อรรณพชี้ถ้าแก้ไขเลือกตั้งต้องลงมติ2ใน3

อรรณพชี้ถ้าแก้ไขเลือกตั้งต้องลงมติ2ใน3
INN News

สนับสนุนเนื้อหา


'อรรณพ สิงห์โตทอง' ปะทะเดือด 'วรวีร์ มะกูดี' ทวงขอมติ 2 ใน 3 หากอยากแก้ไขระเบียบเลือกตั้ง

นายวรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ "เสี่ยณพ" นายอรรณพ สิงห์โตทอง รองประธานสโมสรชลบุรี ในฐานะ แกนนำกลุ่มสโมสรสมาชิกที่ถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้ง หากยึดธรรมนูญใหม่ มีโอกาสเผชิญหน้าออกอากาศทางโทรทัศน์ครั้งแรก ในรายการ "ตอบโจทย์"

บังยี เริ่มต้นด้วยการเปิดประเด็นเรื่องถูกสโมสรบริษัทสโมสรฟุตบอล พัทยา จำกัด หรือ พัทยา เอฟซี ฟ้องไม่ให้นำระเบียบข้อบังคับการเลือกตั้งตามมาตรฐานฟีฟ่า มาให้สโมสรสมาชิกรับรองก่อนมีการถอนฟ้องไปแล้วเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่ผ่านมาก็ตาม

นายวรวีร์ กล่าวว่า ตนเองทราบมาว่า ก่อนหน้าที่ศาลจังหวัดมีนบุรี จะรับคำฟ้องของสโมสรพัทยานั้น คำร้องดังกล่าวเคยถูกศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ยกฟ้องมาแล้ว ซึ่งศาลจังหวัดมีนบุรี ไม่ทราบ เพราะมีการปกปิด จึงมีการรับฟ้อง ทำให้การประชุมวันที่ 15 มิ.ย. ไม่สามารถเปิดเพื่อรับรองมติได้ ส่วนที่มาของระเบียบการเลือกตั้งฉบับนี้นั้น ตนเองยืนยันว่ามีกระบวนการนำเข้าที่ประชุมใหญ่มาตลอด และเมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ผ่านมา เป็นร่างสุดท้าย และมีการลงมติรับร่างไปแล้ว

ด้าน "เสี่ยณพ" ตอบกลับว่า "จริง ๆ แล้ว เรื่องธรรมนูญฟุตบอลไทยฉบับใหม่ ตนเองและสมาชิกทั้งหมดเพิ่งได้
รับหนังสือก่อนเข้าประชุมเมื่อ 31 มี.ค.56 แค่ 5 นาที และทางสมาคมได้ให้มีการเซ็นรับรอง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ หลายสโมสรโดนลิดรอนสิทธิ์เยอะมาก ทำให้ต้องมีการพูดคุยกัน โดยขอยืนยันไม่ได้เป็นไปตามคำกล่าวอ้าง นายวรวีร์ ที่บอกว่าได้แจ้งให้สโมสรได้รับทราบในที่ประชุมตั้งแต่ปี 2552 แต่อย่างใด เพราะฉะนั้น เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่เป็นธรรม อีกทั้งยังไม่เป็นไม่เห็นค่าสโมสรสมาชิกเหล่านั้น"

"นอกจากนี้ ส่วนตัวยังมองว่า หลักการของการปรับจำนวนสโมสรที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจาก 184 เสียง มาเหลือ 72 เสียง ตามที่ฟีฟ่ากำหนดมานั้น ยังไม่ถูกต้องตามข้อบังคับของธรรมนูญฟุตบอลไทยฉบับปัจจุบัน ที่ต้องผ่านเสียง 2 ใน 3 ของสโมสรสมาชิกทั้งหมดเพื่อลงมติเห็นชอบ ซึ่งในวันที่ 31 มี.ค.นั้น ก็มีสมาชิกรับรองด้วยคะแนน 55-48 เสียง ซึ่งไม่ถึง 2 ใน 3"