อลอนโซ่ซัดเบิ้ล! กระทิงขวิดตราไก่2-0 ทะลุตัดเชือก

อลอนโซ่ซัดเบิ้ล! กระทิงขวิดตราไก่2-0 ทะลุตัดเชือก
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา


ฟุตบอลยูโร 2012

 

รอบ 8 ทีมสุดท้าย

สเปน 2-0 ฝรั่งเศส


วันที่ 23 มิถุนายน 2555
สนาม: ดอนบาสส์ อารีน่า
ผู้ตัดสิน: นิโกล่า ริซโซลี่ (อิตาลี)

 


"แชมป์เก่า" สเปน ลงสนามในรอบก่อนรองชนะเลิศ พบกับ ทีม"ตราไก่" ฝรั่งเศส

โดยทีมกระทิงดุ เกมนี้จัดการดร็อป เฟร์นานโด ตอร์เรส เป็นตัวสำรอง แล้วส่ง เชส ฟาเบรกาส เป็นกองหน้าตัวเป้า

ส่วนทีมชาติฝรั่งเศสเกมนี้ไม่มีชื่อ ซาร์มี่ นาสรี่ ลงเป็น 11 คนแรก แต่ตัวรุกอย่าง ฟร็องค์ ริเบรี่ และ คาริม เบนเซม่า ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเหมือนเดิม

เริ่มเกมมา 7 นาที สเปนได้โอกาสลุ้นก่อน เมื่อ ชาบี้ อลอนโซ่ ลองลักไก่ยิงจากครึ่งสนาม บอลพุ่งตรงกรอบ แต่ อูโก้ โยริส นายทวารทีมตราไก่ ถอยไปคว้าบอลไว้ทัน

นาที 19 กองเชียร์กระทิงดุได้เริงร่าก่อน เมื่อ อันเดรส อิเนียสต้า แทงบอลให้ ฆอร์ดี้ อัลบา หลุดไปถึงเส้นหลัง ก่อนเปิดบอลโด่งมาให้ ชาบี้ อลอนโซ่ วิ่งเข้ามาโขกเน้นๆ ตุงตาข่าย สเปนขึ้นนำฝรั่งเศส 1-0

นาที 30 โยฮัน กาบาย ได้ส่องฟรีคิกจากระยะ 25 หลา บอลพุ่งกำลังจพมุกเสียบสามเหลี่ยม แต่ อิเคร์ กาซิยาส พุ่งปัดออกหลังไปได้แบบหวุดหวิด

นาที 37 เชส ฟาเบรกาส ทำชิ่งให้ อันเดรส อิเนียสต้า หลุดเข้ายิงในเขตโทษ แต่ไปติดบล็อก โลร็องต์ กอสเซียลนี่

จบครึ่งแรก สเปน นำ ฝรั่งเศส 1-0 

มาเตะกันต่อในครึ่งหลังทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นเพิ่มเติมแต่อย่างใด

รูปเกมของทั้งสองฝ่ายยังน่าอึดอัด ต่างฝ่ายยังเล่นการต่อบอลตามโซน แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ลุ้นทำประตูกันแต่อย่างใด

น.60 ฝรั่งเศส เกือบได้ลุ้นตีเสมอจากบอลทุ่มข้างสนามให้ ฟร้องค์ ริเบรี่ ได้โยนไปกลางประตู และเป็น มาติเยอ เดอบุชชี่ ที่ได้ขึ้นโขกกลางประตู แต่บอลก็ไปตกหลังตาข่ายอย่างน่าเสียดาย

หลังจากรูปเกมแทบไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนไปจากครึ่งแรก ฝรั่งเศส เปลี่ยนตัวก่อนสองคนส่ง เฌเรมี่ เมเนซ กับ ซามีร์ นาสรี่ ลงมาเสริมเกมบุกในสนามไปแทน มาติเยอ เดอบุชชี่ และ ฟลอร็องต์ มาลูด้า

ส่วนทางฝั่งสเปนก็เปลี่ยนสองคนเช่นกัน โดยเอา เปโดร โรดริเกซ และ เฟร์นานโด ตอร์เรส ลงเล่นแทน ดาบิด ซิลบา กับ เชส ฟาเบรกัส

น.80 ลงสนามไปได้พักใหญ่ เฌเรมี่ เมเนซ ก็ต้องรับใบเหลืองหลังจากไปบ่นผู้ตัดสินในจังหวะที่ไปดึง ฆอร์ดี้ อัลบา ล้มลงในจังหวะแย่งบอล ทำให้เจ้าตัวจะหมดโอกาสลงช่วยทีมนัดหน้าหากทีมได้ผ่านเข้ารอบ

หลังจากรูปเกมแทบไม่เปลี่ยนจากเดิม ฝรั่งเศส ก็เปลี่ยนตัวคนสุดท้ายเอา โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ลงเสริมเกมบุกอีกคน โดยคนที่ถูกถอดออกไปก็คือ ยานน์ เอ็มวีล่า ขณะที่ สเปน ก็เปลีย่นคนสุดท้ายถอด อันเดรส อิเนียสต้า ออกไปและส่ง ซานติ การซอร์ล่า ลงสนาม

ช่วงท้ายเกม สเปน มาได้จุดโทษ หลังจากที่ อ็องโตนี่ เรวิลแยร์ ไปดึง เปโดร ล้มลง ผู้ตัดสินชี้เป็นลูกโทษทันที และเป็น อลอนโซ่ คนเดิมซัดไปทางซ้ายเข้าไปให้ทีมทิ้งห่าง 2-0

จากนั้นไม่มีอะไรเกิขึ้น หมดเวลา สเปน เป็นฝ่ายเอาชนะ ฝรั่งเศส ไปได้ 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศโดยเข้าไปพบกับ โปรตุเกส ต่อไป

 

รายชื่อ 11 ผู้เล่นลงสนาม 

สเปน (4-2-3-1): 1. อิเคร์ กาซิยาส; 17. อัลบาโร่ อาร์เบลัว, 3. เคราร์ด ปิเก้ ,15. เซร์คิโอ รามอส ,18. ฆอร์ดี้ อัลบา; 16. เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ,14. ชาบี้ อลอนโซ่; 21. ดาวิด ซิลบา,8. ชาบี้ เอร์นานเดซ, 6. อันเดรส อิเนียสต้า; 9.เชส ฟาเบรกาส
โค้ช: บิเซนเต้ เดล บอสเก้

ฝรั่งเศส (4-3-3): 1. อูโก้ โยริส; 2. มาติเยอ เดอบูชี่ 4. อดิล รามี่ 21. โลร็องต์ กอสเซียลนี่ 22. กาแอล กลิชี่; 13.อ็องโตนี่ เรเวยแยร์, 6. โยฮัน กาบาย ,17. ยานน์ เอ็มวิล่า; 15.ฟลอร็องต์ มาลูด้า,10. คาริม เบนเซม่า ,7. ฟร็องค์ ริเบรี่
โค้ช: โลร็องต์ บล็องก์

 (ภาพจาก : Gettyimages)