วิเคราะห์บอลยูโร กลุ่มบี เดนมาร์ก - โปรตุเกส

วิเคราะห์บอลยูโร กลุ่มบี เดนมาร์ก - โปรตุเกส

วิเคราะห์บอลยูโร กลุ่มบี นัดที่2 เดนมาร์ก - โปรตุเกส

เวลา: 23.00 น.

สนาม: อารีน่า แอลวีฟ

ผู้ตัดสิน: เคร็ก โธมัส (สกอตแลนด์)

ถ่ายทอดสด: ช่อง 3

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

เดนมาร์ก

9 มิ.ย. 55 ชนะ ฮอลแลนด์ 1-0 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
2 มิ.ย. 55 ชนะ ออสเตรเลีย 2-0 (เหย้า) กระชับมิตร
26 พ.ค. 55 แพ้ บราซิล 1-3 (กลาง) กระชับมิตร
29 ก.พ. 55 แพ้ รัสเซีย 0-2 (เหย้า) กระชับมิตร
21 ม.ค. 55 ชนะ ไทย 3-1 (กลาง) กระชับมิตร

โปรตุเกส

9 มิ.ย. 55 แพ้ เยอรมนี 0-1 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
2 มิ.ย. 55 แพ้ ตุรกี 1-3 (เหย้า) กระชับมิตร
26 พ.ค. 55 เสมอ มาซิโดเนีย 0-0 (เหย้า) กระชับมิตร
29 ก.พ. 55 เสมอ โปแลนด์ 0-0 (เยือน) กระชับมิตร
15 พ.ย. 54 ชนะ บอสเนีย 6-2 (เหย้า) ยูโรรอบเพลย์ออฟ

ผลงานการพบกันที่ผ่านมา

5 ก.ย. 52 ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก เดนมาร์ก 1-1 โปรตุเกส
10 ก.ย. 51 ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โปรตุเกส 2-3 เดนมาร์ก
1 ก.ย. 49 กระชับมิตร เดนมาร์ก 4-2 โปรตุเกส
29 มี.ค. 43 กระชับมิตร โปรตุเกส 2-1 เดนมาร์ก
9 มิ.ย. 39 ยูโรรอบสุดท้าย เดนมาร์ก 1-1 โปรตุเกส

ความพร้อม-สภาพทีม

เดนมาร์ก

ทีมโคนมสภาพยังแกร่งทั่วแผ่นเช่นเดิม และคงจะส่งขุนพลตัวหลักลงสนามอย่างพร้อมหน้าอีกครั้ง หลังโชว์ฟอร์มสดดับซ่าฮอลแลนด์มาแล้วในนัดแรก

สเตฟาน อันเดอร์เซ่น จะรับหน้าที่เฝ้าเสา หลังทำผลงานได้ดีในการก้าวขึ้นมาเป็นมือหนึ่งในทัวร์นาเมนต์นี้ เพราะ โธมัส โซเรนเซ่น ต้องถอนตัวไปเนื่องจากบาดเจ็บจากเกมอุ่นเครื่อง

แผงแบ็กโฟร์ชุดเดิมจะประกอบด้วยลาร์ส ยาค็อบเซ่นในตำแหน่งแบ็กขวา ส่วนแบ็กซ้ายเป็นไซม่อน โพลเซ่น และคู่เซ็นเตอร์แบ็กเป็นการประสานงานกันระหว่างแดเนี่ยล แอ็กเกอร์ กับซิมง เคียร์

นิกิ ซีมลิ่งกับวิลเลี่ยม ควิสท์จะจับคู่กันตรงกลางสนาม ในฐานะมิดฟิลด์ตัวตัดเกมและคอยเก็บบอล

ส่วนสามตัวรุกมีคริสเตียน อีริคเซ่น เพลย์เมกเกอร์ดาวรุ่งจากไอแอ๊กซ์ คอยคุมจังหวะเกม ส่วนเดนนิส รอมเมดาห์ล ปีกตัวเก๋า จะรับหน้าที่ขึ้นเกมทางฝั่งขวา และไมเคิล โครห์น เดห์ลี่ ฮีโร่ ผู้ทำประตูชัยให้ทีมในนัดที่แล้ว จะใช้ความจี๊ดปั่นป่วนทางกราบซ้ายเช่นเดิม

ขณะที่ นิคลาส เบนท์เนอร์ หัวหอกตัวหลักของทีม จะลงยืนเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าเพียงคนเดียวอีกครั้งในระบบการเล่นแบบ 4-2-3-1

ผู้เล่นบาดเจ็บ: -
ผู้เล่นโดนแบน: -
ผู้เล่นติดใบเหลือง: ไซม่อน โพลเซ่น, วิลเลี่ยม ควิสท์

ความพร้อม-สภาพทีม

โปรตุเกส

ทีมฝอยทองพร้อมใช้งานนักเตะชุดฟูลทีมได้ในเกมนี้ หลังจากฮูโก้ อัลเมด้า หัวหอกตัวหลักอีกคน ฟิตสมบูรณ์ดีแล้วจากอาการป่วยเป็นไข้ ขณะที่ ริคาร์โด้ ควาเรสม่า ปีกตัวจี๊ดอีกคน ก็สลัดปัญหากล้ามเนื้อขาตึงได้แล้วเช่นกัน และพร้อมเป็นตัวเลือกได้ในนัดนี้

เปาโล เบนโต้ คงจะยืนพื้นนักเตะชุดเดิมเอาไว้เป็นหลัก หลังจากเล่นกันได้โอเคในเกมที่แล้ว เพียงแต่โชคร้ายไม่มีแต้มติดมือในการพบกับเยอรมนี ทำให้นัดนี้คงต้องเน้นคุณภาพของเกมรุกและการจบสกอร์ให้เฉียบขาดยิ่งขึ้น

เฮลเดอร์ ปอสติก้า ที่ได้รับโอกาสลงเล่นเป็นศูนย์หน้าในนัดที่แล้ว เป็นคนที่ถือว่าทำผลงานได้ค่อนข้างน่าผิดหวัง ทำให้เกมนี้เขาอาจจะถูกแทนที่ด้วย อัลเมด้า โดยมี เนลสัน โอลิเวร่า กองหน้าดาวรุ่งวัย 20 ปี ที่รอสแตนด์บายจะลงไปเป็นโจ๊กเกอร์ให้กับทีมด้วย

นอกจากนั้นโผ 11 ตัวจริงของทีมก็คงจัดแบบเดิมในระบบ 4-3-3 โดยมีรุย ปาตริซิโอลงเฝ้าเสา

ส่วนแนวรับมีเปเป้กับบรูโน่ อัลเวสเป็นคู่ปรากาหลังตัวกลาง และฟูลแบ็กทั้งสองข้างเป็น เจา เปร์เรร่ากับ ฟาบิโอ โคเอนเทรา

ขณะที่สามมิดฟิลด์ประกอบด้วยราอูล เมเรเลส, มิเกล เวโลโซ่ และ เจา มูตินโญ่

ทางด้านนานี่และ คริสติอาโน่ โรนัลโด้ จะเป็นสองตัวรุกริมเส้นที่เป็นความหวังหลักของทีมเช่นเดิม

ผู้เล่นบาดเจ็บ: -
ผู้เล่นโดนแบน: -
ผู้เล่นติดใบเหลือง: เฮลเดอร์ ปอสติก้า, ฟาบิโอ โคเอนเทรา

วิเคราะห์รูปเกม

เดนมาร์กออกสตาร์ตได้สวยในกรุ๊ปออฟเดธ ทำให้เกมนี้เล่นแบบไม่กดดันมากนัก เพราะขอแค่หนึ่งแต้มไว้ก่อนก็ยังไม่เสียหาย ยิ่งชนะด้วยก็โอกาสเข้ารอบใสปิ๊งหรืออาจจะร้อยเปอร์เซ็นต์ทันที

แต่โปรตุเกสต้องชนะเท่านั้นเพื่อต่อลมหายใจ เพราะผลเสมอก็อาจจะทำให้ความหวังริบหรี่ลงไป ส่วนถ้าแพ้ก็อาจตกรอบได้ทันที ขึ้นอยู่กับผลการแข่งขันของอีกคู่

นัดนี้โปรตุเกสที่มีปัญหาเรื่องการทำประตูมาหลายนัดแบบยังแก้ไม่ตก คงต้องพยายามปลดล็อกให้ได้ และหวังว่า คริสติอาโน่ โรนัลโด้ จะกลับมาระเบิดฟอร์มได้ทันท่วงที ฟอร์มนัดที่แล้วของทีมฝอยทองไม่ได้ขี้เหร่อะไร

เกมนี้น่าจะสู้กับเดนมาร์กได้สนุก แม้จะเคยพลาดท่าเสียทีให้ทีมโคนมมาแล้วในรอบคัดเลือก แต่เกมนี้เชื่อว่าโปรตุเกสจะฮึดกลับมาได้ในช่วงเวลาคับขัน และเบียดเข้าป้ายคว้าชัยชนะที่ต้องการได้

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม:

เดนมาร์ก (4-2-3-1): 1.สเตฟาน อันเดอร์เซ่น; 6. ลาร์ส ยาค็อบเซ่น 3. ซิมง เคียร์ 4. แดเนี่ยล แอ็กเกอร์ 5. ไซม่อน โพลเซ่น; 7. วิลเลี่ยม ควิสท์ 21. นิกิ ซีมลิ่ง; 10. เดนนิส รอมเมดาห์ล 8. คริสเตียน อีริคเซ่น 9. ไมเคิล โครห์น เดลห์ลี่; 11. นิคลาส เบนท์เนอร์
โค้ช: มอร์เทน โอลเซ่น

โปรตุเกส (4-3-3): 12. รุย ปาทริซิโอ; 21. เจา เปเรร่า 2. บรูโน่ อัลเวส 3. เปเป้ 5. ฟาบิโอ โคเอนเทรา; 16. ราอูล เมเรเลส 4. มิเกล เวโลโซ่ 8. เจา มูตินโญ่; 17. นานี่ 9. ฮูโก้ อัลเมด้า 7. คริสติอาโน่ โรนัลโด้
โค้ช: เปาโล เบนโต้

ฮอตสกอร์: โปรตุเกสชนะ 1-0

ล้อมกรอบ

*ทั้งสองทีมเคยพบกันมาแล้ว 1 ครั้งในยูโรรอบสุดท้าย และลงเอยด้วยการเสมอกันไป 1-1 ในยูโร 96 ที่อังกฤษ
*โปรตุเกสชนะ 7 และแพ้แค่ 3 ในการพบกับเดนมาร์ก 12 ครั้งในทุกรายการ
*ชัยชนะ 3 ครั้งของเดนมาร์กเกิดขึ้นในการพบกัน 5 ครั้งหลังสุด (ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1)
*ทั้งสองทีมอยู่ในกลุ่มเดียวกันในรอบคัดเลือกครั้งนี้ และผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะคนละนัด ก่อนที่เดนมาร์กจะคว้าแชมป์กลุ่มไปครองโดยมีคะแนนนำโปรตุเกส 3 แต้ม
*เดนมาร์กชนะแค่ 2 จาก 8 นัดหลังสุดที่ลงเตะในยูโรรอบสุดท้าย (ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 4)
*โปรตุเกสยังไม่เคยตกรอบแบ่งกลุ่มของยูโรมาก่อนในการลงแข่ง 5 ครั้งที่ผ่านมา แต่ถ้าแพ้นัดนี้และฮอลแลนด์เอาชนะเยอรมนีไม่ได้ พวกเขาก็จะตกรอบทันที
*การปราชัยต่อเยอรมนี 1-0 ในนัดที่แล้วถือเป็นครั้งที่สองที่โปรตุเกสแพ้ในการลงเตะนัดแรกของยูโร หลังแพ้กรีซในนัดเปิดสนามยูโร 2004 ที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพ แต่ก็เข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้
*เดนมาร์กไม่เคยแพ้ในยูโรรอบสุดท้าย หากเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำก่อน โดยชนะ 6 เสมอ 4
*โปรตุเกสชนะแค่ครั้งเดียวในการลงเตะทัวร์นาเมนต์ใหญ่รอบสุดท้าย 7 นัดหลัง และทำประตูไม่ได้ถึง 5 นัด โดยชัยชนะนัดเดียวของพวกเขาคือเกมที่ถล่มเกาหลีเหนือ 7-0 ในฟุตบอลโลก 2010
*นิคลาส เบนท์เนอร์ ศูนย์หน้าของเดนมาร์ก ทำประตูนัดละหนึ่งลูกถึง 4 จาก 5 ครั้งหลังสุดที่ทั้งสองทีมพบกัน
*ไมเคิล โครห์น เดห์ลี่ ผู้ทำประตูชัยให้เดนมาร์กในเกมกับฮอลแลนด์ เพิ่มสถิติทำประตูให้ทีมได้ในแมตช์แข่งขันจริงตลอด 3 นัดหลังสุด และเดนมาร์กไม่เคยแพ้เลยใน 5 นัดหลังสุดที่เขาลงเตะ
*คริสติอาโน่ โรนัลโด้ กัปตันทีมโปรตุเกส ทำไป 7 ประตูในรอบคัดเลือก แต่ยิงประตูให้ทีมชาติไม่ได้อีกเลย นับตั้งแต่ทำ 2 ประตูในเกมยูโรรอบเพลย์ออฟนัดที่สองกับบอสเนีย เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว
*รุย ปาตริซิโอกลายเป็นผู้รักษาประตูที่อายุน้อยที่สุดของเดนมาร์ก ที่ลงเล่นในรอบสุดท้ายของทัวร์นาเมนต์ใหญ่ หลังลงเฝ้าเสาในเกมกับเยอรมนีด้วยวัย 24 ปี 115 วัน ทำลายสถิติเดิมของวิคเตอร์ บาย่าที่ทำไว้ในยูโร 96 ลงได้