช่วงฉุกละหุกอย่างปีใหม่นี่แหละ

วันนี้จะขอพาคุณผู้อ่านนั่งไทม์แมชชีนไปท้าวความว่าในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมา การซื้อขายผู้เล่นครั้งใดที่ถือว่าคุ้มค่าราคาเซลล์มากที่สุด โดยจะนับเฉพาะผู้เล่นที่ย้ายมาวาดลวดลายในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในช่วงต้นปี

10.เดวิด เบนท์ลี่ย์ จาก อาร์เซน่อล มา แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เมื่อปี 2006

กองกลางหน้าหยกวัย 29 ปีเคยได้รับขนานนามให้เป็น นิว เดวิด เบ็คแฮม ในขณะนั้น โดย เบนท์ลี่ย์ ได้จัดการย้ายจาก อาร์เซน่อล ทีมที่ปลุกปั้นเจ้าตัวขึ้นมาไปอยู่กับทีมที่พร้อมให้โอกาสลงสนามอย่าง แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ในรูปแบบยืมตัวเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2005 ก่อนถูก ปืนใหญ่ ตัดหางปล่อยเข้าสู่อ้อมอกทัพ กุหลาบไฟ แบบไร้ค่าตัว และสามารถพาสโมสรเล็กๆอย่าง แบล็คเบิร์น ไปลุยศึกยูฟ่า คัพ ในปีนั้นด้วย

อย่างไรก็ตามเหมือนโชคชะตาต้องการเล่นตลกกับ เบนท์ลี่ย์ เมื่อการย้าย กุหลาบไฟ ไปอยู่กับ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ เมื่อปี 2008 ถือเป็นการตัดสินใจที่เปลี่ยนอนาคต เบนท์ลี่ ไปอย่างสิ้นเชิง โดยเจ้าตัวระหกระเหินไปอยู่กับ เบอร์มิ่งแฮม ,รอสตอฟ และ เวสต์แฮม ในรูปแบบยืมตัว และกลายเป็นผู้เล่นไร้สังกัดอยู่ในเวลานี้

9.คลิ้นท์ เดมพ์ซี่ย์ จาก นิวอิงแลนด์ เรโวลูชั่น มาอยู่กับ ฟูแล่ม 2007

มิดฟิลด์อเมริกัน คือผู้เล่นที่โนเนมมากๆตอนย้ายจาก นิวอิงแลนด์ เรโวลูชั่น มาอยู่กับ ฟูแล่ม เมื่อช่วงต้นปี 2007 ด้วยค่าตัวเพียง 2 ล้านปอนด์ (100 ล้านบาท) เท่านั้น โดยหลังจากที่เจ้าตัวย้ายมาร่วมทัพ เจ้าสัวน้อย ก็เริ่มที่แสดงความคุ้มค่าให้เห็นด้วยการยิงประตูช่วยให้ ฟูแล่ม เอาชนะ ลิเวอร์พูล 1-0 เป็นการพาทีมรอดพ้นจากการตกชั้นด้วย

โดยเจ้าตัวอยู่กับ ฟูแล่ม เป็นเวลา 6 ฤดูกาล ลงสนามไปทั้งสิ้น 225 นัดยิงไป 60 ประตู ก่อนเนื้อหอมสุดๆเมื่อมีสโมสรมากมายที่รุมจ้องตาเป็นมัน ก่อนเป็น สเปอร์ส ที่คว้าตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 6 ล้านปอนด์ (300 ล้านบาท) ก่อนที่ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เจ้าตัวจะย้ายกลับไปเล่นในบ้านเกิดกับ ซีแอตเทิ่ล ซาวน์เดอร์ ในศึกเมเจอร์ลีก สหรัฐอเมริกา

8.มิเกล อาร์เตต้า จาก เรอัล โซเซียดาด มาอยู่กับ เอฟเวอร์ตัน เมื่อปี 2005

ห้องเครื่องชาวสแปนิช เดินทางข้ามฝากจากสโมสร เรอัล โซเซียดาด มาหากินในแดนผู้ดีกับ เอฟเวอร์ตัน เมื่อปี 2005 ด้วยรูปแบบยืมตัว ก่อนจะฉายแววส่องสว่างจนทำเอาพลพรรค ทอฟฟี่สีน้ำเงิน อดใจไม่ไหวต้องยอมเจียดเงิน 2 ล้านปอนด์ (100 ล้านบาท) คว้าตัวมาร่วมทีมเป็นการถาวร

และหลังจากนั้น อาร์ต ก็ไม่ทำให้เหล่าสาวก เอฟเวอร์โตเนี่ยน ผิดหวังเมื่อกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้ เอฟเวอร์ตัน ขึ้นไปโบยบินอยู่บนหัวตารางและมีลุ้นไปเตะฟุตบอลยุโรปแทบจะทุกฤดูกาล โดยฟอร์มการบงการเกมของ อาร์เตต้า ดันไปเข้าตาสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง อาร์เซน่อล ก่อนที่กองกลางเลือดกระทิงรายนี้จะเป็นสมบัติของ เดอะ กันเนอร์ส อย่างเป็นทางการเมื่อปี 2011 ด้วยค่าตัวพุ่งสูงถึง 10 ล้านปอนด์ (500 ล้านบาท) เลยทีเดียว

7.แดเนี่ยล สเตอร์ริด์ จาก เชลซี มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2013

กองหน้าขาแด๊นซ์เป็นเด็กฝึกหัดของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนจะเป็น เชลซี ที่เห็นแววยอดดาวยิงจึงจัดการคว้าตัวไปร่วมทัพ แต่จากการที่ในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ มีกองหน้าเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ส่งผลให้โอกาสในการลงสนามของ สเตอร์ริดจ์ น้อยลงไปในทันที

โดยในช่วงต้นปี 2013 ลิเวอร์พูล ได้จัดการเซ็นสัญญากับหัวหอกทีมชาติอังกฤษรายนี้ด้วยค่าตัว 12 ล้านปอนด์ (600 ล้านบาท) ซึ่งหากดูเฉพาะค่าตัวอาจจะสูงกว่าชาวบ้านชาวช่องในโหมดนี้ แต่ลองมองไปที่สถิติการยิงประตู สเตอร์ริดจ์ กดไปแล้วทั้งสิ้น 22 ประตูจากการลงสนาม 30 เกมให้กับ ลิเวอร์พูล และมีโอกาสสูงมากที่เจ้าตัวจะได้ไปลุยศึก เวิลด์คัพ 2014 กับทัพ สิงโตคำรามด้วย

6.บรานิสลาฟ อิวาโนวิช จาก โลโคโมทีพ มอสโก มาอยู่กับ เชลซี เมื่อปี 2008

เหยื่ออารมณ์ของ หลุยส์ ซัวเรซ นามว่า บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ณ ตอนนั้นยังไม่ค่อยมีคนรู้จักมากนัก เจ้าตัวย้ายมาอยู่กับ เชลซี เมื่อปี 2008 ด้วยค่าตัว 9.7 ล้านปอนด์ (485 ล้านบาท) ซึ่งหากมองจากราคาแล้วถือว่าสูงไม่น้อยกับกองหลังที่ยังไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์

แต่แล้ว อิวาโนวิช ก็ทำให้เงินจำนวนดังกล่าวกลายเป็นเพียงเศษเงินขึ้นมาทันทีเมื่อสามารถโชว์การเล่นได้อย่างแข็งแกร่งประหนึ่งภูผาหิน โดยกองหลังชาวเซิร์บรายนี้ นอกจากจะเล่นในตำแหน่งแบ็คขวาแล้วยังหุบตัวเองมาเล่นในตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟได้อย่างไร้ที่ติด้วย โดยถึงตอนนี้เจ้าตัวลงสนามในสีเสื้อ สิงโตน้ำเงินคราม ไปแล้วทั้งสิ้น 242 นัดยิงไป 23 ประตูด้วยกัน

5.คริสโตเฟอร์ แซมบ้า จาก แฮร์ธ่า เบอร์ลิน มาอยู่กับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เมื่อปี 2007

ปราการหลังยักษ์ขโมดชาวคองโกรายนี้เป็นใครไม่มีใครรู้จัก จุดเด่นอย่างเดียวของหมอนี่อาจจะเป็นคำว่า แซมบ้า ที่อยู่บนนามสกุล ทำให้หลายท่านเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนบราซิล โดยปราการหลังรายนี้ย้ายจาก แฮร์ธ่า เบอร์ลิน มาอยู่กับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เมื่อช่วงต้นปี 2007 โดยในช่วงแรกก็ แซมบ้า เหมือนกองหลังตัวใหญ่แข็งแกร่งดาดๆทั่วไปเท่านั้น

แต่พอนานๆไปเจ้าตัวเริ่มโชว์ฟอร์มการเล่นได้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยและเป็นแกนหลักของทีมได้อย่างสง่าผ่าเผย ก่อนที่ช่วงต้นปี 2012 ทัพ กุหลาบไฟ ก็ตัดสินใจขาย แซมบ้า เพื่อทำกำไรโดยได้ราคาถึง 18 ล้านปอนด์ (900 ล้านบาท) แถมยังรับค่าเหนื่อยแพงระยับถึง 1 แสนปอนด์ต่อสัปดาห์ด้วย ทั้งที่ แบล็คเบิร์น ไปคว้าตัวจาก แฮร์ธ่า เบอร์ลิน มาโดยราคาเบาๆเพียง 450,000 ปอนด์เท่านั้น (22.5 ล้านบาทเท่านั้น)

4.ปาทริซ เอวร่า จาก โมนาโก มาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2006

แบ็คซ้ายดีกรีทีมชาติฝรั่งเศส สร้างชื่อขึ้นมากับการลงเล่นให้กับ อาแอส โมนาโก แถมลงเล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศสไปแล้ว ซึ่งด้วยดีกรีดังกล่าวส่งผลให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมเซ็นเช็กจำนวน 5.5 ล้านปอนด์ (275 ล้านบาท) เพื่อคว้าตัวแบ็คจอมเติมรายนี้ไปทดแทน กาเบรียล อิวาน ไฮน์เซ่ เมื่อปี 2006

ซึ่ง เอวร่า ก็ม่ทำให้พลพรรค ปีศาจแดง ต้องผิดหวังเมื่อสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงภายในทีมได้เป็นการถาวร แถมยังสถาปนาตัวเองเป็นรองกัปตันทีมในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วย โดยปัจจุบันเจ้าตัวมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับ ปีศาจแดง มาแล้วถึง 5 สมัย บวกกับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีก 1 สมัยจากผลงานลงสนาม 356 นัดยิงไป 9 ประตูในสีเสื้อ เร้ด เดวิลส์

3.คริสตอฟ ดูการ์รี่ จาก บอร์กโดซ์ มาอยู่กับ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ เมื่อปี 2002

ดาวยิงจ้าวเวหา สัญญาชาติฝรั่งเศส ย้ายจาก บอร์กโดซ์ มาอยู่กับ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ เมื่อปี 2002 ด้วยรูปแบบการยืมตัว ซึ่งดูแล้วอาจจะแก่เกินไปแล้วสำหรับผู้เล่นที่เพิ่งย้ายมาเล่นในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แต่สำหรับ ดูการ์รี่ แล้วภารกิจของเขาคือการพาทีมหนีการตกชั้น และในปีนั้นแม้ว่าดาวยิงเฟร้นช์แมนจะตะบันได้เพียง 5 ประตูเท่านั้นแต่มันก็เพียงพอที่ทำให้ทัพ ตราลูกโลก รอดชีวิตอยู่ในลีกสูงสุดต่อไปในฤดูกาลนั้น

และเชื่อเหลือเกินว่า 5 ประตูที่ ดูการ์รี่ ทำได้น่าจะอยู่ในความทรงจำของเหล่าแฟนบอล เบอร์มิงแฮม ซิตี้ ทุกคนอย่างแน่นอน โดยเจ้าตัวประกาศเลิกเล่นไปตั้งแต่ปี 2005 โดยสโมสรสุดท้ายก็คือ กาตาร์ เอสซี สโมสรในลีกของประเทศกาตาร์

2.เนมันย่า วิดิช จาก สปาร์ตัก มอสโก มาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2005

ปราการหลังคนเหล็กจากแดนเซิร์บที่ย้ายข้ามน้ำข้ามทะเลจาก สปาร์ตัก มอสโก ในลีกรัสเซีย มาค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อปี 2005 ด้วยค่าตัว 7 ล้านปอนด์ (350 ล้านบาท) โดยในตอนนั้นต้องร่วมวงแย่งกับบรรดาทีมชั้นนำมากมายไม่ว่าจะเป็น เชลซี ลิเวอร์พูล รวมไปถึง อาร์เซน่อล

โดยหลังจากที่ เวอร์มิเนเตอร์ ย้ายมาค้าแข้งในแดนผู้ดี ฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวก็ดูแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จนสถาปนาตัวเองเป็นตัวหลักพร้อมยึดปลอกแขนกัปตันทีมมาครองได้ด้วย และแม้ว่าในเวลานี้เจ้าตัวจะยังมีอาการบาดเจ็บรบกวน แต่แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะอุ่นใจได้เสมอเมื่อมี วิดิช อยู่ในทีม

1.หลุยส์ ซัวเรซ จาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2011

กองหน้าสัญชาติอุรุกวัยย้ายจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 25 ล้านปอนด์ (1,250 ล้านบาท) เมื่อต้นปี 2011 พร้อมด้วยความหวังของบรรดา เดอะ ค็อป ทั้งหลายที่หวังว่าจะได้เห็นหัวหอกฟันเหยินรายนี้เข้ามารับภาระการสังหารประตูต่อจาก ไอ้คนทรยศ อย่าง เฟร์นานโด ตอร์เรส ที่สะบัดตูดหนีไปอยู่กับ เชลซี ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน

อย่างไรก็ตามถึงเวลานี้ทุกคนก็คงรู้จักสรรพคุณของ คิงหลุยส์ กันไปแล้ว ผลงานการตะบัน 68 ประตูจากการลงสนาม 108 นัดการันตีความคุ้มค่าของกองหน้าฟันเหยินรายนี้ได้เป็นอย่างดี

ต้นหิน