"หงส์แดง" กลับมายืนที่เดิม!

"หงส์แดง" กลับมายืนที่เดิม!
Hot Score

สนับสนุนเนื้อหา

หงส์แดงกำลังบินสูงและเคลิ้มฝันถึงบัลลังก์แชมป์อยู่เพลินๆ ก็ถูกนักบุญถีบตกสวรรค์ลงมาจุกแอ้กอยู่บนพื้น ก่อนจะฟื้นคืนสติขึ้นมารับรู้ความจริงที่ว่า หนทางสู่ความสำเร็จนั้นมันยังอีกยาวไกลและมีอะไรที่ยากเย็นรออยู่อีกเยอะ

หลังออกสตาร์ตฤดูกาลด้วยสถิติสวยหรูชนะ 3 นัดรวด แบบไม่เสียประตูเลย โดยได้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เป็นฮีโร่เหมาทั้ง 3 ประตูโทน ใน 3 เกมนั้น ซึ่งรวมถึงเกมที่อัดคู่ปรับสำคัญอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงด้วย

แต่เกมไปเยือนสวอนซีในนัดที่แล้วก็เริ่มส่งสัญญาณให้เห็นว่า ฟอร์มการเล่นเท่าที่ทำได้ใน 3 นัดแรกนั้นอาจจะยังไม่พอ เมื่อลิเวอร์พูลถูกเจ้าบ้านเล่นงานจนเกือบแย่ และที่สำคัญคือการเสียเพลย์เมกเกอร์คนสำคัญอย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ไปเพราะอาการบาดเจ็บด้วย

พอถึงเกมเจอ เซาแธมป์ตัน นัดล่าสุด การตัดสินใจของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ในการปรับเปลี่ยนแผงหลังด้วยการส่งเซ็นเตอร์แบ็กลงมา 4 ตัว รวมถึงการขาดตัวสร้างสรรค์เกมอย่างคูตินโญ่ไป

และเมื่อ สเตอร์ริดจ์ ผีออกขึ้นมา ยิงไมได้เหมือนกับใน 4 นัดแรก ผลก็เลยเอวังอย่างที่เห็น เมื่อเป็นทีมเยือนที่สอนเชิงเจ้าบ้านจนแทบเสียคนคาแอนฟิลด์ และต้องเสียซิงถูกยัดเยียดความปราชัยให้เป็นนัดแรกในฤดูกาล พร้อมกับความมั่นใจและหยิ่งลำพองที่คงลดน้อยลงตามไปด้วย



หงส์แดงกำลังจะกลับมาเป็นทีมเดิมหลังเกมพ่ายนักบุญ ไม่ได้หมายถึงเรื่องที่ว่าคืนฟอร์มการเล่นที่เคยเป็นมาก่อนๆ นี้ ที่ทำให้ทีมไม่ได้แม้แต่โควตาไปเตะบอลถ้วยเล็กของยุโรปเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

แต่เมื่อเกมนี้จบลงแล้ว หมายความว่า หลุยส์ ซัวเรซ ได้ใช้โทษแบน 10 นัดหมดลงเรียบร้อย จากการโดนลงดาบสถานหนักมาตั้งแต่ 5 เดือนก่อน ฐานไปงับแขน บรานิสลาฟ อิวาโนวิช เมื่อปลายฤดูกาลที่แล้ว

เหตุการณ์นั้นเกือบจะเป็นจุดพลิกผันที่ทำให้กองหน้าสุดแสบรายนี้ สะบัดก้นหันหลังให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษ เมื่อมีข่าวว่าหลายทีมดังในยุโรปสนใจเขา โดยเฉพาะจอมซื้อดะอย่าง เรอัล มาดริด และเจ้าตัวก็ไม่เก็บอาการเลยว่าอยากย้าย แถมทำท่าเหมือนอยากสาปส่งพรีเมียร์ลีกเต็มที

แต่เอาเข้าจริงๆ กลับเป็นอาร์เซนอลที่เกือบจะได้ตัว ซัวเรซ เมื่อทั้งสองฝ่ายโอเคกันแล้ว แต่ติดที่ลิเวอร์พูลไม่ยอมขาย จะด้วยเหตุผลเรื่องค่าตัวไม่ถึง หรือเพราะไม่อยากปล่อยนักเตะสำคัญไป โดยเฉพาะให้กับคู่แข่งร่วมลีกก็ตาม



สุดท้ายซัวเรซก็ต้องนั่งเป็นผู้ชมอยู่ในชั้นบ๊อกซ์ของสนามแอนฟิลด์ไปเรื่อยๆ เมื่อฤดูกาลใหม่เริ่มต้นขึ้น และกลายเป็นสเตอร์ริดจ์ที่โดดเด่นขึ้นมาขโมยซีนแทน จนบางคนถึงกับคิดว่าถึงไม่มีซัวเรซหงส์แดงก็ยังได้ลุ้นอยู่

แต่ความเป็นจริงก็เริ่มแจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่าลิเวอร์พูลที่ขาดทีเด็ดจากซัวเรซไปยังไม่สมบูรณ์พอที่จะลุ้นแชมป์ และการได้เขากลับมาถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่ง แม้จะต้องไปเสี่ยงดวงกับอารมณ์ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ของเจ้าตัวก็ตาม

และการคัมแบ็กของซัวเรซก็มาแบบถูกที่ถูกเวลาพอดี เมื่อ ลิเวอร์พูล มีโปรแกรมเตะ แคปิตอล วัน คัพรอบ 4 กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดในวันพุธนี้ และคงไม่มีแมตช์ไหนที่เหมาจะให้เขาได้ลงมาระบายความอัดอั้นได้ดีกว่านัดนี้อีกแล้ว

ปีนี้ผีแดงดูเหมือนจะคลายกังวลเกี่ยวกับเวย์น รูนี่ย์ไปได้แล้ว หลังจากที่เคยออกอาการงอแงจะย้ายเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ต้องอยู่ต่อ และเมื่อผ่านปัญหาความฟิตและอาการบาเจ็บในช่วงแรกๆ ไปได้ ก็กลับมาโชว์ฟอร์มเป็นกำลังสำคัญของทีมได้ตามเดิม

นี่ยังไม่นับว่าผีแดงมี โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เป็นตัวหลักอยู่อีกคนด้วย

ส่วน โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ก็เครื่องติดไวในปีนี้ หลังจากเคยโดนวิจารณ์ผลงานตอนย้ายมาใหม่ๆ เมื่อปีก่อน แต่ปีนี้ก็ซัดให้อาร์เซนอลได้ใน 4 นัดแรกเหมือนกัน จนทำให้ปืนใหญ่ที่ปีนี้มาเหนือเมฆ ทั้งที่โดนวิจารณ์เรื่องขี้เหนียว แต่กลับโชว์ฟอร์มได้ดีเกินคาด



แถมยังหักมุมด้วยการคว้า เมซุต โอซิล มาเพิ่มศักยภาพของทีมในวินาทีสุดท้าย จนไม่แน่ว่าอาจจะกลายเป็นตาอยู่ไปในปีนี้

สเปอร์สเองก็มี โรเบร์โต้ โซลดาโด้ มาเสริมทัพและก็เริ่มทำแต้มได้ค่อนข้างสม่ำเสมอเหมือนกัน ส่วนแมนฯ ซิตี้ ก็ได้ อัลเบร์โต้ เนเกรโด้ กับ สเตวาน โยเวติช มาเป็นกำลังหนุนของ เซร์คิโอ อเกวโร่ กับ เอดิน เชโก้

ด้านเชลซีก็ไปคว้าเอา ซามูเอล เอโต้ มาเสริมคม เพราะ โจเซ่ มูรินโญ่ ยังไม่เข้าตากับทั้ง เฟร์นานโด ตอร์เรส กับ เดมบา บา

ถ้าดูจากรายชื่อศูนย์หน้าของคู่แข่งแล้ว ลิเวอร์พูลถือว่าเป็นรองเยอะ เมื่อร็อดเจอร์สไปคว้าเอายาโก้ อาสปาส ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักมาเสริม ทำให้ซัวเรซนี่แหละที่ยังคงเป็นคนที่หงส์แดงต้องฝากผีฝากไข้เอาไว้



เรื่องโดย : babybear