วิเคราะห์บอลยูโร 2012 สเปน – อิตาลี

วิเคราะห์บอลยูโร 2012 สเปน – อิตาลี

วิเคราะห์บอลยูโร 2012 จะเป็นการเตะนัดแรกของกลุ่มซี สเปน – อิตาลี

เวลา: 23.00 น.

สนาม: อารีน่า กดันสค์

ผู้ตัดสิน: วิคเตอร์ คาสไซ (ฮังการี)

ถ่ายทอดสด: ช่อง 3

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

สเปน

3 มิ.ย. 55    ชนะ    จีน            1-0 (เหย้า)    กระชับมิตร
30 พ.ค. 55    ชนะ    เกาหลีใต้        4-1 (กลาง)    กระชับมิตร
26 พ.ค. 55    ชนะ    เซอร์เบีย        2-0 (กลาง)    กระชับมิตร
29 ก.พ. 55    ชนะ    เวเนซุเอลา        5-0 (เหย้า)    กระชับมิตร
15 พ.ย. 54    เสมอ    คอสตาริกา        2-2 (เยือน)    กระชับมิตร   

อิตาลี

1 มิ.ย. 55    แพ้    รัสเซีย            0-3 (กลาง)    กระชับมิตร
29 ก.พ. 55    แพ้    สหรัฐอเมริกา        0-1 (เหย้า)    กระชับมิตร
15 พ.ย. 54    แพ้    อุรุกวัย            0-1 (เหย้า)    กระชับมิตร
11 พ.ย. 54    ชนะ    โปแลนด์        2-0 (เยือน)    กระชับมิตร
12 ต.ค. 54    ชนะ    ไอร์แลนด์เหนือ    3-0 (เหย้า)    ยูโรรอบคัดเลือก

ผลงานการพบกันที่ผ่านมา

10 ส.ค. 54    กระชับมิตร        อิตาลี 2-1 สเปน
22 มิ.ย. 51    ยูโรรอบสุดท้าย    สเปน 0-0 อิตาลี
26 มี.ค. 51    กระชับมิตร        สเปน 1-0 อิตาลี
28 เม.ย. 47    กระชับมิตร        อิตาลี 1-1 สเปน
29 มี.ค. 43    กระชับมิตร        สเปน 2-0 อิตาลี

ความพร้อม-สภาพทีม

สเปน

แชมป์เก่าและแชมป์โลกทีมล่าสุดมีขุนพลตัวหลักๆ ชุดเดิมๆ อยู่ในทีมนี้ด้วยหลายคน แม้จะเสียสองกำลังสำคัญอย่างคาร์เลส ปูโยลและดาวิด บีญ่า กองหลังและดาวยิงตัวหลักไปก็ตาม

เชส ฟาเบรกาส หนึ่งในแผงมิดฟิลด์ที่ยกเข่งมาจากบาร์เซโลน่า ได้รับบาดเจ็บที่ต้นขามาจากนัดชิงโคปา เดล เรย์ แต่ก็กลับมาลงซ้อมได้แล้วในสัปดาห์นี้ และน่าจะพร้อมเป็นตัวเลือกได้ในนัดนี้ แต่อาจจะยังไม่ถูกเสี่ยงใช้งาน

ขณะที่อัลบาโร่ อาร์เบลัว แบ็กขวาตัวหลัก มีอาการเจ็บหลังในระหว่างการซ้อม แต่ก็พร้อมลงสนามได้ในเกมนี้ โดยมีฆวนฟราน ซึ่งเพิ่งได้ประเดิมสนามกับทีมชาติเป็นนัดแรกในเกมอุ่นเครื่องกับรายการนี้ รอเป็นตัวสแตนด์บายในกรณีฉุกเฉิน

ส่วนเฆซุส นาบาส ปีกของเซบีญ่า เป็นอีกคนที่ได้รับบาดเจ็บที่มือในระหว่างการซ้อม แต่ก็ไม่มีปัญหาน่าห่วงเช่นกัน และเขาก็พร้อมลงเล่นได้หากถูกเรียกใช้ในฐานะตัวสำรอง เพราะไม่ได้อยู่ในโผ 11 ตัวจริงอยู่แล้ว

เกมนี้บิเซนเต้ เดล บอสเก้คงจะจัดทีมชุดที่ดีที่สุดลงสนาม โดยอิเคร์ คาซิญาส ผู้รักษาประตูกัปตันทีม จะรับหน้าที่เป็นปราการด่านสุดท้าย

อาร์เบลัวจะลงประจำการในตำแหน่งแบ็กขวา โดยมีฆอร์ดี้ อัลบารับหน้าที่แบ็กซ้าย ส่วนเซร์คิโอ รามอสจะได้ลงเล่นเป็นปราการหลังตัวกลางคู่กับเจราร์ด ปีเก้

ชาบี้ อลอนโซ่จะจับคู่กับเซร์คิโอ บุสเก็ตส์ลงทำหน้าที่มิดฟิลด์คู่กลางคอยตัดเกมและเก็บบอล โดยมีชาบี้ เอร์นานเดซเป็นจอมทัพคอยคุมจังหวะเกม ส่วนดาวิด ซิลบากับอันเดรส อินิเอสต้าจะเป็นตัวขึ้นเกมรุกทางริมเส้นทั้งสองฝั่ง

ส่วนตำแหน่งศูนย์หน้าเพียงคนเดียวของทีมต้องเบียดแย่งกันระหว่างเฟร์นานโด ตอร์เรส, อัลบาโร่ เนเกรโด้ และเฟร์นานโด ญอเรนเต้ แต่ด้วยประสบการณ์ในทีมชาติแล้ว ตอร์เรสน่าจะมีโอกาสสูงสุดที่จะได้ลงสนาม

ความพร้อม-สภาพทีม

อิตาลี

อัซซูรี่เจอปัญหารุมเร้าทั้งในและนอกสนามก่อนลงแข่งรายการนี้ เมื่อการสอบสวนเกี่ยวกับการล้มบอลระลอกใหม่ ทำให้โดเมนิโก้ คริสชิโต้ แบ็กซ้ายตัวหลัก ต้องถูกถอดจากโผ 23 นักเตะของทีมไป เพราะเป็นหนึ่งในบรรดานักเตะและโค้ชที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับคดีนี้

ส่วนจิอันลุยจิ บุฟฟ่อน นายทวารตัวเก๋า ก็โดนสอบเรื่องการจ่ายเงินแทงพนันก้อนโตเช่นกัน แต่ยังไม่ถึงกับส่งผลกระทบต่อตำแหน่งของเขาในทีมชาติ

นอกจากนั้นเซซาเร่ ปรันเดลลี่ยังมีโอกาสได้เตรียมความพร้อมของทีมในเกมอุ่นเครื่องแค่นัดเดียว หลังเกมอุ่นเครื่องกับลักเซมเบิร์กต้องถูกยกเลิกไปเพราะเกิดแผ่นดินไหวในประเทศพอดี

ขณะที่ปัญหาการบาดเจ็บก็ทำให้อันเดรีย บาร์ซายี่ เซ็นเตอร์แบ็กตัวหลักของทีมในทัวร์นาเมนต์นี้ อดลงช่วยทีมอย่างน้อยสองนัดเพราะเจ็บน่อง แต่ปรันเดลลี่ก็ยังไม่ใช้สิทธิเปลี่ยนตัวผู้เล่น แม้จะให้ดาวิเด้ อัสตอรี่มารอสแตนด์บายไว้แล้ว

กุนซือทีมอัซซูรี่แย้มไต๋ว่าจะปรับแผนการเล่นใหม่มาเป็น 3-5-2 ในนัดนี้ หลังจากโดนรัสเซียอัดยับ 3-0 มาในเกมอุ่นเครื่องนัดเดียวของทีม แต่ตัวผู้เล่นคงจะยังเป็นชุดเดิมๆ ที่น่าจะเป็น 11 ตัวจริงตามคาดตั้งแต่แรกเป็นส่วนใหญ่

ดานิเอเล่ เด รอสซี่ มิดฟิลด์พันธุ์ดุของโรม่า จะถูกถอยมาเล่นเป็นปราการหลังตัวกลางคนที่สามร่วมกับจอร์โจ้ คิเอลลินี่และเลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ สองกองหลังยูเวนตุส แต่จะคอยขยับขึ้นไปคอยเชื่อมเกมระหว่างแดนหลังและแดนกลางด้วย

ส่วนคริสเตียน มาจโจ้คงจะขยับขึ้นมาเป็นวิงแบ็กฝั่งขวา ส่วนฝั่งซ้ายต้องเบียดแย่งกันระหว่างเฟเดริโก้ บัลซาเร็ตติและเอมานูเอเล่ จัคเครินี่ ปีกของยูเวนตุส ซึ่งยังไม่เคยประเดิมสนามในทีมชาติมาก่อน

ขณะที่ตรงกลางสนามอันเดรีย ปีร์โล่กับเคลาดิโอ มาร์คิซิโอ สองมิดฟิลด์ของม้าลาย จะยังเป็นตัวหลัก ส่วนริคคาร์โด้ มอนโตลิโว่ ซึ่งปกติจะได้ยืนอยู่หลังคู่ศูนย์หน้าในระบบการเล่นแบบ 4-3-1-2 เดิมของทีม อาจจะถูกถอดออกไป โดยส่งติอาโก้ ม็อตต้าลงมาช่วยแพ็กเกมตรงกลางให้แน่นขึ้น

ทางด้านคู่หัวหอกยังน่าจะเป็นสองตัวเลือกหลักในตอนนี้ โดยมาริโอ บาโลเตลลี่ กองหน้าสุดเกรียนจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ น่าจะพร้อมลงสนามได้หลังมีอาการเจ็บเล็กน้อยที่ต้นขา โดยจะลงเล่นคู่กับอันโตนิโอ คาสซาโน่ ศูนย์หน้าตัวหลักของทีมคนปัจจุบัน ซึ่งไม่มีจูเซ็ปเป้ รอสซี่มาเป็นคู่หู เพราะหัวหอกของบีญาร์เรอัลเจ็บเข่าจนหลุดโผไป

ผู้เล่นบาดเจ็บ: อันเดรีย บาร์ซายี่ (น่อง)

วิเคราะห์รูปเกม

แชมป์โลกสองทีมหลังสุดถูกจับมาอยู่ร่วมกลุ่มเดียวกัน และต้องโคจรมาพบกันตั้งแต่เกมแรก หลังจากโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบคัดเลือกมาทั้งคู่

แต่ชั่วโมงนี้สเปนถือว่าเป็นทีมอันดับหนึ่งของยุโรป และผลงานกับฟอร์มการเล่นก็เหนือกว่าอย่างชัดเจน แถมนักเตะก็มีฝีเท้าโดดเด่นและเล่นด้วยกันมานาน

ส่วนอิตาลีกำลังเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนถ่าย เพราะนักเตะเก่าๆ โรยราและหายหน้าหายตาไปแล้ว แถมเข้าแข่งรายการนี้ด้วยสภาพที่ไม่ค่อยพร้อมมากนัก แต่สองทีมนี้เจอกันทีไรก็กินกันไม่ลงง่ายๆ ทุกครั้ง

นัดนี้อัซซูรี่คงต้องงัดจุดเด่นของตัวเองคือเกมรับที่เหนียวแน่นมารับมือกับเกมบุกของกระทิงดุ เล่นแบบตื๊อๆ ยื้อๆ ไป สเปนที่ไม่มีตัวจบสกอร์ที่เด็ดขาดอย่างดาวิด บีญ่าอาจจะเจาะไม่เข้าจนท้อ เพราะจะดึงดันบุกแบบลืมตายก็ต้องระวังหลังเหมือนกัน ทำให้เกมนี้อิตาลีอาจจะมีลุ้นขอหนึ่งแต้มแบบหน้าด้านๆ ไว้ก่อน

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม :

สเปน (4-2-3-1) : 1. อิเคร์ คาซิญาส; 17. อัลบาโร่ อาร์เบลัว, 3. เจราร์ด ปีเก้, 15. เซร์คิโอ รามอส, 18. ฆอร์ดี้ อัลบา; 14. ชาบี้ อลอนโซ่ 16. เซร์คิโอ บุสเก็ตส์; 21. ดาวิด ซิลบา, 8. ชาบี้ เอร์นานเดซ, 6. อันเดรส อินิเอสต้า; 9. เฟร์นานโด ตอร์เรส
โค้ช : บิเซนเต้ เดล บอสเก้

อิตาลี (3-5-2) : 1. จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน; 19. เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, 16. ดานิเอเล่ เด รอสซี่, 3. จอร์โจ้ คิเอลลินี่; 2. คริสเตียน มาจโจ้, 5. ติอาโก้ ม็อตต้า, 8. เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ, 21. อันเดรีย ปีร์โล่, 6. เฟเดริโก้ บัลซาเร็ตติ; 9. มาริโอ บาโลเตลลี่, 10. อันโตนิโอ คาสซาโน่
โค้ช : เชซาเร่ ปรันเดลลี่

ฮอตสกอร์ : เสมอ 0-0

เกร็ดข้อมูล

*ทั้งสองทีมพบกันมาแล้ว 6 ครั้งในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ โดยชัยชนะครั้งเดียวของสเปนคือการดวลจุดโทษตัดสินในศึกยูโร 2008 ส่วนอิตาลีชนะ 3 ครั้ง (รวมนัดรีเพลย์ในฟุตบอลโลก 1934) และเสมอกัน 2 ครั้ง
*สเปนไม่เคยทำประตูได้ในการพบกับอิตาลี 3 ครั้งในศึกยูโร แต่อิตาลีก็ทำได้แค่ประตูเดียวใน 3 นัดที่ว่า
*สเปนไม่เสียประตูแค่ 3 จาก 21 นัดที่ลงเตะศึกยูโรรอบแบ่งกลุ่มมา
* อิตาลีเป็นทีมเดียวที่สเปนลงเตะด้วยมากกว่า 4 ครั้งในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ แต่ยังไม่เคยเอาชนะได้ในเวลาปกติเลย (เสมอ 3 แพ้ 3)
*อิตาลีชนะแค่ 2 จาก 9 นัดหลังสุดที่ลงเตะในศึกยูโร (ชนะ 2 เสมอ 5 แพ้ 2)
*อิตาลีไม่เสียประตูในครึ่งหลังเลยตลอดการลงเตะรอบคัดเลือก โดยเป็นเพียงทีมเดียวที่ทำได้และยังเสียประตูในรอบคัดเลือกน้อยที่สุดแค่ 2 ลูกเท่านั้น
*สเปนทำอย่างน้อย 2 ประตูใน 8 นัดของรอบคัดเลือก
*ยังไม่เคยมีแชมป์เก่าของศึกยูโรทีมใดป้องกันตำแหน่งได้มาก่อน
*ฝรั่งเศสเป็นเพียงทีมเดียวที่ได้แชมป์ยูโรต่อจากการได้แชมป์โลก (1998 และ 2000)
*สเปนชนะติดต่อกันมา 14 นัดในแมตช์แข่งขันจริง นับตั้งแต่แพ้สวิตเซอร์แลนด์ 0-1 ในนัดแรกที่ลงเตะฟุตบอลโลก 2010
*สเปนชนะในแมตช์แข่งขันจริงถึง 41 จาก 45 นัดหลังสุดที่ลงแข่ง โดยเสมอ 2 และแพ้ 4

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!