ศูนย์หน้ากระทิงดุ...???

ศูนย์หน้ากระทิงดุ...???

สเปนเจอกับอิตาลี เรื่องราวแค่นี้ก็เรียกความสนใจได้มากอยู่แล้ว ทว่าเมื่อเห็นการจัดตัวผู้เล่นออกสตาร์ตเกมของทั้ง 2 ทีมเล่นเอาแฟนบอลอึ้ง ทึ่ง เสียวไปตามๆกัน

รูปแบบของแชมป์เก่า...

4-6-0 น่าจะเรียกว่าแบบนั้นเมื่อบิเซนเต้ เดล บอสเก้ กุนซือทีมชาติสเปนจัดตัวผู้เล่นโดยไม่มีหัวหอกตัวเป้าลงสนาม ก่อนหน้านี้มีดาวิด บีญ่า อยู่ในทีม เดล บอสเก้ไม่คิดจะใช้ระบบการเล่นแบบนี้ ทว่าเมื่อไม่มีบีญ่า ศูนย์หน้าทั้ง3 คนที่หนีบมาด้วยต่างขาดความเชื่อมั่นจากกุนซือไม่น้อยทีเดียว

จริงๆแล้วสำหรับสเปนคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรมากมาย เพราะบาร์เซโลน่า ก็เล่นด้วยรูปแบบนี้เช่นกัน ตั้งแต่ปีก่อนโน้นที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จัดให้ลิโอเนล เมสซี่ เป็นหัวหอกของทีม นั่นทำให้ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ถึงกับอยู่ไม่ได้กันเลยทีเดียว

เชส ฟาเบรกาส จะเป็นตัวหลักในการดันขึ้นเป็นศูนย์หน้าโดยมีชาบี้กับอินิเอสต้า จากบาร์ซ่าด้วยกันคอยปั้นเกมให้ร่วมกับดาวิด ซิลบา แน่นอนว่าบรรดามิดฟิลด์ตัวรุกทั้งหลายนั้นต้องสลับกันแทนที่เบอร์ 9 ซึ่งเป็นเบอร์เสื้อสำหรับศูนย์หน้าทั้งหลาย

แม้ว่าเชส ฟาเบรกาส จะยิงประตูตีเสมอได้ แต่คำถามยังคงอยู่ นัดต่อไปเดล บอสเก้ จะจัดทีมแบบนี้อีกหรือเปล่า แต่ผลที่เห็นก็คือไม่ใช่เรื่องง่ายที่ฟาเบรกาส หรือบรรดามิดฟิลด์ตัวรุกของสเปนจะดันขึ้นทดแทนศูนย์หน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่

ดานิเอเล่ เด รอสซี่...

นี่คืออีกหนึ่งในความแปลกใจในนัดสเปนเจออิตาลี เมื่อสปรันเดลลี่ กุนซือทีมชาติอิตาลี จัดดานิเอเล่ เด รอสซี่ ลงเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็กตัวที่ 3 นั่นเพราะอันเดรีย บาซายี่ ที่รับผิดชอบพื้นที่ตรงนี้ยังไม่เต็มร้อย

การช่วยอุดช่องตรงกลางของเด รอสซี่ ถือว่าทำได้เนียนและหมดจดอย่างยิ่งโดยเฉพาะในครึ่งแรกของการแข่งขัน นอกจากนี้การที่อันเดรีย ปีร์โล่ เพลย์เมคเกอร์ของอัซซูรี่ โดนมิดฟิลด์บาร์ซ่ารุมอัด นั่นทำให้หลายครั้งหลายหนอิตาลีต้องใช้การวางบอลยาวจากแดนหลังของเด รอสเซี่

รูปแบบการเล่นและการจัดทีมแบบนี้เซซาเร่ ปรันเดลลี่ กุนซืออิตาลีคงไม่ทำซ้ำในนัดเจอไอแลนด์ค่อนข้างแน่ เพราะต้องเปิดเกมเข้าใส่เพื่อหวัง 3 แต้มเต็มๆ

ช่วงท้ายเกมเด รอสซี่ เจองานยากมากขึ้นเมื่อต้องรับมือกับเฟร์นานโด ตอร์เรส หัวหอกตัวเป้า มองกันแบบนี้ถือว่าเด รอสซี่ และอิตาลี โชคดีอยู่เหมือนกัน ที่เด รอสซี่ ไม่ต้องรับมือหัวหอกตัวเป้าของสเปนตั้งแต่ออกสตาร์ตต้นเกม

มาริโอ บาโลเตลลี่...

ถ้าดานิเอเล่ เด รอสซี่ เป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ มาริโอ บาโลบเตลลี่ ก็คงจะเป็นแบด ออฟ เดอะ แมตช์ ก็น่าจะใช้ได้อยู่ ความพยายามและความมุ่งมั่นของบาโลบเตลลี่ ย่อมมีแน่นอนเพื่อตอบสนองความไว้วสางใจจากกุนซือปรันเดลลี่

เกมรับก็ต้องลงไปช่วยไล่เหมือนกัน แต่สิ่งที่ทีมคาดหวังมันมากกว่านี้ บาโลเตลลี่ไม่ได้แสดงความชัดเจนในการสร้างโอกาสหรือสับไกให้ได้ลุ้นกันเท่าที่ควร และเมื่อได้รับใบเหลือง นั่นคืออันตรายกำลังมาเยือนอิตาลีและตัวบาโลเตลลี่เอง

การได้รับความไว้วางใจจากกุนซือให้เล่นเป็นหัวหอกของทีมในแมตช์ใหญ่เจอกับแชมป์เก่าอย่างสเปน ถือว่าไม่ธรรมดา แต่ถ้าจะให้การันตีว่านัดหน้าได้ลงเล่นเป็นตัวจริงอีกครั้งก็คงจะไม่ได้ และคงไม่มีใครรู้สึกเจ็บปวดได้ดีเท่ากับบาโลเตลลี่อีกแล้ว ที่ต้องออกมานั่งข้างสนามดูดิ นาตาเล่ ที่ลงไปแทนยิงประตูให้กับทีมได้ ดีใจย่อมมีแน่ที่ทีมมีสกอร์ แต่ลึกๆคงร้าวลึกเหมือนกัน

เฟร์นานโด ตอร์เรส...

เมื่อสเปนไม่มีดาวิด บีญ่า เฟร์นานโด ตอร์เรส คงคิดเหมือนกับคนอื่นๆว่านี่คือโอกาสทอง ทว่ากันจัดตัวแบบไม่มีศูนย์หน้าอาชีพของเดล บอสเก้ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำลายความเชื่อมั่น ทำลายความมั่นใจที่มีอยู่ไม่มากของตอร์เรสไปหมดสิ้นหรือเปล่า

ได้รับการเปลี่ยนตัวลงสนามและสร้างความหนักใจให้กับเด รอสซี่ไม่น้อย แต่โอกาสที่ยิงพลาดเป้าไป 2-3 ครั้งนั้นมันแสดงให้เห็นเหมือนกันว่าตอร์เรสมีสภาพจิตใจที่ไม่มั่นคง

แมตช์ต่อไปของสเปนหน้าตาคงมีความเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ซึ่งนั่นต้องลุ้นกันว่าเฟร์นานโด ตอร์เรส จะได้ลงเล่นตั้งแต่ต้นเกมเลยหรือเปล่า

เกมริมเส้น...

ไม่ค่อยเห็นสักเท่าไหร่จากทั้ง 2 ทีม สำหรับสเปนนั้นนอกจากจะไม่มีศูนย์หน้าตัวเป้าลงสนามแล้ว ยังไม่มีตัวริมเส้นอีกด้วย ชัดเจนเลยว่าเกมแบบนี้เจาะตรงกลางเพียงอย่างเดียว ไม่เน้นมิติอื่น เพราะการออกเกมริมเส้นแล้วครอสเข้ากลางให้บรรดามิดฟิลด์ตัวรุกซึ่งตัวเล็กๆทั้งนั้นเข้าทำประตูคงเป็นเรื่องยาก

เฟร์นานโด ตอร์เรส นั่งข้างสนาม เฆซุส นาบาส นั่งรอโอกาสเช่นกัน นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น ในขณะที่จอร์ดี้ อัลบา แบ็กจากบาร์ซ่าที่ชอบลุยขึ้นหน้าก็ทำอะไรมากไม่ได้ เพราะยังไงก็ไม่เน้นเกมริมเส้นอยู่แล้ว แนวรับของอิตาลีโดยเฉพาะเซ็นเตอร์ทั้ง 3 คน จึงปักหลักกันเหนียวแน่นอยู่ตรงกลางอย่างเดียว

ในขณะที่อิตาลีเองก็ไม่เอาเหมือนกันกับตัวริมเส้น เพราะจำเป็นต้องเน้นตรงกลางเพื่อช่วยกันไล่มิดฟิลด์ของสเปน นั่นทำให้ไม่มีโอกาสได้เห็นการกระชากบอลจากริมเส้นกันสักเท่าไหร่นั่นเอง

ดาวิด ซิลบา...

ไม่พูดถึงคงไม่ได้ ยังคงคาใจเหมือนเดิมว่าในทีมชาตินั้นตัวสร้างสรรค์เกมจากทีมเรือใบยังโอเคดีหรือเปล่า การปั้นเกมและการผ่านบอลมาจากชาบี้กับอินิเอสต้า เป็นหลัก ซิลบาต้องเติมขึ้นไปเป็นศูนย์หน้าสลับกับเชส ฟาเบรกาสเป็นส่วนใหญ่

การปิดสกอร์ยังไม่ได้อย่างใจ แต่เรื่องที่ยังพอเชื่อมั่นได้คือดาวิด ซิลบา ยังคงเป็นตัวแอสซิสต์ที่ดีต่อไป อย่างไรก็ตามทีมีเรื่องที่ต้องตามกันอีกต่อไปว่าเหตุการณ์เดิมๆจะตามมาหลอกหลอนอีกหรือเปล่า

ในฟุตบอลโลก ซิลบาได้ประเดิมในนัดแรก แต่หลังจากนั้นได้รับการหมางเมินจากเดล บอสเก้ แทบตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ บอลยูโรครั้งนี้แม้จะแอสซิสต์ได้ แต่จะถูกทิ้งอีกมั๊ยหลังจากนัดแรกยังคงเป็นประเด็น

เป็นไปได้ว่านัดหน้าเดล บอสเก้ อาจจะเลือกศูนย์หน้าตัวเป้าลงทำหน้าที่ และเป็นไปได้เช่นกันที่ซิลบาต้องหลีกทางถ้ากุนซือไว้ใจชาบี้,อินิเอสต้าและเชฟ ฟาเบรกาส จากบาร์ซ่ามากกว่า หรือจะเลือกดร็อปมิดฟิลด์ตัวรับออกไปสักคน นั่นต้องลุ้นอีกเฮือกใหญ่ทั้งสิ้น

เรื่องล่าสุดของหมวด ฟุตบอลต่างประเทศ

ดูหมวด ฟุตบอลต่างประเทศ ทั้งหมด