ไม่เวิร์ค!! ถึงเวลาปฏิรูปทีมชาติไทยแบบจริงจัง

ไม่เวิร์ค!! ถึงเวลาปฏิรูปทีมชาติไทยแบบจริงจัง
Smm Sport

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากที่ผมได้เข้าไปดูทีมชาติไทยในเกมพบกับอิหร่านนัดล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา ในศึกฟุตบอลเอเชี่ยนคัพ 2015 รอบคัดเลือก

ซึ่งผมเข้าไปชมเกมในฐานะแฟนบอล นั่งอยู่อัฒจันทร์ฝั่งไมีมีหลังคากับเพื่อนของผมอีก 2 คน และเมื่อเกมจบลงเราแพ้คาบ้าน 0-3 มีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นในหัวของผมคือ ถึงเวลาหรือยังที่ต้องปฏิรูปทีมชาติไทยเสียที

ความพ่ายแพ้ติดต่อกันในศึกเอเชี่ยน คัพ 2015 รอบคัดเลือก กลุ่มบี ถึง 4 นัด ไม่มีสักคะแนนเดียว หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เราต้องอยู่ร่วมสายกับบรรดาทีมจากโซนอาหรับ แต่ถามว่ามันเป็นไปได้เหรอ 4 นัดไม่มีสักคะแนน แพ้รวด ผมว่ามันเป็นความล้มเหลวที่สุดแสนจะรับได้สำหรับผมในฐานะแฟนบอลไทยคนนึง


 
หลังจากหมดยุคของ ไบรอัน ร็อบสัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นอีกยุคที่ทีมชาติไทยตกต่ำสุดๆ จนเปลี่ยนถ่ายมาเป็น "วินนี่" วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือจากเมืองเบียร์ผู้มากประสบการณ์ในเวทีระดับโลกทั้งบอลโลก บอลลีกใหญ่ในยุโรปอย่างบุนเดสลีกา เข้ามารับงานคุมบังเหียนทีมช้างศึก

ทุกอย่างดูดี แฟนบอลตื่นเต้น และเข้ามารับงานครั้งแรกก็ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในการคัดเลือกบอลโลก ด้วยการชนะ ปาเลสไตน์ ในรอบแรก และการทำผลงานได้ดีในรอบแบ่งกลุ่ม โดยเฉพาะ 3 เกมแรก ที่เราบุกไปแพ้ ออสเตรเลีย 1-2 ที่ถึงแม้จะแพ้แต่ทีมชาติไทยเล่นได้แบบสุดยอด ได้ใจคนดูมากๆ ในเกมนั้น

จนทำให้กระแสของทีมชาติไทยกลับมาคึกคักและฟีเวอร์อีกครั้ง หลังจากนั้นเราก็กลับมาเล่นในบ้านเอาชนะ โอมาน 3-0 เรียกได้ว่าเป็นฟอร์มที่ยอดเยี่ยมที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมาก็ว่าได้ ตอนนั้นต้องบอกว่ากระแสทีมชาติไทยมาสุดๆ ต่อด้วยเกมนัดที่ 3 เราเสมอกับ ซาอุดิอาระเบีย ในบ้าน 0-0 อาจจะผิดหวังเล็กน้อยที่ไม่ชนะ แต่ก็ถือว่าเป็นผลงานที่น่าพอใจ


 
ตอนนั้นไม่เฉพาะผลงานจะดีเท่านั้น รูปแบบการเล่น สไตล์การคุมทีมของ "วินนี่" ก็ทำให้ทีมชาติไทยของเราดูดีขึ้นแบบผิดหูผิดตา การต่อบอลที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน การเข้าทำที่หลากหลาย ตัวผู้เล่นที่เรียกมาก็ไม่ใช่หน้าเดิมๆ แต่สุดท้ายเราก็ไปไม่ถึงฝั่งฝันในบอลโลกรอบคัดเลือก แต่แฟนบอลส่วนใหญ่เริ่มจะเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นของทีมชาติไทย
 
ต่อด้วยปีที่ผ่านมา ในการแข่งขันซูซูกิ คัพ หรือศึกชิงแชมป์อาเซียน ที่สุดท้ายแล้วเราทำได้แค่รองแชมป์ด้วยการพ่ายสิงคโปร์ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งนั่นเองอาจจะเป็นจุดหักเหของทีมชาติไทย เนื่องจากไม่สามารถคว้าแชมป์มาครองได้ อีกครั้งความสัมพันธ์ของกุนซือผมขาวกับสมาคมฯ ก็เริ่มจะสั่นคลอน เนื่องจาก "วินนี่" แม้จะทำผลงานได้ดีกับทีมแต่ก็ไม่มีความสำเร็จติดไม้ติดมือให้เห็นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน
 
หลังจบทัวร์นาเมนท์ซูซูกิ คัพ ทีมชาติไทยของเราก็มีโปรแกรมลุยศึกเอเชี่ยน คัพ ต่อทันที ซึ่งทางสมาคมก็ยังให้โอกาส "วินนี่" ได้แก้ตัวอีกครั้ง แต่ด้วยเหตุผลกลได้มิทราบได้ นักเตะทีมชาติไทยของเราในสองเกมแรกที่เจอกับ คูเวต และไปเยือนเลบานอน มันช่างพิกลพิการ ไม่มีแกนหลักที่ไว้ใจได้ ต้องไปเรียกแข้งดาวรุ่งมาติดทีม และเราก็แพ้แบบเละเทะทั้งสองนัด และนัดก็เป็นเกมสุดท้ายของ "วินนี่" กับทีมชาติไทย


 
หลังจากนั้นทีมชาติไทยของเราก็เงียบหายไปนาน ไม่มีโปรแกรมแข่งขันอะไรทั้งสิ้น ชาติอื่นเขาเตะฟีฟ่าเดย์กันตูมๆ แต่เราไม่สนยังคงเตะไทยลีกกันต่อไป หนำซ้ำช่วงปิดเลกเชิญทีมอย่าง บาร์ซ่า และลิเวอร์พูล มาเตะกับทีมชาติไทย แต่ก็เลือกที่จะใช้ชุดซีเกมส์เตะ ก็เลยทำให้ทีมชาติชุดใหญ่กลายเป็นสูญญากาศ ไม่มีโค้ช ไม่มีนักเตะ ไม่มีโปรแกรมแข่งขัน
 
จนกระทั่งถึงเวลาที่เราจะต้องลงเตะเอเชี่ยนคัพ นัดที่ 3 ซึ่งจะต้องไปเยือน อิหร่าน ตอนแรกก็จะเอาซีเกมส์ไปเตะ คิดไปคิดมาไม่เอาดีกว่า ก็ไปเลือก "โค้ชง้วน" สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ กุนซือทีมชัยนาทมาทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชนิดที่เรียกว่า "โค้ชง้วน" เองก้ยังมึนๆ อยู่ไม่น้อยกับหน้าที่ใหม่ของตัวเอง และบอกตามตรงผมก็งงๆ และมึนๆ กับทีมชาติไทยชุดนี้พอสมควร
 
แน่นอน "โค้ชง้วน" เข้ามาก็ย่อมมีอำนาจหน้าที่ในการตัดสินใจเรื่องตัวผู้เล่น จะเลือกใครยังไงก็สุดแท้แต่ สุดท้ายก็เรียกนักเตะที่ทำผลงานได้ดีกับต้นสังกัดเป็นหลัก โดยมีแข้งชัยนาทพาเหรดติดทีมมาอื้อ แต่ก็ว่าไม่ได้เพราะเลือกเขามาเป็นโค้ชแล้วก็ต้องให้โอกาส เกมแรกในการบุกไปเยือน อิหร่าน ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรบุกไปแพ้ 2-1 ชนิดที่เรียกว่ารูปเกมทำได้ดีเลยทีเดียว และได้เห็นศักยภาพของนักเตะหน้าใหม่หลายๆ คน


 
แต่สุดท้ายพอกลับมาเล่นในบ้านเมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา ทำไมเรากลับเล่นไม่ดีเหมือนเกมแรก แพ้เละเทะคาบ้าน 0-3 แทบจะตกรอบแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ และนั่นก็แสดงให้เห็นว่ามันไม่เวิร์ค ไม่เวิร์คจริงๆ ทำไมทีมชาติไทยต้องอยู่ในวังวนแบบนี้ด้วย วังวนที่ว่าก็คือ ถึงโปรแกรมเตะทีก็รวมตัวกันที ซึ่งจริงๆ ไม่ผิด ในการที่ถึงเวลาเตะทีก็รวมตัวกันที ชาติอื่นเขาก็ทำกันแบบนี้
 
แต่ของเรามันคือมีโปรแกรมเตะจริงทีถึงจะรวมกันที เตะอุ่นเครื่องหรือฟีฟ่าเดย์แทบไม่รู้จักสำหรับนักเตะทีมชาติไทย และนักเตะที่เรียก ผมบอกเลยว่ามันยังไม่ใช่นักเตะที่ดีที่สุด ทำไมทีมชาติไทยจะต้องตกเป็นตัวประกัน แฟนบอลไทยจะต้องเชียร์ทีมชาติไทยที่มันไม่เห็นการพัฒนาอยู่แบบนี้ ย่ำอยู่กับที่หรือบางทีอาจจะเดินถอยหลังด้วยซ้ำไป
 
มันถึงเวลาแล้วครับที่ทีมชาติไทยของแฟนบอลชาวไทยทั้งประเทศ จะต้องเกิดการปฏิรูปและบูรณาการกันแบบจริงๆ จังๆ สักที ให้มันเป็นทีมชาติไทยที่เมื่อถึงเวลาที่จะต้อลงสนาม ถึงเวลาที่แข่งขัน แล้วแฟนบอลอยากเสียตังค์เข้าไปดู ไม่ใช่รอบัตรฟรี หรือดูถ่ายทอดสดเหมือนทุกวันนี้ ที่ผ่านมาผมมักจะพูดถึงแฟนบอลมาตลอดว่าถ้าอยากเห็นทีมชาติไทยชนะคุณต้องไปทำหน้าที่ของคุณในสนามคือเชียร์ให้กำลังใจนักเตะ


 
แต่ถึงวันนี้ความคิดของผมมันเปลี่ยนไปว่าหากเข้าไปเชียร์แล้วทีมแพ้ แพ้ แพ้ แพ้ อยู่อย่างนี้ ไม่เห็นการพัฒนาเพื่อก้าวไปสู่สากล เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ บางทีคนเป็นแฟนบอลก็ท้อเหมือนกันน่ะครับ เอาเป็นว่าหลังจากจบเกมกับคูเวตในวันที่ 19 พ.ย.ทางด้าน "โค้ชง้วน" ออกมาแสดงสปิริตแล้วว่าจะไม่รับหน้าที่คุมทีมชาติไทยต่อ

ผมหวังว่าปีพุทธศักราชใหม่ 2557 ทีมชาติไทยจะเกิดการเปลี่ยนแปลง และเป็นทีมชาติไทยที่แฟนบอลอยากจะเข้าไปเชียร์ในสนามในทุกนัดที่ทีมชาติไทยลงแข่งขันก็แล้วกัน
 


เรื่องโดย : ชิชาริเต่า