ขอให้ผม...คิดผิด

ขอให้ผม...คิดผิด

วันเวลาผ่านไป ไวเหมือนโกหก เพิ่งฉลองเหรียญทองของ สมจิตร จงจอหอ กับ ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล อยู่แหม็บๆ กีฬาโอลิมปิก ก็เวียนมาอีกแล้ว

เพราะว่า นับจากวันนี้ (จันทร์ที่ 23 ก.ค.) ก็จะเหลืออีกเพียงแค่ 5 วันเท่านั้น กีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2012 หรือ "ลอนดอนเกมส์" มหกรรมการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติ ก็จะเริ่มขึ้น

นับตั้งแต่กีฬาโอลิมปิก ที่แอตแลนตา ประเทศสหรัฐ เมื่อปี 1996 ซึ่งเป็นโอลิมปิกหนแรก ที่ทัพนักกีฬาไทย คว้าเหรียญทองมาเชยชมได้เป็นผลสำเร็จ จากฝืมือของ "เจ้าบาส" สมรักษ์ คำสิงห์ ในกีฬาโอลิมปิก ฤดูร้อน อีก 3 ครั้งต่อมา แฟนกีฬาชาวไทย ได้ชื่นชมกับผลงาน "เหรียญทอง" ของนักกีฬาไทยโดยตลอด

ปี 2000 ที่ซิดนีย์ เราได้เฮกับ วิจารณ์ พลฤทธิ์, ปี 2004 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เราได้มา 3 เหรียญทองจาก "เจ้าเติ้ล" มนัส บุญจำนงค์, "น้องอร" อุดมพร พลศักดิ์ และ "น้องไก่" ปวีณา ทองสุก ส่วนครั้งล่าสุดที่ปักกิ่ง ก็ได้มาอีก 2 เหรียญทอง จาก "ผมเจ็บมาเยอะ" สมจิตร กับ น้องเก๋-ประภาวดี

แต่สำหรับ "ลอนดอนเกมส์" ที่ใกล้จะเริ่มบรรเลงในอีกไม่กี่เพลา ในฐานะที่ผมเป็น "หนึ่งในประวัติศาสตร์" ของสื่อมวลชน ที่ได้ไปเฮกับ เหรียญทองแรกของไทย ที่แอตแลนตา บอกตามตรงเลยครับว่า รู้สึก "กังวล" และ "เสียว" ว่า อาจจะไม่มีโอกาสได้ฟังเสียงเพลงชาติไทย ในโอลิมปิก ครั้งนี้

เนื่องจากว่า ตลอดเวลาที่ติดตามข่าวการเตรียมตัว และฝึกซ้อมของนักกีฬาไทย ชุดบุกกรุงลอนดอนแล้ว ไม่ใช่แค่ผมหรอกครับ ที่จะอดรู้สึก "ไม่มั่นใจ" แต่เป็นเพราะว่า ขนาดสมาคมกีฬา ที่สร้างผลงานให้กับทีมกีฬาไทยมาอย่างต่อเนื่อง ในโอลิมปิก 4 ครั้งหลังสุดอย่าง มวยสากลสมัครเล่น และ ยกน้ำหนัก ก็ยังไม่กล้า "ประกาศ" ต่อสาธารณชนเลยว่า...เรามีหวัง

ผมจำได้ ปี 1996 ที่แอตแลนตา สมาคมมวยสากลสมัครเล่น ภายใต้การนำทีมของพลเอกเชษฐา ฐานะจาโร นายกสมาคม และ พันเอก (ยศตอนนั้น) ทวีป จันทรโรจน์ ประกาศอย่างมั่นอกมั่นใจ ภายหลังจากที่มีการเตรียมตัวเป็นอย่างดีว่า จะทำให้ แฟนกีฬาชาวไทยได้ "สมหวัง" และก็ทำได้จริงๆ

ปี 2000 ที่ซิดนีย์ สมาคมมวยสากลสมัครเล่นฯ ยืนยันหนักแน่น ก่อนเดินทางไปสู้ศึกว่า มี "เหรียญทอง" มาฝากแฟนๆ กีฬาชาวไทยอีกแน่ และก็ทำได้จริงๆ

ปี 2004 ทีมมวย ก็ยืนยันอย่างมั่นใจว่า ทำได้อีกชัวร์ และก็ทำได้ แต่ที่ "สะแด่วแห้ว" ก็คือ ทีมยกน้ำหนัก ที่ไปแบบมี "ตัวเต็ง" ด้วยถึง 2 คน และก็ทำได้สำเร็จจริงๆ อย่างที่ประกาศความมั่นใจเอาไว้ก่อนแข่ง

หรือที่ ปักกิ่ง เมื่อ 4 ปีก่อน ทั้งทีมมวย และทีมยกน้ำหนัก ก็ยืนยันเป็นมั่นเหมาะก่อนไปว่า มีเหรียญทองแน่ๆ เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพของนักกีฬา ตลอดจนการเตรียมตัวที่ดี ซึ่งก็ไม่ทำให้แฟนๆ กีฬาชาวไทยต้องผิดหวัง

แต่สำหรับโอลิมปิก ที่ลอนดอน ตลอดเวลาที่ติดตามการเตรียมตัวของแต่ละสมาคมกีฬา ที่ได้สิทธิไปชิงชัย ผมยังไม่เคยได้ยิน หรือได้ฟัง สมาคมกีฬาใดๆ "กล้า" ออกมายืนยัน หรือ ให้คำมั่น หรือจะเรียกว่า ให้ความหวัง กับแฟนๆ กีฬาชาวไทยเลยว่า จะเอา "เหรียญทอง" มาฝากพี่น้องชาวไทย

จะได้ยินบ้างก็แค่ "จะเอาเหรียญมาฝาก" หรือไม่ก็

"จะไม่ทำให้แฟนๆ กีฬาชาวไทยต้อง ผิดหวัง"

ทีมมวยสากลสมัครเล่น ผ่านไปลุยศึกครั้งนี้แค่ 3 คน และเป็น 3 คน ที่ดูจะไม่มีใครเลยที่ "โดดเด่น" แบบ "เข้าตากองเชียร์" เหมือนใน 4 หนที่ผ่านมา

เช่นเดียวกับทีมยกลูกเหล็ก ที่ก็ไม่มีนักยกลูกเหล็กคนไหน โดดเด่น จนคู่ต่อสู้ต้อง "หลบ" ให้ เหมือนตอนที่ ทีมยกลูกเหล็กจีน หลบให้กับ อุมาพร, ปวีณา หรือ ประภาวดี ใน 2 ครั้งหลังสุด

การบาดเจ็บของ "เจ้าแม็กซ์" ชัชวาล ขาวละออ ที่ถือเป็นนักเทควันโดแถวหน้าของโลกในรุ่นของเขา ทำให้ทีมเทควันโด ที่เคยแอบหวังลึกๆ กับ "ชัชวาล" ว่าจะสร้างประวัติศาสตร์ให้กับสมาคม แบบขึ้นบันไดทีละขั้น หลัง 2 ครั้งก่อน คว้าเหรียญบรอนซ์ (จากน้องวิว-เยาวภา) ตามด้วยเหรียญเงิน (จากน้องสอง-บุตรี) ต้องลุ้นกันเหนื่อยสุดๆ แน่ กับ 3 จอมเตะ ที่ได้สิทธิไปลุยศึกลอนดอนเกมส์

ทีมแบดมินตัน ที่ได้ควอลิฟายหลายคน ข่าวว่า แอบหวังลึกๆ กับการได้เหรียญรางวัล จากประเภทคู่ ทั้งชายคู่ และ คู่ผสม แต่เหรียญรางวัลที่ว่า ยังไงก็ไม่น่าจะใช่ "เหรียญทอง"

ทีมกีฬาอื่นๆ ที่เหลือ อีก 12 ชนิดกีฬา ยังไงก็คงเป็นการ "ยาก" มากที่จะประสบความสำเร็จ ถึงขั้นได้เหรียญรางวัล ไม่ว่าจะเป็น ทีมยิงปืน หรือทีมวินด์เซิร์ฟ ที่แอบตั้งความหวัง "เล็กๆ" เอาไว้

นอกนั้นแล้ว คือการไปเพื่อมีส่วนรวมกับการแข่งขัน และ หาประสบการณ์

เมื่อแต่ละทีมกีฬา ไม่มีใครกล้าที่จะออกมา "ประกาศ" ความ "มั่นใจ" ว่าดีพอที่จะไปถึงเหรียญทองที่ลอนดอนเกมส์ มันก็เลยทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า จะไม่มีโอกาสได้ฟังเสียงเพลงชาติไทย และเคารพธงชาติไทย ในโอลิมปิก หนนี้ ไงครับ
และเมื่อไม่มีใคร "หวัง" ผมก็เลยขอตั้ง "ความหวัง" เอาเองก็แล้วกันว่า

ขอให้ผม "คิดผิด" ก็แล้วกัน

สาธุ...

เรื่องโดย "เฮียนอส"