วิเคราะห์บอลยูโร สวีเดน - ฝรั่งเศส

วิเคราะห์บอลยูโร สวีเดน - ฝรั่งเศส

 

ฟุตบอลยูโร 2012

กลุ่ม ดี นัดที่ 3

สวีเดน - ฝรั่งเศส


เวลา: 01.45 น.
สนาม: เอ็นเอสซี โอลิมปิสกี้
ผู้ตัดสิน: เปโดร โปรเอนซ่า (โปรตุเกส)
ถ่ายทอดสด: ช่อง 9

 

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

สวีเดน

15 มิ.ย. 55 แพ้ อังกฤษ 2-3 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
11 มิ.ย. 55 แพ้ ยูเครน 1-2 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
5 มิ.ย. 55 ชนะ เซอร์เบีย 2-1 (เหย้า) กระชับมิตร
30 พ.ค. 55 ชนะ ไอซ์แลนด์ 3-2 (เหย้า) กระชับมิตร
29 ก.พ. 55 ชนะ โครเอเชีย 3-1 (เยือน) กระชับมิตร

ฝรั่งเศส

15 มิ.ย. 55 ชนะ ยูเครน 2-0 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
11 มิ.ย. 55 เสมอ อังกฤษ 1-1 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
5 มิ.ย. 55 ชนะ เอสโตเนีย 4-0 (เหย้า) กระชับมิตร
31 พ.ค. 55 ชนะ เซอร์เบีย 2-0 (เหย้า) กระชับมิตร
27 พ.ค. 55 ชนะ ไอซ์แลนด์ 3-2 (เหย้า) กระชับมิตร

ผลงานการพบกันที่ผ่านมา

20 ส.ค. 51 กระชับมิตร สวีเดน 2-3 ฝรั่งเศส
9 ก.พ. 48 กระชับมิตร ฝรั่งเศส 1-1 สวีเดน
22 เม.ย. 41 กระชับมิตร สวีเดน 0-0 ฝรั่งเศส
2 เม.ย. 40 กระชับมิตร ฝรั่งเศส 1-0 สวีเดน
22 ส.ค. 36 ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก สวีเดน 1-1 ฝรั่งเศส
28 เม.ย. 36 ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ฝรั่งเศส 2-1 สวีเดน

ความพร้อม-สภาพทีม

สวีเดน

สวีเดนจะลงเตะทิ้งทวนก่อนเก็บกระเป๋าเสื้อผ้ากลับบ้าน และอาจจะเป็นเกมสุดท้ายในทีมชาติสำหรับนักเตะบางคนด้วย อย่างเช่นโอลอฟ เมลเบิร์ก และ อันเดอร์ส สเวนส์สัน กองหลังและกองกลางตัวเก๋า

เมลเบิร์ก เซ็นเตอร์แบ็กวัย 34 ปี ทำสองประตูให้ทีมในนัดที่แล้ว แต่ก็ไม่พอที่จะทำให้ทีมรอดพ้นจากความพ่ายแพ้ได้ และนัดนี้เขาคงจะลงยืนเป็นตัวหลักในแนวรับให้ทีมต่อไป ในเกมที่คงจะเป็นแมตช์สุดท้ายในทีมชาติแล้ว

โยนาส โอลส์สัน คงจะได้ลงมาเล่นเป็นคู่หูในแนวรับเช่นเดียวกับเกมที่แล้ว โดยที่อันเดรียส กรานควิสท์ ถูกขยับไปเล่นแบ็กขวาแทนไมเคิล ลุสติกต่อไป ส่วนแบ็กซ้ายคงจะเป็นหน้าที่ของมาร์ติน โอลส์สันเช่นเดิม

ทางด้านสเวนส์สัน มิดฟิลด์วัย 35 ปี ซึ่งได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในนัดที่แล้วและโชว์ฟอร์มได้ดี ก็อาจจะได้ลงเตะในแมตช์สุดท้ายเช่นกัน โดยเอริค ฮามเรน อาจจะไม่ปรับแผงกลางในนัดนี้ ซึ่งมีเซบาสเตียน ลาร์สสัน เป็นตัวทำเกมฝั่งขวา ส่วนคิม คัลล์สตรอม จะคุมเกมตรงลาง และราสมุส เอล์มเป็นตัวทำเกมฝั่งซ้าย

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดาวยิงตัวเก๋าอีกคนของทีม ซึ่งประกาศแล้วว่าจะยังขอรับใช้ชาติต่อไป จะยังเป็นตัวความหวังในเกมรุกของทีมเช่นเดิม แม้นัดที่แล้วจะโชว์ฟอร์มไม่ค่อยออก โดยนัดนี้เขาคงจะยับรับบทบาทหน้าต่ำเช่นเดิม เพื่อเป็นตัวทำเกมรุกอิสระ

โยฮัน เอลมานเดอร์ กองหน้าตัวหลักอีกคนของทีม ฟิตกลับมาลงเล่นเป็นตัวจริงได้ในนัดที่แล้ว แต่ก็เล่นไม่จบเกม ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นปัญหาเรื่องสภาพร่างกาย ทำให้นัดนี้ยังไม่แน่ว่าเขาจะถูกส่งลงสนามหรือไม่ เพราะต้นสังกัดอย่างกาลาตาซารายก็ออกมาโวยแล้วว่าไม่ควรเสี่ยงให้เขาลงเล่นอีก

มาร์คุส โรเซนเบิร์ก ซึ่งได้ลงเล่นเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าในนัดแรก อาจจะได้กลับมาลงสนามอีกในเกมนี้ถ้าเอลมานเดอร์ถูกพักเอาไว้ โดยมีโอล่า ทอยโวเน่น เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่รอสอดแทรกอยู่ หลังถูกจับไปยืนเป็นตัวทำเกมฝั่งซ้ายในนัดแรกและโชว์ฟอร์มไม่เข้าตา

ผู้เล่นบาดเจ็บ: -
ผู้เล่นโดนแบน: -
ผู้เล่นติดใบเหลือง: คิม คัลล์สตรอม, ราสมุส เอล์ม, โอลอฟ เมลเบิร์ก, โยนาส โอลส์สัน, อันเดอร์ส สเวนส์สัน

ความพร้อม-สภาพทีม

ฝรั่งเศส

ฝรั่งเศสผ่านเข้ารอบไปค่อนตัวแล้ว ทำให้นัดนี้โลร็องต์ บล็องก์ สามารถจัดโผได้แบบสบายๆ ไม่เครียดอะไรมาก การพักและหมุนเวียนนักเตะมีความเป็นไปได้ในหลายตำแหน่ง

มาติเยอ เดอบูชี่ และฟิลิปป์ เม็กแซสเป็นสองกองหลังตัวหลักจากสองนัดแรกที่ติดใบเหลืองอยู่ ขณะที่ เฌเรมี่ เมเนซ ที่ได้ลงเล่นเป็นปีกซ้ายในเกมที่แล้ว เป็นอีกคนที่โดนคาดโทษใบเหลืองมาจากเกมล่าสุด

นัดที่แล้วกุนซือทีมตราไก่เองก็ปรับโผจากเกมแรกในบางตำแหน่งเช่นกัน โดยกาแอล กลิชี่ได้ลงมายืนแบ็กซ้ายแทนปาทริซ เอฟร่า และน่าจะยังแย่งตำแหน่งมาจากอดีตกัปตันทีมได้อีกครั้งในเกมนี้ ขณะที่อองโตนี่ เรอเวยแยร์ อาจจะได้โอกาสลงมายืนเป็นแบ็กขวาแทนเดอบูชี่บ้าง

ส่วนเม็กแซสแม้จะเสี่ยงต่อการรับอีกเหลือง แต่บล็องก์ยังน่าจะให้เขาลงเล่นคู่กับอดิล รามี่ต่อไปในฐานะสองเซ็นเตอร์แบ็กตัวหลักในทัวร์นาเมนต์นี้ โดย โลร็องต์ กอสเซียลนี่ ที่ยังไม่เคยลงเล่นในแมตช์แข่งขันจริงเลย อาจต้องรอโอกาสต่อไป

ทางด้าน ยานน์ เอ็มวีล่า อาจจะมีโอกาสได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมนี้บ้าง หลังโชคร้ายเจ็บข้อเท้าในแมตช์อุ่นเครื่องจนอดลงช่วยทีมในนัดแรก และถูกใช้งานแค่ในฐานะตัวสำรองในนัดที่แล้ว แต่เกมนี้เขาอาจจะได้ลงมาเล่นแทนโยฮัน กาบาย ที่เจ็บเล็กน้อยมาจากนัดก่อน หลังได้ลงมาทำหน้าที่แทนไปแล้วในช่วง 20 นาทีสุดท้ายของนัดก่อน

ส่วน ฟลอร็องต์ มาลูด้า มิดฟิลด์ตัวเก๋า ก็อาจจะกลับมาลงสนามเป็นตัวจริงอีกครั้ง ด้วยการลงเล่นแทนเมเนซในเกมนี้ หลังเสียตำแหน่งให้ไปในนัดที่แล้ว

คาริม เบนเซม่า ดาวยิงตัวหลัก จะยังได้ลงยืนเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าต่อไป แม้จะยังเรียกฟอร์มเก่งแบบที่ทำกับเรอัล มาดริดออกมาไม่ได้ และมีเสียงเรียกร้องให้โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ดาวซัลโวของลีกเอิง ลงเล่นแทนเขาบ้างก็ตาม

ผู้เล่นบาดเจ็บ: -
ผู้เล่นโดนแบน: -
ผู้เล่นติดใบเหลือง: เฌเรมี่ เมเนซ, มาติเยอ เดอบูชี่, ฟิลิปป์ เม็กแซส

วิเคราะห์รูปเกม

ฝรั่งเศสลงเตะนัดนี้โดยมีสิทธิเลือกได้ว่าจะอยากเข้ารอบเป็นที่หนึ่งหรือที่สอง หลังจากรู้ผลของกลุ่มซีแล้วว่าจะต้องเข้าไปเจอกับทีมไหน ซึ่งตามโพยแล้วสเปนคงจะเป็นที่หนึ่งในกลุ่มนั้น ทำให้ฝรั่งเศสคงไม่อยากเข้ารอบเป็นที่สองในกลุ่มนี้แน่นอน นั่นหมายความว่าขุนพลทีมตราไก่ต้องเน้นเล่นเพื่อชนะไว้ก่อน

ขณะที่สวีเดนไม่มีอะไรให้ลุ้น เหลือแค่เล่นเพื่อกู้หน้าไม่ให้แพ้ 3 นัดรวดเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการจบทัวร์นาเมนต์ในฐานะทีมที่มีผลงานแย่ที่สุด นัดนี้ฝรั่งเศสคงจัดทีมแบบที่ไม่ใช่ชุดแกร่งที่สุดลงสนาม แต่ก็ยังน่าจะดีพอที่จะชนะได้ และด้วยคุณภาพผู้เล่นและฟอร์มของทีมที่แสดงให้เห็นในสองนัดแรกแล้ว

พวกเขายังเป็นทีมที่อันตรายอยู่ไม่น้อย สวีเดนที่นักเตะตัวหลักๆ อยู่ในวัยโรยราหลายคน อาจจะไม่มีไฟในการเล่นมากนัก หรือการส่งนักเตะหน้าใหม่ๆ ลงมาหาประสบการณ์ ก็น่าจะทำให้โอกาสจะต้านทานฝรั่งเศสได้ในเกมนี้มีไม่มากนัก และทีมตราไก่น่าจะเก็บชัยชนะไปได้ในที่สุด

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม:

สวีเดน (4-4-1-1): 1. อันเดรียส อิซัคส์สัน; 4. อันเดรียส กรานควิสท์ 3. โอลอฟ เมลเบิร์ก 13. โยนาส โอลส์สัน 5. มาร์ติน โอลส์สัน; 7. เซบาสเตียน ลาร์สสัน 8. อันเดอร์ส สเวนส์สัน 9. คิม คัลล์สตรอม 6. ราสมุส เอล์ม; 10. ซลาตัน อิบราฮิโมวิช; 22. มาร์คุส โรเซนเบิร์ก
โค้ช: เอริค ฮามเรน

ฝรั่งเศส (4-3-3): 1. อูโก้ โยริส; 13. อองโตนี่ เรอเวยแยร์ 4. อดิล รามี่ 5. ฟิลิปป์ เม็กแซส 22. กาแอล กลิชี่; 17. ยานน์ เอ็มวีล่า 18. อาลู ดิยาร์ร่า 15. ฟลอร็องต์ มาลูด้า; 7. ฟรองค์ ริเบรี่ 10. คาริม เบนเซม่า 11. ซาเมียร์ นาสรี่
โค้ช: โลร็องต์ บล็องก์

ฮอตสกอร์: ฝรั่งเศสชนะ 2-1

ล้อมกรอบ

*สวีเดนเอาชนะฝรั่งเศสไม่ได้มานานกว่า 40 ปีแล้ว หรือตลอด 11 นัด นับตั้งแต่ชนะ 2-0 ในเกมฟุตบอลโลก 1970 รอบคัดเลือก
*สวีเดนไม่เคยจบเกมด้วยผลเสมอมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว หลังเจ๊ายูเครน 1-1 ในทัวร์นาเมนต์อุ่นเครื่องที่ไซปรัส โดยมีสถิติชนะ 11 แพ้ 5 ใน 16 นัดหลัง
*สวีเดนชนะรวด 4 นัดในเกมอุ่นเครื่องของปีนี้ ก่อนจะมาแพ้รวด 2 นัดแรกในยูโรครั้งนี้
*สวีเดนชนะได้แค่ 2 จาก 13 นัดหลังสุดที่ลงเตะในยูโร
*ก่อนลงเตะยูโร 2012 สวีเดนไม่เคยแพ้ในรายการนี้เมื่อเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน
*ฝรั่งเศสเพิ่มสถิติไม่แพ้ใครติดต่อกันเป็น 23 นัดแล้ว และเสียไปแค่ 10 ประตูเท่านั้น
*ชัยชนะเหนือยูเครนทำให้ฝรั่งเศสหยุดสถิติไม่ชนะในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ติดต่อกัน 8 นัดลงได้ หลังจากชนะครั้งหลังสุดในฟุตบอลโลก 2006 ด้วยการพิชิตโปรตุเกส 1-0 ในรอบรองชนะเลิศ
*ก่อนชนะยูเครนได้ ฝรั่งเศสไม่เคยคว้าชัยชนะในยูโรได้เลยเมื่อไม่มี มิเชล พลาตินี่ หรือ ซีเนอดีน ซีดาน อยู่ในทีม
*ชัยชนะเหนือยูเครน 2-0 ถือเป็นครั้งแรกที่ฝรั่งเศสยิงประตูในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ได้เกินหนึ่งลูก นับตั้งแต่เกมที่ชนะสเปน 3-1 ในฟุตบอลโลก 2006
* ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทำประตูให้สวีเดนได้ 4 นัดติดต่อกัน ก่อนจะถูกหยุดสถิติลงในเกมที่แพ้อังกฤษ
* คาริม เบนเซม่า ยังทำประตูไม่ได้ในสองนัดแรก และมีสถิติยิงได้แค่ 2 ลูกจากการลงเตะให้ฝรั่งเศส 18 นัดหลังสุด