อิตาลีดวลเป้าดับอังกฤษ4-2ทะลุตัดเชือกชนเยอรมัน

อิตาลีดวลเป้าดับอังกฤษ4-2ทะลุตัดเชือกชนเยอรมัน
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอลยูโร 2012

รอบ 8 ทีมสุดท้าย

อังกฤษ 0-0 อิตาลี (*90นาที)

(ต่อเวลาพิเศษ120 เสมอ 0-0)
(อิตาลี ชนะในการยิงจุดโทษ 4-2)


วันที่ 24 มิถุนายน 2555
สนาม: เอ็นเอสซี โอลิมปิสกี้
ผู้ตัดสิน: เปโดร โปรเอนซ่า (โปรตุเกส)

 

ทีมชาติอังกฤษ ลงสนามในรอบก่อนรองชนะเลิศพบกับ อิตาลี โดยเกมนี้ทีม "สิงโตคำราม"วาง เวย์น รูนี่ย์ ยืนเป็นกองหน้าคู่กับ แดนนี่ เวลเบ็ค เหมือนเดิม

ส่วน "อัซซุรี่" ภายใต้การคุทมทัพของ เชซาเร่ ปรันเดลลี่ เกมนี้จัด มาริโอ บาโลเตลลี่ ลงเป็นกองหน้าตัวจริงร่วมกับ อันโตนิโอ คาสซาโน่

เริ่มเกมมา 3 นาที อิตาลีเกือบขึ้นนำเร็ว เมื่อ เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ ตวัดบอลจากเส้นหลังมาให้ ดานิเอเล่ เด รอสซี่ เอี้ยวตัววอลเล่ย์ด้วยซ้าย บอลพุ่งไซต์โค้งชนเสาอย่างจัง

นาทีที่ 5 เป็นโอกาสของอังกฤษได้ลุ้น เจมส์ มิลเนอร์ แทงบอลเข้ากลาง บอลไปแลบเท้าแนวรับอิตาลี ของไหลมาเข้าทาง เกล็น จอห์นสัน  ดีดด้วยขวา แต่บอลพุ่งไปติดเซฟ  จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน

นาที 14 เกล็น จอห์นสัน เปิดบอลให้ เวย์น รูนี่ย์ พุ่งโหม่งในเขตโทษ แต่บอลหลุดกรอบออกหลังไปแบบมีเสียว

นาที 25 อันเดรีย ปีร์โล่ตักบอลให้ มาริโอ บาโลเตลลี่ หลุดเดี่ยวไปดวลกับ โจ ฮาร์ท แต่ทว่า บาโลเตลลี่กลับช้าเกินไป เลยยิงไปโดน จอห์น เทอร์รี่ ตามมาบล็อกไว้ได้ทัน

นาที 31 ริคคาร์โด้ มอนโตลิโว่ กระดกบอล ให้ บาโลเตลลี หลุดเข้าไปกระโดดยิงด้วยขวา แต่บอลเบาเกินไปทำไห้ โจ ฮาร์ท รับเข้าซองสบายๆ

นาที 35 เป็นโอกาสลุ้นของทีมสิงโตคำรามบ้าง แดนนี่ เวลเบ็ค ทำชิ่งกับ เวย์น รูนี่ย์ ก่อนที่เวลเบ็ค จะได้ซัดเหน่งๆจากหน้ากรอบประตู แต่บอลกลับลอยโด่งออกหลังไปอย่าน่าผิดหวัง

นาที 37 อันโตนิโอ คาสซาโน่ พลิกหนีแนวรับของอังกฤษ ก่อนตะบันด้วยขวาแต่ก็ยังไม่ผ่านมือ โจ ฮาร์ท เหมือนเดิม

นาที 41 อันโตนิโอ คาสซาโน่ โหม่งชงให้ บาโลเตลลี่ ซัดจ่อๆ แค่ 5 หล่า แต่บอลไปแฉลบ จอห์น เทอร์รี่ ออกหลังไปอย่างไม่น่าเชื่อ

จบครึ่งแรก อังกฤษ เสมอ อิตาลี อยู่ 0-0

เริ่มครึ่งหลังมา 2 นาที อิตาลี พลาดโอกาสทอง เมื่อ เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ โหม่งบอลให้ ดานิเอเล่ เด รอสซี่ ซัดโล่งๆ เพียงไม่กี่หลา แต่ดาวเตะของโรม่า กลับยิงหลุดกรอบไปอย่างไม่น่าเชื่อ

นาที 51 ยังเป็นอิตาลีที่ได้โอกาสลุ้นประตูแบบสุดๆ เมื่อ ดานิเอเล่ เด รอสซี่ ซัดจากนอกกรอบ โจ ฮาร์ท ปัดบอลมาเข้าทาง บาโลเตลลี่แต่งหนึ่งจัวหวะ ก่อนยิงไปติดเซฟของ โจ ฮาร์ท อีกครั้ง คราวนี้บอลทะลักมาเข้าทาง ริคคาร์โด้ มอนโตลิโว แต่ทว่ามอนโตลิโว กระบดีดบอลข้ามคานแแกหลังไป

ช่วงเวลาที่หลือ ทั้งสองทีมไม่สามสารถพังประตูได้ จบเกม 90 นาทีเเรก อังกฤษ 0-0 อิตาลี ต้องต่อเวลาอีก 30 นาที เพื่อหาผู้ชนะเข้าไปสู่รอบ 4 ทีมสุดท้าย

นาที 99 มาริโอ บาโลเตลลี่ลองยิงไกลจากเเถภวสอง เเต่บอลไปตรงตัวโจ ฮาร์ทล้มตัวรับเอาไว้ได้

นาที 102 อเลสซานโดร เดียมานติ บรรจงเปิดบอลจากด้านฝั่งขวา เเต่เปิดลึกเกินไปทำให้บอลโค้งไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

นาที 112 เฟเดริโก้ บัลซาเร็ตติตวัดบอลจากด้านฝั่งซ้าย เข้ามาให้กับอเลสซานโดร เดียมานติได้ยิง เเต่บอลหลุดเสาเเรกออกไป

นาที 114 อิตาลี พลาดโอกาสที่จะทำประตูขึ้นนำอย่างน่าเสียดายเมื่ออเลสซานโดร เดียมานติเปิดบอลจากด้านฝั่งขวา เข้าไปให้กับอันโตนิโอ โนเชริโน่โขกบอลเข้าไปตุงตาข่าย เเต่เปโดร โปรเอนก้าผู้ตัดสินมองว่าเป็นการล้ำหน้าจึงไม่ให้เป็นประตู

นาที 118 ริคคาร์โด้ มอนโตลิโว่ได้ลองยิงไกล เเต่บอลยังหลุดออกนอกกรอบออกไป จบ 120 เสมอกันไปแบบไร้สกอร์ 0-0 ต้องตัดสินด้วยการยิงจุดโทษ

ผลปรากฏว่า อิตาลี ยิงแม่นกว่า เอาชนะไปในการยิงจุดโทษ 4-2 ส่งผลให้ทีมอัซูรี่ ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

โดยจะเข้าไปพบกับ เยอรมัน ในวันที่ 28 มิ.ย. นี้ เวลา 01.45 น.


รายชื่อ 11 ผู้เล่นที่ลงสนาม 

อังกฤษ (4-4-2): 1. โจ ฮาร์ท; 2. เกล็น จอห์นสัน 6. จอห์น เทอร์รี่ 15. โจลีออน เลสค็อตต์ 3. แอชลี่ย์ โคล; 16. เจมส์ มิลเนอร์ 4. สตีเว่น เจอร์ราร์ด 17. สก็อตต์ ปาร์คเกอร์ 20. แอชลี่ย์ ยัง; 10. เวย์น รูนี่ย์ 22. แดนนี่ เวลเบ็ค
โค้ช: รอย ฮอดจ์สัน

อิตาลี (4-3-1-2): 1. จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน; 7. อิ๊กนาซิโอ อบาเต้ 15. อันเดรีย บาร์ซายี่ 19. เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ 6. เฟเดริโก้ บัลซาเร็ตติ; 8. เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ 21. อันเดรีย ปีร์โล่ 16. ดานิเอเล่ เด รอสซี่; 18. ริคคาร์โด้ มอนโตลิโว; 9. มาริโอ บาโลเตลลี่ 10. อันโตนิโอ คาสซาโน่
โค้ช: เชซาเร่ ปรันเดลลี่

 

<< ผลการยิงจุดโทษ ระหว่าง อังกฤษ - อิตาลี >>