ยังไม่ถึงกับประทับใจ...???

ยังไม่ถึงกับประทับใจ...???

กลุ่ม เอ และกลุ่ม บี จบรอบแบ่งกลุ่มด้วยการพลิกโผ เมื่อรัสเซียกับฮอลแลนด์โดนสอยร่วง ในขณะที่กลุ่ม ซี ที่เข้ารอบมาถือว่าตามคาด แต่ไม่ถึงขั้นน่าประทับใจอะไรมากกับฟอร์มของแชมป์เก่าและแชมป์โลกอย่างสเปน หรือแม้กระทั่งฟอร์มของทีมอิตาลี ยังคงมีปัญหาให้แก้ไขกันต่อไปถ้าคาดหวังที่จะประสบความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์นี้

แชมป์เก่าแผนเดียวตลอดทาง...

สไตล์เคาะบอลสั้นๆส่งต่อกันไปของสเปนในฐานะแชมป์โลกและแชมป์เก่ายูโร เป็นที่ต้องตาต้องใจของทุกคน นั่นทำให้ครองความยิ่งใหญ่อย่างชัดเจนในยุคนี้ ในยามที่นักเตะกระทิงทำได้อย่างที่เคยเป็น ทำได้อย่างที่กุนซือวางแผนเอาไว้ ไปได้สวยทีเดียวกับเกมในสนาม

ผ่านบอลไปมา คืบหน้าสู่การสร้างสรรค์และจบด้วยการปิดสกอร์ ทุกอย่างลงตัวสมบูรณ์แบบ ทว่าในรอบแบ่งกลุ่มทั้ง 3 นัดที่ผ่านมา แม้ว่าจะสร้างสรรค์กันได้ดีแต่มีสกอร์ที่ไม่ง่ายอย่างที่ต้องการเลย

ตัวอย่างชัดเจนในนัดเจอโครเอเชีย ทีมระดับแชมป์โลกและแชมป์ยูโร ต้องแก้ปัญหาในสนามกันได้หลากหลายกว่านี้ โครแอตย่อมเตรียมตัวมาดีเพื่อรับมือให้ถึงที่สุด

ในขณะที่สเปนเองกลับไม่มีแผนสำรองใดๆทั้งสิ้น เล่นด้วยสไตล์เดิมไม่เปลี่ยนแปลง แน่นอนความพยายามของกระทิงดุจบลงด้วยการได้สกอร์ที่ต้องการช่วงท้ายเกม

ถ้าวันไหนการต่อบอลสั้นๆมันเกิดตื้อและตันจนหาทางออกไม่เจอ แชมป์เก่าของเราจะเล่นแบบไหน หรือว่ายังคงมั่นใจในสไตล์นี้โดยที่ไม่ต้องมีแผนสำรองให้เสียเวลา

ศูนย์หน้าตัวปลอม...

บิเซนเต้ เดล บอสเก้ ออกสตาร์ตนัดแรกในรอบแบ่งกลุ่มเจอกับอิตาลี ด้วยการไม่มีศูนย์หน้าอาชีพอย่างเฟร์นานโด ตอร์เรส อยู่ในทีม โดยส่งลงเป็นตัวสำรองในนัดนั้น ก่อนที่จะได้เล่นเป็นตัวจริงในนัดเจอกับไอร์แลนด์ แน่นอนชื่อชั้นมันยังห่างกันจะใช้เป็นบทพิสูจน์มันก็พูดได้ไม่เต็มปาก

โชว์ผลงานซะหวือหวาไปเลย อย่างไรก็ตามทีนัดเจอโครเอเชีย ได้โอกาสอีกครั้ง แต่ไม่มีความร้ายกาจอะไรมากมายเหมือนนัดดวลกับไอริช จนถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามโดยมีเฆซุส นาบาส ซึ่งเป็นปีกลงไปแทนพร้อมกับสกอร์ท้ายเกม

สเปนปฏิวัติเกมที่เราคุ้นเคย มีผู้รักษาประตู มีกองหลัง กองกลางและศูนย์หน้า มาเป็นการเล่นแบบมั่นใจในบรรดามิดฟิลด์ของทีมแบบเกินร้อย โดยไม่ต้องพึ่งพาศูนย์หน้าอาชีพ 4-5 ปีที่ผ่านมาสเปนประสบความสำเร็จเพราะมีดาวิด บีญ่าและเฟร์นานโด ตอร์เรส เป็นหัวหอกหลักของทีม

ทีมที่ไม่มีศูนย์หน้ามันเหมือนกับไม่มีฟันไว้ขบเคี้ยว บ่อยครั้งที่บรรดาศูนย์หน้าสามารถตัดสินความสำเร็จหรือความล้มเหลวให้กับทีม ศูนย์หน้าเกิดมาเพื่อยิงประตู แม้ว่าบรรดามิดฟิลด์ส่วนใหญ่ต่างสอดส่ายสายตาหาสกอร์เหมือนกัน แต่สัญชาตญาณ เหลี่ยมมุมต่างๆมันก็ยังแตกต่างอยู่ดี

ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ถ้าแชมป์เก่ายังคงมั่นใจในตัวมิดฟิลด์ที่มีอยู่ในทีม สเปนอาจจะเขียนประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งก็ได้

ป้องกันแชมป์ได้หรือเปล่า...

ทิ้งไว้เป็นปริศนาเหมือนเดิม ต้องให้เวลาและผลงานในสนามแต่ละนัดตัดสินเอง แม้ว่าสเปนดูเหมือนขัดสนในเรื่องของความหลากหลายในการเล่น แต่ก็ยังเป็นเต็งแชมป์เหมือนเดิม แต่ถ้ามีโอกาสเจอกับเยอรมันในนัดชิงชนะเลิศที่ดูหลากหลายกว่าน่าคิดเหมือนกัน

อิตาลีเป็นอีกทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ จะไปเจอกับทีมไหนในกลุ่ม ดี คงทราบกันไปเรียบร้อยแล้ว แม้จะเข้ารอบได้แต่ก็ยังไม่ถึงกับน่าประทับใจมากนักเช่นเดียวกับสเปน

เซตพีซ...

ความสำเร็จในจังหวะเล่นลูกเซตพีซของอิตาลี ได้ผลอย่างต่อเนื่อง แต่ละประตูเริ่มจากตรงนั้น ยกเว้นสกอร์ของดิ นาตาเล่ที่ยิงได้จากโอเพ่น เพลย์ เป็นการประกาศชัดเจนให้ทีมอื่นได้รับรู้ถึงประสิทธิภาพในการเล่นเซตพีซ

ในทางกลับกัน มันก็ฟ้องในจุดด้อยของตัวเองเหมือนกัน การปิดสกอร์ด้วยจังหวะที่เป็นโอเพ่น เพลย์ ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

อย่าทำพัง...

เซซาเร่ ปรันเดลลี่ กุนซือทีมชาติอิตาลี ใช้งานอันโตนิโอ ดิ นาตาเล่ ในนัดปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่มกับไอร์แลนด์ โดยคนที่ต้องนั่งสำรองก็คือมาริโอ บาโลเตลลี่ ที่ได้โอกาสออกสตาร์ตใน 2 นัดแรกแต่ยิงประตูไม่ได้

ดิ นาตาเล่ เปลี่ยนตัวลงไปยิงประตูได้ในนัดแรก ควรจะได้โอกาสบ้างนั่นก็สมควรแล้ว การตัดสินใจของปรันเดลลี่เป็นที่ขุ่นเคืองของหัวหอกจากทีมเรือใบไม่น้อยที่ลงเล่นเป็นตัวจริงแล้วโดนเปลี่ยนออกจนถึงขั้นจับนั่งสำรองแล้วให้เล่นแค่ท้ายเกม

15 นาทีที่อยู่ในสนาม บาโลเตลลี่ มีสกอร์ให้กับทีมสมใจอยาก แต่สิ่งที่แสดงออกหลังจากยิงประตูได้นี่สิ ไม่รู้จะมีปัญหากับกุนซือหรือเปล่า เพราะบาโลเตลลี่พร้อมที่จะใช้คำพูดเสียดสีและเข้าไปสะใจต่อหน้ากุนซือจนเพื่อนร่วมทีมรีบปิดปากเอาไว้

เอาแน่กับอารมณ์ของแกไม่ได้จริงๆ นาทีนี้บาโลเตลลี่น่าจะเป็นนักเตะเดาใจและเดาพฤติกรรมได้ยากที่สุดในโลกไปแล้ว ทว่าความที่มั่นใจในตัวเอง และมีความเป็นตัวของตัวเองสูงนั้นมันก็เป็นสีสันที่ทุกคนติดตาม

คิดถึงแชมป์ต้องระวังใบเหลือง...

อิตาลีจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยการสะสมใบเหลืองถึง 9 ใบ สูสีกับกรีซ โชคดีที่มีการล้างใบเหลืองที่ติดตัวในรอบแรก ทว่าเรื่องราวนั้นมันจะไปมีผลต่อการตัดสินใจของผู้ตัดสินเหมือนกัน

ประมาณว่าต้องจับตานักเตะเลี่ยนเป็นพิเศษทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรเหมือนจะเป็นผู้ร้ายเป็นผู้ต้องสงสัยไปซะงั้น ถ้าอิตาลีหวังถึงแชมป์ต้องระวังตัวกันหน่อย ตัวหลักของทีมอาจจะพลาดในนัดชิงหลายคนก็ได้ถ้ายังคงวอนหาใบเหลืองแบบเรี่ยราดขนาดนี้

สปิริต...

ทีมไหนที่อิตาลีต้องเจอในรอบน็อกเอาต์มีสปิริตแรงกล้าและมีความคมชัดเจนกว่าไอร์แลนด์ จะเป็นงานหนักของลูกทีมปรันเดลลี่ทันที ไอร์แลนด์ใช้ลูกบ้าเข้าใส่เล่นเอาคิเอลลินี่กับบาร์ซาญี่งานชุดอลหม่านกันน่าดู แน่นอนว่าในรอบน็อกเอาต์เป็นทีมที่มีศักยภาพมากกว่าไอร์แลนด์ อิตาลีจะทำอย่างไร คงต้องตามกันไป เชียร์กันยาวๆ