สุดยอดแห่งยูโร

สุดยอดแห่งยูโร

ชัยชนะที่ขาดลอยเหลือเชื่อของ "กระทิงดุ" ทีมชาติสเปน เป็นที่กล่าวขวัญกันไปทั่วทั้งโลก

พวกเขาทำสถิติต่างๆ ให้เกิดขึ้นอย่างมากมาย แบบไม่น่าเชื่อจริงๆ

สเปน เป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถป้องกันแชมป์ยูโรได้สำเร็จ

สเปน เป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ติดต่อกันได้ 3 รายการ ประกอบด้วย ฟุตบอลยูโร 2 สมัย ปี 2008 และ 2012 และฟุตบอลโลกปี 2010 ซึ่งถือเป็นทีมแรกในทวีปยุโรปที่ทำได้อีกด้วย

สเปน คว้าชัยชนะ 4-0 ในนัดชิงชนะเลิศ ยังเป็นสกอร์ที่ขาดลอยมากที่สุด โดยก่อนหน้านี้มีเยอรมันตะวันตก เคยทำไว้ด้วยการชนะ สหภาพโซเวียต 3-0 เมื่อปี 1972

สเปน ทำสถิติไม่แพ้ใคร 11 ติดในรายการยูโรต่อไป โดยเริ่มมาตั้งแต่ปี 2008 และ 13 นักเตะของพวกเขายังเป็นนักเตะกลุ่มแรกที่เล่นในเกมนัดชิงยูโรทั้งสองครั้งและคว้าแชมป์มาได้ทั้งสองครั้ง

สเปน เป็นทีมที่ 3 ในประวัติศาสตร์ที่ยิง 2 ประตูในช่วงครึ่งเวลาแรกของนัดชิงชนะเลิศยูโร ต่อจาก อิตาลี ที่เจอกับ ยูโกสลาเวียในปี 1968 และ เชโกสโลวะเกีย ที่เจอกับ เยอรมนีตะวันตก ในปี 1976

ทั้งหมดนี้เป็นการรังสรรค์มาจากฝีเท้าของพวกเขาอย่างไม่น่าเชื่อจริงๆ กับทีมที่เคยเป็นแค่ "เสือกระดาษ" เท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น ไม่น่าเชื่อว่า ตำแหน่งอื่นๆ ประจำรายการนี้ยังเป็นของพวกเขาทั้งหมด

ทีมยอดเยี่ยมของ ยูฟ่า ในครั้งนี้ นักเตะกระทิงดุ ฮอตอย่างมาก เมื่อติดทัพมาถึง 10 คนเลยทีเดียว

อิเคร์ คาซิญาส, เจราร์ด ปีเก้, เซร์คิโอ รามอส, ฆอร์ดี้ อัลบา, ชาบี้ เอร์นานเดซ, อันเดรส อินิเอสต้า, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, ชาบี้ อลอนโซ่, เชส ฟาเบรกาส และ ดาวิด ซิลบา

สรุปก็คือขาดแค่ "แบ็กขวา" ตำแหน่งเดียวเท่านั้นที่ไม่ติดทีมชุดนี้ ก็คือ อัลวาโร่ อาร์เบลัว นั่นเอง

ขณะที่รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมประจำการแข่งขัน ตกเป็นของ อันเดรส อินิเอสต้า มิดฟิลด์ตัวเก่งของพวกเขานั่นเอง

ไม่แปลกหรอกครับ

ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์นี้ อินิเอสต้า ก้าวขึ้นมาเป็น "แม่ทัพใหญ่" ของทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บทบาทของเขาชัดเจนมาก และมากกว่า ชาบี้ เอร์นานเดซ จอมทัพคนเดิมอย่างชัดเจนมากๆ

ทุกตำแหน่งนั้นดูจะ "เข้าทาง" สเปน ไปซะทั้งหมด โดยเฉพาะตำแหน่งสุดท้าย ตำแหน่งดาวซัลโว ปีนี้ ก็เป็นของ เฟร์นานโด ตอร์เรส หัวหอกทีมชาติสเปน

ว่ากันว่าเป็นดาวยิงที่ต้องเรียกว่า "ลูกเป็ดขี้เหร่" มากที่สุด

ตอร์เรส ได้รางวัลรองเท้าทองคำ ด้วยการเบียด มาริโอ โกเมซ กองหน้าทีมชาติเยอรมัน ไปอย่างหวุดหวิด โดยทำ 3 ประตูเท่ากัน และจ่ายให้เพื่อนยิง 1 ประตูเช่นกัน

แต่ว่า ตอร์เรส ลงเล่นในเวลารวมที่น้อยกว่า โดย เล่นทั้งหมด 189 นาที ขณะที่ โกเมซ ลงเล่น 280 นาที

นอกจากนี้ ยังมีนักเตะอีก 4 คนที่ยิงได้ 3 ประตู คือ มาริโอ บาโลเตลลี่ ของอิตาลี, คริสติอาโน่ โรนัลโด้ ของโปรตุเกส, อลัน ซาโกเยฟ ของรัสเซีย และ มาริโอ มันด์ซูคิช ของโครเอเชีย

ถือว่ามโหฬารอย่างมาก แต่สุดท้ายก็ยังอุตส่าห์ไปเข้าทางของ ตอร์เรส

ไม่น่าเชื่อนะครับ ตอร์เรส ได้แชมป์มาครองถึง 3 รายการในปีเดียว แต่กลับไม่มีใครพูดถึงเท่าไหร่นัก อันเนื่องมาจากไม่ใช่ตัวหลักนั่นเอง

เพียงแต่ "โชคชะตา" และ "ฟ้าลิขิต" เป็นเรื่องที่ดูถูกกัน รวมถึงประมาทกันไม่ได้

ก็เท่านั้นเอง!


ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!