บังยีเน้นปรับรากฐานบอลไทยลุ้นนายกฯสมัย4

บังยีเน้นปรับรากฐานบอลไทยลุ้นนายกฯสมัย4
INN News

สนับสนุนเนื้อหา


'วรวีร์ มะกูดี' แถลงนโยบายวางสโลแกน 'พัฒนาบอลไทย สู่อาชีพ สู่อนาคต' เน้นสร้างรากฐานที่มั่นคง เผยคุยกับ 72 สโมสรแล้ว ได้รับการตอบรับดีมีลุ้นนั่งนายกฯ สมัย4

เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ "บังยี" นายวรวีร์ มะกูดี รักษาการนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วยบรรดาทีมงาน อุปนายกสมาคม และสภากรรมการ ร่วมกันแถลงนโยบาย ในการลงชิงตำแหน่งนายกสมาคมฯ สมัยที่ 4 โดยมีสโลแกน "พัฒนาบอลไทย สู่อาชีพ สู่อนาคต" ซึ่งมีสื่อมวลชนทุกแขนงให้ความสนใจเข้ามาทำข่าว
กันอย่างคับคั่ง

เริ่มแรกของการแถลงนโยบาย "บังยี" ได้เผยถึงผลงานของตัวเองในการบริหาร 3 สมัยที่ผ่านมา โดยมีผลงานหลักๆ อาทิ บริจาคที่ดินประมาณ 20 ไร่ ให้สมาคมฯ สร้างที่ทำการสมาคมฟุตบอลฯ เป็นของสมาคมเอง ในเขตหนองจอก, จัดการแข่งขันฟุตบอลหญิง ชิงแชมป์โลก FIFA U-19 ปี 2014, จัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย Asian Cup 2007, จัดการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก FIFA Futsal World Cup 2012 และ การแก้ไขธรรมนูญข้อบังคับให้เป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดของฟีฟ่า

ส่วนในเรื่องของนโยบายหลักที่จะพัฒนา ถ้าหากได้รับตำแหน่งนายกสมาคมฯ บังยี ได้เผยว่า มีทั้งหมด 3 หัวข้อใหญ่ ข้อแรกคือ พัฒนาการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ และการแข่งขันต่างๆ ในประเทศ อาทิ ส่งเสริมพัฒนาทุกด้านของการแข่งขันฟุตบอลอาชีพในเมืองไทยให้เป็นมาตฐานของฟีฟ่า และเอเอฟซี ทั้ง ไทยพรีเมียร์ ลีก ลีกดิวิชั่น 1 และ ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 โดยใช้เกณฑ์การออกใบอนุญาต (Club Licensing) เป็นหลักในการส่งเสริม, ตั้งเป้าหมายรายได้จากการตลาดและสิทธิประโยชน์ในฤดูกาลหน้า, ปฏิรูปการแข่งขันฟุตบอลรายการต่างๆ, ส่งเสริมพัฒนาฟุตบอลระดับรากหญ้า อะคาเดมีสโมสร รวมทั้งจัดการแข่งขันฟุตบอลในระดับเยาวชน, ปรับปรุงระเบียบการแข่งขันฟุตบอลอาชีพให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งเรื่องบทลงโทษวินัย มารยาท, จัดตั้งโครงการผู้ตัดสินอาชีพ มีการแลกเปลี่ยนผู้ตัดสินกับประเทศอื่นๆ ในอนาคต, ส่งเสริมให้ทุกสโมสรมีสนามซ้อม และ แข่งขันเป็นของตัวเอง เพื่อก้าวเข้าสู่ธุรกิจอย่างเต็มตัว, เพิ่มโควตาในสโมรถ้วยเอเชีย ศึก เอเอฟซี คัพ และ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก, จัดตั้งที่ทำการถาวรของศูนย์ภูมิภาคทั้ง 6 ศูนย์

นโยบายหลักข้อที่ 2 คือ นโยบายด้านการบริหารทีมชาติ รักษาการนายกสมาคมฟุตบอล เผยว่า จัดตั้งคณะกรรมการวางนโยบายแผนงานและบริหารทีมชาติไทย ซึ่งจะมีสภากรรมการของสมาคม และกรรมการที่มาจากสโมสรเป็นผู้ดูแล, จัดจ้างซีอีโอ (ประธาน/หัวหน้า เจ้าหน้าที่บริหาร) ทีมชาติไทย เพื่อรับผิดชอบดูแล และประสานงานทีมชาติไทยทุกชุด, จ้างผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาระดับรากหญ้าเยาวชน เพื่อดูแลพัฒนาฟุตบอลระดับรากหญ้า และเยาวชนโดยตรง, ตั้งแมวมองเพื่อหาแข้งดาวรุ่งทั่วประเทศ, วางเป้าทีมชาติชุด U-21 และ U-23 (ทีมซีเกมส์) เป็นชุดแห่งอนาคตเพื่อมุ่งสู่โอลิมปิก และฟุตบอลโลก

ส่วนนโยบายหลักข้อสุดท้าย คือ นโยบายการบริหารและพัฒนาบุคลากรและการพัฒนาองค์กร บังยี เผยว่า เตรียมจัดหาบุคลากรบริหารมืออาชีพ เข้ามาดูแลสมาคม และ บ.ไทยลีก, ปรับปรุงพัฒนาบริการสมาคม และ บ.ไทยลีก ให้รวดเร็ว, จ้างผู้บริหารอาชีพเพื่อมาทำหน้าที่เป็น ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิควางแผนจัดการฝึกอบรมโค้ชทั่วประเทศ, จ้างผู้บริหารอาชีพเพื่อมาทำหน้าที่ผู้อำนวยการฝ่ายผู้ตัดสิน วางแผนศึกษา และจัดการฝึกอบรมทั่วประเทศ, จัดการ
ปฏิรูปและพัฒนาศักยภาพผู้ตัดสิน, จัดตั้งวิทยาลัยฟุตบอล และเสนอต่อภาครัฐให้สมาคมฟุตบอลฯ เป็นองค์กรที่ให้การบริการสาธารณะด้านการศึกษา และ การเข้าถึงกีฬาฟุตบอล

"ผมก็ได้เดินสายพูดคุยนโยบายต่างๆ กับทั้ง 72 สโมสรที่มีสทธิ์เลือกตั้งแล้ว ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ผมเชื่อว่าน่าจะได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ สมาคมอีกครั้ง ส่วนเป้าหมายฟุตบอลโลกนั้น ผมวางเป้าทุกครั้ง และถ้าหากได้รับตำแหน่งนายกฯ เป้าหมายแรกที่จะทำ คือ ทวงแชมป์ซีเกมส์กลับมาให้คนไทยได้ชื่นใจ" บังยี กล่าวทิ้งท้าย


ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!