ความหวังของคนไทย แบกไว้ด้วย 3 กำปั้น

ความหวังของคนไทย แบกไว้ด้วย 3 กำปั้น
Sport Radio

สนับสนุนเนื้อหา

“ลอนดอนเกมส์” ใกล้เข้ามาทุกขณะ

หลายชนิดกีฬาของไทยที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 37 คน เริ่มตื่นเต้นและกดดัน
 
บางส่วนออกเดินทางไปยังเมืองแมนเชสเตอร์ เพื่อฝึกซ้อม ก่อนลุยต่อเข้ากรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
 
โอลิมปิกเกมส์ 2012 ชาวไทยหวังที่จะได้ฟังเพลงชาติไทย บนสังเวียนที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก
 
หนึ่งชนิดกีฬาที่เป็นความหวัง ในทุกๆครั้ง หนีไม่พ้น “มวยสากล” ซึ่งถือว่าเป็นกีฬาที่อยู่คู่กับคนไทยเลยก็ว่าได้
 
ย้อนกลับไปในหลายๆหน มวยสากล ล้วนสร้างโอกาส ผงาดขึ้นรับเหรียญรางวัล ไม่ว่าจะเป็น ทอง เงิน หรือ ทองแดง
 
เรียกได้ว่าไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ
 
หนนี้ 3 กำปั้นไทย แก้ว พงษ์ประยูร, ฉัตร์ชัย บุตรดี, สายลม อาดี ฝ่ามรสุมนานัปการ กว่าจะคว้าโควตาไปช่วงชิงเหรียญรางวัล
 
ทั้ง 3 ทหารเสือ แบกรับความหวังของคนไทยทั้งชาติ แน่นอนว่ามีทั้งความกดดัน ความตื่นเต้น แต่ทุกคนและคณะทำงาน ต่างไม่หวั่น มุ่งมั่น หวังสร้างชื่อในโอลิมปิก 2012
 
ภายใต้การกุมบังเหียน ของ  "เสธ.อ้าย" พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ นายกสมาคมมวยสากลแห่งประเทศไทย ซึ่งขอเอาหน้าที่เป็นประกันหากไม่มีเหรียญทองกลับมา จะไม่ขอนั่งบนเก้าอี้นายกสมาคมอีกต่อไป
 
ด้านความพร้อมของ 3 ทหารเสือ ได้แก่ แก้ว พงษ์ประยูร, ฉัตร์ชัย บุตรดี, สายลม อาดี
 
แก้ว กล่าวว่า ผมขอกราบลาพี่น้องชาวไทยทุกคนไปอังกฤษแล้วนะครับ ช่วยเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ ผมจะต้องคว้าเหรียญใดเหรียญหนึ่งในโอลิมปิกครั้งนี้กลับมาบ้านเราให้ได้  ซึ่งผมจะพยายามทำให้ได้เหมือน พี่สมจิตร จงจอหอ ที่พี่เขาได้เหรียญทองตอนอายุ 32 ปี เท่ากับผมตอนนี้ เพราะกว่าจะมาถึงวันนี้ผมก็เจ็บมาเยอะเหมือนพี่เขาเหมือนกันครับ ทุกไฟต์ของผมที่ชกจะขอสู้เพื่อคนไทยทุกคนครับ
 
ด้าน ฉัตร์ชัย บุตรดี นักชกรุ่นฟลายเวต ที่มีภรรยาสาวท้องแก่ และเตรียมจะคลอดลูกสาวคนแรกให้ฉัตรชัย ในวันที่ 26 ส.ค. นี้ เดินทางมาส่ง เปิดใจหลังจากก้มลงจูบที่ท้องของเมียสาวว่า ไปชกโอลิมปิกครั้งแรกหนนี้ ผมจะพยายามสู้อย่างสุดความสามารถ เพื่อคว้าเหรียญโอลิมปิกกลับมาให้ได้

ผมบอกกับลูกสาวของผมแล้วว่า พ่อจะเอาเหรียญมาเป็นของขวัญวันเกิดให้กับเขาครับ ผมก็ขอให้พี่น้องชาวไทยทุกคนช่วยเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ ผมพร้อมแล้วที่จะสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติไทยของเราครับ"
 
ส่วน สายลม อาดี นักชกรุ่นไลต์เวต กล่าวว่า "นี่เป็นโอลิมปิกครั้งที่สองของผมครับ แต่ไปชกครั้งนี้ผมว่าผมสบายใจกว่าครั้งที่แล้วนะ ไม่กดดันอะไร เพราะถูกมองว่ามีความหวังน้อย ก็ดีครับ แต่ผมก็จะพยายามให้ดีที่สุด ทุ่มเทกับการชกทุกไฟต์ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย และสร้างประวัติศาสตร์ให้ชาวขอนแก่นอีกครั้ง เหมือนกับรุ่นพี่ สมรักษ์ คำสิงห์ และ วิชัย ราชานนท์ ครับ
 
ทั้งหมดทั้งมวล เป็นคำมั่นที่ขุนพลเสื้อกล้ามไทยทั้ง 3 คน ให้ไว้ก่อนออกเดินทางไปลุยลอนดอนเกมส์
 
การแบกความหวังของคนไทยทั้งประเทศ สร้างความกดดันให้ทั้ง 3 คน ไม่น้อย
 
วันขึ้นชกของพวกเขานั่นแหละ จะปลดล็อกทุกอย่างให้ผ่อนคลายลงได้

เรื่อง "โบราณ"