วอลเลย์บอลหญิงไทยไม่เคยหยุดยิ้มและต่อสู้

วอลเลย์บอลหญิงไทยไม่เคยหยุดยิ้มและต่อสู้
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

ศึกวอลเลย์บอลหญิง เวิลด์ แกรนด์ แชมเปียนส์คัพ 2013 ที่ประเทศญี่ปุ่น ถ้าเปรียบเทียบกับฟุตบอล ก็น่าจะยิ่งใหญ่พอๆกับฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเลยทีเดียว

ในเว็บไซต์ http://www.fivb.org/ เว็บไซต์วอลเลย์บอลของโลก ได้พูดถึงทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยว่า สาวไทยไม่เคยหยุดยิ้มและต่อสู้ หลังจบเกมที่แพ้ญี่ปุ่นไป 0-3 เซต

ทีมนักตบสาวไทยยังคงต้องหาชัยชนะต่อไปในรายการนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่เคยพรากรอยยิ้มและใบหน้าที่มีความสุขของนักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยไปได้เลย

'โค้ชอ๊อด' เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร

'โค้ชอ๊อด' เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอนของวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ได้เปิดเผยว่า เมื่อทีมของเราลงเล่น เราจะยิ้ม แต่เรากำลังต่อสู้ไม่ใช่ยอมแพ้ ผู้ใหญ่เคยบอกเราว่าจงมีรอยยิ้มและมีความสุขในสิ่งที่คุณทำ ประเทศไทยเป็นเมืองแห่งรอยยิ้ม ถ้าคุณไปเมืองไทยคุณจะเห็นรอยยิ้มที่มีทุกที่ ไม่ใช่มีเพียงทีมวอลเลย์บอลของผมเท่านั้น

'โค้ชอ๊อด' ยังให้เหตุผลอีกว่า รอยยิ้มเป็นสิ่งที่ดีสำหรับทีมและทำให้สนุกกับการเล่น รอยยิ้มไม่ได้เป็นสัญญาณแห่งความอ่อนแอ แต่เป็นวิธีการที่ให้อภัยกับเพื่อนร่วมทีม ถึงแม้เราจะเจอทีมที่แข็งแกร่งอย่างบราซิล อเมริกา หรือญี่ปุ่น และเรายิ้มเพื่อให้อภัยความผิดพลาดในเกมการแข่งขัน

วอลเลย์บอลเข้ามาประเทศไทยเป็นเวลากว่า 50 ปีมาแล้ว เป้าหมายแรกในตอนนั้นคือ เราจะเป็นที่หนึ่งในอาเซียนและติดหนึ่งในสิบของเอเชีย ในปี 2001 เราเป็นอันดับสามของเอเชียและสามารถชนะญี่ปุ่นได้เป็นครั้งแรก

วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ทีมขวัญใจชาวไทย

ความสำเร็จที่ผ่านมาทำให้สื่อและแฟนวอลเลย์บอลในไทย หันมาสนใจวอลเลย์บอลมากขึ้น พวกเขาทุกคนรักเราไม่ว่าเราจะชนะหรือแพ้ก็ตาม แฟนๆเป็นเหมือนครอบครัวของเราเขารักและภาคภูมิใจในทีมงานของเรา

"ความนิยมในกีฬาวอลเลย์บอลผมว่าเป็นรองแค่ฟุตบอลเท่านั้นนะ" 'โค้ชอ๊อด' กล่าวปิดท้าย

เมื่อเห็นบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้แล้ว ผมไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมคนไทยถึงหลงรักทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย

ภาพจาก http://www.fivb.org/

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!