ทีมจากอังกฤษนัยยะการซื้อขายที่ล้มเหลว

ทีมจากอังกฤษนัยยะการซื้อขายที่ล้มเหลว
Hot Score

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล : สำหรับเรื่องราวของธิอาโก้ อาคันทาร่า ที่ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับบาเยิร์น มิวนิคด้วยค่าตัว 22 ล้านยูโร

ตัดหน้าทีมแชมป์ฤดกาลที่ผ่านมาของพรีเมียร์ลีก อย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ถือว่าบอกนัยยะสำคัญของทีมจากอังกฤษได้เป็นอย่างดี ในหลายๆ เรื่อง

ทำให้ต้องมานั่งคิดกันลึกๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับบรรดาสโมสรในพรีเมียร์ลีกทั้งหลายที่ดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จในการซื้อขายใหญ่ๆ เลย

อย่าว่าแต่แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมเดียว เพราะทั้งลิเวอร์พูลและอาร์เซนอลก็เป็นแบบเดียวกันในช่วงนี้ เริ่มจาก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่ขยับเรื่องการซื้อตัวก่อนใครเพื่อน หลังจากได้ โคโล่ ตูเร่ แบบไร้ค่าตัว หรือสองดาวเตะเกรดบี คือ หลุยส์ อัลแบร์โต้ กับ ยาโก้ อัสปาส ทั้งสามคน ถือว่าเป็นนักเตะในชนิดที่ว่าไม่มีทีมอื่นอยากได้ด้วย เพราะไม่รู้ว่าจะมาแล้วดีหรือมาร้าย

ต่างจากเป้าหมายหลักก่อนหน้านี้ ที่ทีมซดแห้วไปแล้วคือ เฮนริคห์ มาคิตายาน เพลย์เมกเกอร์มากพรสวรรค์ ทีมชาติอาร์เมเนีย ที่ตกลงปลงใจคบกับ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์



ถ้าจำกันได้ เมื่อเดือนที่แล้วยังเห็นสื่อต่างๆ ในยุโรปประโคมข่าวว่าทีมดังจากเมอร์ซีย์ไซด์ ให้ความสนใจอดีตนักเตะของ ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค แต่ติดปัญหาอยู่ที่ค่าตัวที่ต้นสังกัดเก่าตั้งไว้สูงเหลือเกิน ถึงหลัก 20 ล้านปอนด์ ดังนั้น สิ่งที่สโมสรทำคือดึงเวลาไปเรื่อยๆ เพื่อให้ค่าตัวของนักเตะชื่อย่อ “เอ็มเค” ลดลง ซึ่งไม่รู้เลยว่ามีรองแชมป์ จากบุนเดสลีกาฤดูกาลที่ผ่านมาเป็นทั้งเสือเหลืองและเสือซุ้มอยู่

ในที่สุดก็เป็น โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่ได้ลายเซ็นต์ของเจ้าเอ็มเคไปครอบครอง ด้วยค่าตัวประมาณ 20 ล้านปอนด์พร้อมกับสัญญาอยู่กับทีมอีกสี่ปีจนถึงปี 2017 เลยทีเดียว บัดนี้ล่วงเลยมาถึงกลางเดือนกรกฎาคมแล้ว ช่วงเก็บตัวฝึกซ้อมเริ้มต้นขึ้น แถมหลุยส์ ซัวเรซ ก็กำลังดูทิศทางลมว่าจะย้ายไปอยู่ไหน

หลังจากที่แสดงตัวผ่านสื่อเรื่อยๆ ว่าไม่ต้องการอยู่กับทีมต่อไป ซึ่งการหาตัวตายตัวแทนของซัวเรซให้ได้ คงเป็นปัจจัยที่เบรนแดน ร็อดเจอร์ คงต้องคิดกันหนักเลยทีเดียว

ส่วนทางด้านของ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอลที่ล้มเหลวมา 8 ฤดูกาลติดแล้ว ไม่มีแชมป์มาประดับสโมสร ก็มีปัญหาสำคัญในเรื่องของกองหน้า อย่างที่เคยเขียนไปในคอลัมน์ที่ผ่านๆ มาซึ่งตอนนี้ก็ได้ตัวดาวรุ่งทีมชาติฝรั่งเศสชุดอายุไม่เกิน 20 ปีเพียงคนเดียวอย่างยาย่า ซาโนโก้

แต่ก่อนที่จะมาปิดดีลของซาโนโก้ จากโอแซร์ ทีมเกือบได้นักเตะบิ๊กเนมอย่างกอนซาโล่ อิกวาอิน ยอดกองหน้าชาวอาเจนติน่าของ เรอัล มาดริดในตอนแรกทางเอเยนต์ของอิกวาอิน และสโมสร อาร์เซน่อล กับ เรอัล มาดริด สามารถตกลงค่าตัวกันได้แล้ว

แต่ก็มีหลายข่าวออกมาทำให้ดีลนี้ไม่เกิดขึ้น ทั้งการที่อาร์เซนอลไม่ยอมจ่ายเพิ่มอีกแค่ล้านสองล้านปอนด์ หรือเรื่องของสัญญานักเตะที่ค่อนข้างจุกจิกในเรื่องของค่าเหนื่อย เช่นต้องถูกหักถ้าทีมเกิดไม่ได้เล่นฟุตบอลยุโรปรายการใหญ่อย่างยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

รวมทั้งการที่คาร์โล อันเชล็อตติ นายใหญ่คนใหม่ของทีมราชันชุดขาว ยังต้องการเก็บตัวอิกวาอินไว้ ถ้ายังไม่ได้นักเตะกองหน้าคนใหม่ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ อาร์เซน่อลก็ซดแห้วแล้วไป ดึงซาโนโก้แบบไร้ค่าตัวซึ่งนักเตะประเภทนี้โอกาสมีน้อยถ้าหวังจะให้มาแล้วฟอร์มปรู๊ดปราดยิงระเบิดระเบ้อ

ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มี เดวิด มอยส์ เป็นหัวเรือใหญ่ในยุคใหม่ อย่างที่เกริ่นนำในตอนแรกว่าอดได้ตัว ธิอาโก้ อาคันทาร่า มิดฟิลด์พรสวรรค์สูงของบาเยิรน์ มิวนิคตอนนี้ หรืออดีตเคยเป็นนักเตะของบาร์เซโลน่า ถ้าจำกันได้เมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมายังมีข่าวเรื่องความสับสนของนักเตะที่ไม่รู้ว่าจะอยู่หรือไปจากบาร์เซโลน่าดี

รวมทั้งรายละเอียดของสัญญานักเตะที่หลังจากเดือนนี้ค่าตัวจะสูงขึ้นชนิดที่อาจเอื้อมไม่ถึง แต่เมื่อมะรืนนี้ข่าวของอัลคันทาร่าที่ไปเปิดตัวกับบาเยิร์น มิวนิค เกิดขึ้นมาแบบไม่มีใครคาดคิดว่าจะปิดดีลกันเร็ว จนเหล่าแฟนเร้ด อาร์มี่ที่เมืองไทย หรือทีมแมนฯ ยูที่อยู่ในเอเชียได้แต่มองตาปริบๆ

สุดท้ายนี้เรื่องของการพลาดสามนักเตะคุณภาพของสามทีมดังจากอังกฤษ คงต้องบอกว่าสื่อในอังกฤษเองก็ดี หรือด้วยคุณภาพของสโมสร มาตรฐานของลีกรวมทั้งฟอร์มของทีมชาติอังกฤษที่ล้มเหลวในทุกรายการทุกชุด สามารถสะท้อนได้ว่าพรีเมียร์ลีกถึงจะเป็นลีกมีคนติดตามมากที่สุดในโลก

จากฐานแฟนบอลในเอเชียแต่ไม่ใช่ลีกอันดับท็อปๆ ของโลกอีกต่อไปแล้ว บวกกับนัยยะการซื้อขายของทีมจากอังกฤษที่ทีมใหญ่ล้มเหลวไม่ได้นักเตะที่ตัวเองต้องการคงเป็นอีกหลักฐานที่สนับสนุนเรื่องนี้เป็นอย่างดีครับ

 

เรื่องโดย : "Dr.Mao"