ผิดหวังกับ‘น้องไก่'

ผิดหวังกับ‘น้องไก่'

เหมาะสมในทุกประการกับการตกรอบของ "ไก่ทองคำ" ฝรั่งเศส!

พวกเขาลงดวลกับ "กระทิงดุ" สเปน ในสภาพที่เป็นรองตั้งแต่ก่อนแข่ง และเมื่อเห็นทีมชีต 11 ตัวจริงของ โลร็องต์ บล็องก์

ผมทำหน้ายิ่งกว่าหมาสงสัย!

ความคิดที่จะเอา "แบ็กขวา" ลงเล่นพร้อมๆ กันถึง 2 คน ไม่รู้ว่าจะทำไปเพื่ออะไร ทั้ง อองโตนี่ ราเวยแยร์ และ มาติเยอ เดบูชี่

จริงอยู่ที่การขึ้นเกมด้านซ้ายของ สเปน นั้นน่ากลัวมาก ฆอร์ดี้ อัลบา และ อันเดรส อินิเอสต้า ต่างเล่นได้อย่างสุดยอด รวดเร็ว, คล่อง และแม่นยำ

แต่บางครั้งไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นก็ได้

ที่เจ็บปวดกว่าก็คือ ทั้งสองประตูที่ ฝรั่งเศส เสียไปนั้นก็เป็นความผิดพลาดครั้งรุนแรงของ ราเวยแยร์ และเดบูชี่

เดบูชี่ ที่ถูกขยับขึ้นไปเล่นสูง ต้องล้มคว่ำคะมำหงายจนทีมเสียประตูแรก จากนั้น ราเวยแยร์ ก็มาเสียเหลี่ยม เปโดร ทำให้ต้องฟาวล์ในเขตโทษ ส่งผลให้เกมนี้จบลงตั้งแต่ยังไม่หมดเวลา

เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบที่ว่า ทำไม ฝรั่งเศส จะต้องเล่นแบบนี้ด้วย ทั้งที่ควรจะใส่ชุดที่เป็นปกติธรรมดาลงไปสู้มากกว่า

ว่ากันตามความเป็นจริง ยากที่ทีมไหนจะครองบอล และต่อกรกับ สเปน เพียงแต่ว่า หากเล่นแบบไม่กลัวเหมือนกับในรายการนี้ทั้ง อิตาลี และโครเอเชีย

สเปน ก็ไปไม่ค่อยเป็นเหมือนกัน

ฝรั่งเศส เลือกเล่นเน้นเกมรับ แต่กลับไม่มี อาลู ดิยาร์ร่า ลงมาเล่น กลับใช้ ฟลอร็องต์ มาลูด้า ที่ไม่เห็นจะดีกว่าตรงไหน และฟอร์มก็ไม่ได้เรื่องได้ราวในปีนี้ ได้ลงเล่นเป็นตัวจริง

ก่อนจะไม่ทำประโยชน์อะไรให้กับประเทศชาติ

ยิ่งไปกว่านั้น สไตล์การเล่นของ บล็องก์ ที่เน้นในการเลี้ยงบอลไปม้วนบอลมา ทำให้พวกเขา "ช้าเกินไป" ที่จะเดินเกมถึงหน้าประตูของ สเปน

เล่นแบบไม่กล้าได้กล้าเสีย คืออีกจุดของ บล็องก์ ทั้งที่ทีมตกเป็นรองและกำลังจะแพ้

สมัยก่อนผมดูฝรั่งเศสเล่นได้อย่างเนียนตา โชคดีที่ทันได้เห็น มิเชล พลาตินี่ ประสานงานกับ ฌอง ติกาน่า, อแลง จิแรส และ ลูอิส แฟร์กน็องเดซ ก่อนจะมาถึงยุคของ มานู เปอตีต์, ยูริ จอร์เกฟฟ์, ซีเนอดีน ซีดาน และ เธียร์รี่ อองรี

มันคนละเรื่องกับทีมชุดนี้จริงๆ

ซาเมียร์ นาสรี่ ที่กลายเป็นประเด็นสำคัญว่า ชอบให้สัมภาษณ์และทำตัวไม่ญาติดีกับสื่อ ก็เล่นไม่ได้อย่างที่หวัง โดยไม่จำเป็นต้องไปอ้างว่า บาดเจ็บ

ร้ายที่สุดคงไม่พ้น คาริม เบนเซม่า ยังคงความหาความน่าเกรงขามเหมือนกับเมื่อเล่นกับ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ไม่ได้แม้แต่น้อย

ถือว่าสอบตกกันทั้งหมด แม้ว่าอุตส่าห์ชนะ ยูเครน แบบเอาต์คลาส 2-0 พร้อมกับเป็นการชนะหนแรกเมื่อไม่มี พลาตินี่ กับ ซีดาน อยู่ในสนามยูโร

หนักสุดก็คือตัวของ โลร็องต์ บล็องก์ นี่แหละ ที่ดูเหมือนกับว่า ตัดสินใจช้า, ตัดสินใจพลาด และนิ่งจนเกินไป

สุดท้ายกลายเป็นของมีตำหนิ!