"หลบผี ผีให้หลบ"

"หลบผี ผีให้หลบ"

"หลบผี ผีให้หลบ"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ฟุตบอล : แล้วถ้าเก่งซะขนาดอ่านคำบรรยายสรรพคุณแล้วนึกว่าพูดถึงโรนัลโด้ขนาดนี้จริง คำถามก็คือทำไมถึงไม่รุ่งกับแมนฯ ยูไนเต็ด

หลังจากวันก่อนชื่อของอัดนาน ยานูไซเพิ่งเป็นประเด็นฮอตฮิตอยู่แหม็บๆ แต่ชั่วข้ามคืนก็กลายเป็นราเวล มอร์ริสันที่ได้มาอยู่ท่ามกลางสปอตไลต์แทนแล้ว

 

ยานูไซสวมบทฮีโร่เหมา 2 ประตูให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแซงกลับมาชนะซันเดอร์แลนด์ได้ ในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อวันเสาร์

หลังพาผีขึ้นจากหลุมมากินแมวได้ ดาวรุ่งวัย 18 ปีรายนี้ก็กลายเป็นความหวังใหม่ของแฟนๆ ไปในทันทีว่าจะได้เวลากินดีอยู่ดี ได้มีนักเตะเลือดใหม่ที่จะก้าวมาเป็นกำลังสำคัญในอนาคตของทีมไปนานๆ เหมือนรุ่นพี่อย่างทีมชุด Class of 92 ในอดีต

และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่สาวกผีแดงฝันถึงดาวรุ่งแห่งอนาคตที่ว่านี้ เพราะมอร์ริสันเองก็เคยอยู่ในข่ายนี้มาก่อน

 



มิดฟิลด์วัย 20 ปีรายนี้เป็นเด็กในท้องถิ่นของเมืองแมนเชสเตอร์ ที่ถูกแมวมองของผีแดงไปเห็นแววเข้า และดึงตัวมาเข้าอคาเดมี่ของสโมสรตั้งแต่อายุ 16 และพออายุครบ 17 ปีก็ได้รับการเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพในปี 2010

แน่นอนว่าเขาไม่ใช่นักเตะดาวรุ่งคนเดียวในทีมในยุคของเขา แต่เป็นหนึ่งในคนที่ถูกพูดถึงค่อนข้างมาก ทั้งจากเกจิในแวดวง รวมถึงตัวเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันเอง ว่ามีคุณภาพและศักยภาพครบถ้วนในการจะก้าวมาเป็นยอดนักเตะได้

คำบรรยายสรรพคุณเกี่ยวกับมอร์ริสันก็ถือว่าครบเครื่อง ทั้งความเร็ว, ทักษะ, การจ่ายบอล, การอ่านเกม, ลีลา, การยิงประตู และที่โดดเด่นที่สุดน่าจะเป็นการเล่นได้ดีด้วยเท้าทั้งสองข้าง

แล้วถ้าเก่งซะขนาดอ่านคำบรรยายสรรพคุณแล้วนึกว่าพูดถึงโรนัลโด้ขนาดนี้จริง คำถามก็คือทำไมถึงไม่รุ่งกับแมนฯ ยูไนเต็ด แต่ต้องย้ายมาเอาดีกับเวสต์แฮมแทน

 



ก็เพราะปัญหาของมอร์ริสันไม่ได้อยู่ในสนาม แต่เป็นเรื่องนอกสนามที่เขาเหมือนจะไม่ค่อยควบคุมตัวเองซักเท่าไหร่นั่นเอง

มอร์ริสันได้ลงประเดิมสนามในทีมชุดใหญ่ให้ผีแดงนัดแรกในเกมลีกคัพเมื่อเดือนตุลาคม 2010 แต่พอเข้าสู่ปี 2011 เขาก็มีเรื่องต้องขึ้นโรงขึ้นศาลถึง 2 ครั้งใน 2 คดี

เริ่มจากในช่วงต้นปี เขาโดนฟ้องในข้อหาข่มขู่พยาน หลังจากไปขู่เหยื่อที่ถูกคนร้ายใช้มีดดักจี้ ว่าไม่ให้ขึ้นให้การปรักปรำผู้ต้องหา

มอร์ริสันยอมรับผิดในคดีนี้ และศาลยังปรานีด้วยการสั่งลงโทษแค่การคุมประพฤตินาน 12 เดือน พร้อมทั้งทำทัณฑ์บนเอาไว้ เพราะตอนนั้นเขายังเป็นเยาวชนอยู่

แต่ผ่านไปแค่ไม่กี่เดือน มอร์ริสันก็ต้องกลับไปอยู่ในคอกจำเลยอีกครั้ง แต่คราวนี้ยังโชคดีที่ได้รับการยกฟ้องในข้อหาทำร้ายร่างกายแฟนสาวในขณะนั้น เมื่อเธอไม่ยอมขึ้นให้การปรักปรำ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม

จริงๆ แล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามีปัญหาเรื่องใช้กำลังกับแฟนสาวด้วยซ้ำ เพราะย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2008 มอร์ริสันที่ยังอยู่ในวัยกระเตาะเท่านั้น ก็เคยก่อคดีแบบเดียวกันกับแฟนคนเดียวกันมาแล้ว และก็เหมือนเดิมคือสาวเจ้าไม่ยอมขึ้นให้การ ทำให้เขาได้รับการยกฟ้องไป ไม่ต้องเข้าไปถูกควบคุมตัวในสถานพินิจ

แต่หลังจากต้องขึ้นศาลในครั้งหลัง ซึ่งศาลได้สั่งปรับเงินเขาในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ จากการขว้างโทรศัพท์ของแฟนสาวออกมาจากหน้าต่างอพาร์ตเมนต์ตอนที่ทะเลาะกัน เขายังถูกสั่งให้เข้ารับคำแนะนำให้เข้ารับการบำบัดเรื่องการควบคุมอารมณ์อีกด้วย

 

มอร์ริสันยังไม่มีโอกาสได้แจ้งเกิดกับแมนฯ ยูไนเต็ดอย่างจริงๆ จังๆ โดยไม่เคยได้ลงเล่นในเกมลีกให้กับทีมเลย และด้วยสัญญาที่มีอยู่จนถึงสิ้นสุดฤดูกาล 2011/12 เท่านั้น ทำให้เขาถูกขายให้กับเวสต์แฮมในวันสุดท้ายของการเปิดตลาดนักเตะหน้าหนาวในปีนั้น ด้วยค่าตัวเพียง 65,000 ปอนด์

เซอร์เฟอร์กี้ได้บอกกับแซม อัลลาร์ไดซ์ ผู้จัดการทีมขุนค้อน ตอนที่ยอมขายมอร์ริสันให้ว่า “นี่แหละนักฟุตบอลที่โคตรเก่งคนหนึ่ง เพียงแต่ว่าเขาจำเป็นต้องไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อื่นที่ไม่ใช่ในแมนเชสเตอร์เท่านั้น”

ป๋าย้ำว่าถ้าบิ๊กแซมหาวิธีจัดการกับเรื่องนอกสนามของมอร์ริสันได้ เขาก็จะมียอดนักเตะคนหนึ่งอยู่ในมือเลยทีเดียวและแม้จะเสียดายก็จำเป็นต้องปล่อยตัวเขาไป เพื่อให้ได้รับโอกาสจากที่อื่นแทน ในเมื่อเขาไม่ได้รับสิ่งนั้นที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

แม้ในครึ่งซีซั่นแรกของเขากับขุนค้อนจะเริ่มต้นอย่างช้าๆ เมื่อมอร์ริสันได้ลงเล่นแค่นัดเดียวในครึ่งหลังของแชมเปี้ยนชิพฤดูกาลนั้น ซึ่งเวสต์แฮมได้เลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีก

ในฤดูกาลถัดไปมอร์ริสันก็ยังต้องรอโอกาสในถิ่นอัพตัน ปาร์คอยู่ และถูกอัลลาร์ไดซ์ส่งไปหาประสบการณ์กับเบอร์มิงแฮมในแชมเปี้ยนชิพอีกครั้ง และครั้งนี้เขาคว้าโอกาสเอาไว้ได้ ด้วยการได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ และเริ่มฉายแววให้เห็นอย่างเต็มๆ ตามากขึ้น จนเริ่มถูกบรรดาสื่อและเกจิกลับมาพูดถึงอีกครั้ง

และในฤดูกาลนี้มอร์ริสันก็ได้กลับมาโชว์ฝีเท้ากับเวสต์แฮมอย่างเต็มตัว โดยหลังจากออกสตาร์ตนัดแรกด้วยการเป็นเพียงตัวสำรองที่ไม่ถูกใช้งาน ตามด้วยการลงเล่นเป็นตัวสำรองในช่วงท้ายเกมของนัดที่สอง

มอร์ริสันได้โอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมลีกคัพ และทำประตูให้ทีมได้ด้วย แม้จะต้องกลับมาเป็นตัวสำรองอีกในเกมลีกนัดถัดไป แต่หลังจากนั้นเมื่อทีมมีปัญหามิดฟิลด์เจ็บและแบน เขาก็ได้ลงเล่นเป็นตัวจริง และทำผลงานได้ดีมาตลอดนับจากนั้น

 

เกมพรีเมียร์ลีกนัดลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ที่พบกับสเปอร์ส์ที่ไวท์ฮาร์ทเลนเมื่อวันอาทิตย์ กลายเป็นเวทีให้มอร์ริสันได้เปล่งประกายให้เห็นแบบเต็มๆ ตาอีกครั้ง เมื่อโชว์ลีลาลากเลื้อยจากกว่าครึ่งสนามเข้าไปยิงประตูปิดท้ายในชัยชนะ 3-0

ลูกนี้ยังเป็นประตูที่ 3 ของเขาใน 4 นัดหลังสุดที่ลงเล่นให้ขุนค้อนอีกด้วย และเป็นลูกที่ติดตาตรึงใจจนทำให้หลายคนต้องเริ่มหันมาจับตาดูดาวรุ่งวัย 20 ปีรายนี้อีกครั้ง ว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน หลังจากไม่รุ่งกับแมนฯ ยูไนเต็ด

แฟนผีเองก็ตามลุ้นยานูไซกันต่อไป และหวังว่าเขาจะไม่เป็นเหมือนนักเตะรายอื่นๆ ที่จะโบกมือลาไปเอาดีกับทีมอื่น อย่างมอร์ริสัน หรือพอล ป๊อกบาที่ไปรุ่งกับยูเวนตุส หรือเซกิ ฟรายเออร์สก็ตีชิ่งสองเด้งไปอยู่กับสเปอร์สแทน

เพราะถ้าไม่มีปัญญาให้นักเตะดาวรุ่งที่มีศักยภาพได้ลงสนามไปพัฒนาฝีเท้า ก็ต้องยอมหลีกทาง ปล่อยให้นักเตะไปดีกับทีมอื่นแทนแบบนี้แหละ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook