ตามกันไปรอบ 8 ทีม...???

ตามกันไปรอบ 8 ทีม...???

ประเดิมสนามกันไปเรียบร้อยแล้วสำหรับศึกยูโร 2012 ที่โปแลนด์และยูเครนเป็นเจ้าภาพร่วม เป็นที่ทราบกันดีว่าทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปนั้นคุณภาพของแต่ละทีมค่อนข้างใกล้เคียงกัน ไม่ค่อยจะมีทีมแจกแต้มสักเท่าไหร่ นั่นจะทำให้มีโอกาสพลิกพลิกมาได้ตลอดเวลา ขนาดกรีซยังเป็นแชมป์มาแล้ว

การจะผ่านรอบแบ่งกลุ่มเข้าไปเล่นในรอบน็อกเอาต์จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ต่อให้เป็นทีมเต็งก็เถอะ การออกสตาร์ตให้ดีที่สุดยังคงเป็นเรื่องสำคัญมากๆสำหรับบอลทัวร์นาเมนต์แบบนี้

โอกาสที่ทีมเต็งทีมใหญ่ทั้งหลายจะหลุดวงโคจรออกไปก็เพราะการออกสตาร์ตนัดแรกนี่แหละ พลาดขึ้นมาแล้วมันแก้ตัวกันค่อนข้างยาก ถ้ามีทีมอ่อนกว่าชัดเจนเหมือนในฟุตบอลโลก มันยังพอจะกลับตัวกลับใจกันได้ ทว่าในยูโรนั้นมันเกิดความยากขึ้นมาทันตาเห็น เพราะฟอร์มที่ไม่ได้ห่างไกลกันมากนั่นเอง


กลุ่ม A : ใครจะตามรัสเซียเข้าไป

กลุ่มนี้เปิดศึกกันไปแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา ไม่ทราบเหมือนกันว่าผลออกมาเป็นเช่นไร แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือกลุ่มนี้ถ้าจะเทียบกับกลุ่มอื่นๆถือว่าค่อนข้างบางเบาหน่อย

สิ่งที่อาจจะเคลียร์ได้ก่อนกับการคาดหวังล่วงหน้าก็คือรัสเซียเข้ารอบ แต่ทีมไหนจะตามเข้าไป ด้วยฟอร์มการเล่นของรัสเซียที่พยายามปรับกันให้เข้าทิศทางมากยิ่งขึ้นของดิ๊ค อั๊ดโวคาต

เกมรุกของรัสเซียใช่ว่าจะทื่อเหมือนยุคก่อนๆ มีนักเตะหลายคนสามารถที่จะสร้างชื่อและเป็นที่จับตาในทัวร์นาเมนต์นี้ อีกทั้งเกมรับของรัสเซียก็แน่นหนามากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ปี 2011 รัสเซียยังไม่แพ้ใครเลย

ภาพรวมนี้คือสิ่งที่คาดหวังกันว่ารัสเซียจะผ่านเข้ารอบเป็นที่ 1 ของกลุ่ม ปัญหาตามมาก็คือทีมไหนจะตามเข้ารอบอีกทีม ปัจจัยมันอยู่ที่ว่าบรรดาทีมที่เหลือจะมีผลการแข่งขันอย่างไรเมื่อต้องเจอกับทีมหมีขาว

โปแลนด์ดูจะได้เปรียบหน่อยตรงที่เป็นเจ้าภาพ และฟอร์มส่วนใหญ่จะวิเคราะห์กันได้ไม่เต็มที่ ด้วยความที่เป็นเจ้าภาพนั่นแหละ ทำให้ฟอร์มทั่วๆไปไม่มีโอกาสได้เห็นกันชัดเจนเท่าไหร่

โปแลนด์เป็นทีมพลังหนุ่มที่พยายามสร้างกันขึ้นมาใหม่ และยังมีโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หัวหอกจากทีมดอรฺทมุนด์ ประจำการอยู่ น่าจะเข่นฆ่ากรีซกับเช็กได้ เมื่อรวมกับความเป็นเจ้าภาพ จึงรับเครดิตทีมที่เข้ารอบตามรัสเซีย เพราะเช็กนั้นดูโรยไปมากในรอบหลายปีมานี้ ส่วนกรีซหวังแค่เซ็ตพีซคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่หลายทีมจะพลาดให้เหมือนครั้งเก่าๆโน้น

เข้ารอบ : 1 รัสเซีย,2 โปแลนด์


กลุ่ม B : แหล่งรวมซูเปอร์สตาร์

ทุกอย่างมาประดังกันอยู่ในกลุ่มนี้ไม่ว่าจะเป็นบรรดาซูเปอร์สตาร์ แผนการเล่นที่น่าจะตระการตาและทีมที่ลุ้นแชมป์ ความสวยงาม ความตื่นเต้น มีอยู่พร้อม ใครที่ไม่จับตากลุ่มนี้เป็นพิเศษก็คงจะเกินไปแล้ว

คริสติอาโน่ โรนัลโด้ บอลชายเดี่ยวของโปรตุเกส เป็นความหวังสูงสุดของทีม ทว่าถ้าเล่นเป็นทีมแล้วโด้จะมีส่วนช่วยได้มากน้อยแค่ไหน

โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ หัวหอกดัตช์จากอาร์เซนอล ผลงานเห็นกันชัดเจนสำหรับคอบอลพรีเมียร์ ลีก อันดับดาวซัลโวการันตีฝีเท้าและคาดว่าจะยิงต่อเนื่องมาถึงทีมชาติด้วย นอกจากนี้ยังมีเวสลีย์ สไนเดอร์และอาร์เยน ร็อบเบน อีกต่างหาก

แค่นั้นมันยังน้อยไป กลุ่มนี้ยังมีเยอรมันทีมเต็งจ๋าทีมหนึ่งร่วมกลุ่มอยู่ด้วย คุณภาพมากแค่ไหนรู้กันดีอยู่แล้ว บอลเกมรุกสนุกสนานอยู่ในกลุ่มนี้ทั้งสิ้น

เดนมาร์ก ทีมนี้ก็ไม่ธรรมดา จัดการโปรตุเกสมาได้ในรอบคัดเลือก ต้องให้เครดิตกันหน่อย ยังไงก็ไม่ธรรมดาแน่นอน

โอกาสเข้ารอบต้องยกให้เยอรมันเป็นทีมแรก ด้วยมาตรฐาน ด้วยโครงสร้างของทีม ครบเครื่องและแน่นอนมากที่สุดทีมหนึ่งของโลก ยูโรครั้งนี้ว่ากันว่าเยอรมันควรขึ้นถึงแชมป์ ทีมอยู่ในช่วงที่ครบเครื่องทีเดียว

โยอัคคิม เลิฟ เปิดไฟเขียวให้ลูกทีม ดื่ม-สูบ-เซ็กส์-ทวีต ได้ตามสบาย ขอเพียงเอาแชมป์กลับบ้านให้ได้ก็โอเค บันเทิงกันขนาดนี้คงต้องเอาใจช่วยกันมากหน่อย

อีก 3 ทีมที่เหลือจะว่าอย่างไรกับอันดับ 2 ของกลุ่ม โปรตุเกสไม่ใช่เรอัล มาดริด คงคาดหวังทุกอย่างจากโรนัลโด้ยาก ในขณะที่เดนมาร์กแม้ว่าไม่ธรรมดา แต่ถ้าเทียบกับฮอลแลนด์แล้วยังคงเหนื่อยอยู่เหมือนกัน โรนัลโด้,โรบิน ฟาน เพอร์ซี่และคริสเตียน เอริคเซ่น จะช่วยทีมได้ดีแค่ไหน

เข้ารอบ : 1 เยอรมัน,2 ฮอลแลนด์


กลุ่ม C : สเปนคือผลกระทบ

กลุ่มนี้มีสเปนแชมป์เก่ายืนอยู่หัวแถว ทุกอย่างครบเครื่องเรื่องเดิมๆ ในขณะที่อิตาลี หลังจากบอลโลก 2010 มีความเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างเยอะ แน่นอนเป็นการพัฒนาขึ้นมา ทางด้านของโครเอเชีย แม้ไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยสักเท่าไหร่ แต่ก็ยังผ่านการเล่นเพลย์ออฟเข้ามาได้ ในขณะที่ไอริชนั้นว่ากันว่าเป็นทีมหนึ่งที่คู่แข่งเอาชนะยาก แต่ในทางกลับกันก็เอาชนะทีมอื่นได้ยากเหมือนกัน

สเปนยังคงเป็นทีมที่ครบเครื่อง เพิ่มประสบการณ์เข้ามาอีกต่างหาก ในขณะที่โครเอเชียทัวร์นาเมนต์นี้คือสุดท้ายของกุนซือสลาเวน บีลิช อิตาลีเองมีปัญหาเรื่องของการล้มบอลเข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่ก่อนยกพลมาลุยยูโร ผลกระทบคงไม่มีอะไรมากมายแต่เป็นสไตล์ที่ตราปัตโตนี่ของไอริชคุ้นเคยดีอยู่แล้ว

สเปนกับไอริชมีเส้นทางที่ดูแล้วแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทีมหนึ่งหวังว่าจะเอาชนะทุกทีมทุกนัดได้ ในขณะที่อีกทีมทุกนัดย่อมเป็นเรื่องยากที่จะเอาชนะคู่แข่งได้ ดูแค่ตรงนี้คงพอจะเห็นว่าทั้งอิตาลีและโครเอเชีย ยังคงมีภาษีดีกว่าไอร์แลนด์

ปัจจัยสำคัญอยู่ที่การเจอกับสเปน ทีมไหนทำผลงานได้ดี นั่นหมายความว่ามีโอกาสตามเข้ารอบไปทันที

เข้ารอบ : 1 สเปน,2 อิตาลี


กลุ่ม D : ทีมไหนจะอยู่บนพื้นฐานความจริง

ถ้าจะเลือกแบบง่ายๆก็คงจะเป็นฝรั่งเศสกับอังกฤษ ที่จะผ่านเข้ารอบต่อไป ทว่าแต่ละทีมยังคงมีปัญหามากมาย และพร้อมที่จะส่งผลออกมาระหว่างทัวร์นาเมนต์

ฝรั่งเศสเป็นทีมที่มีตัวรุกมากมาย เป็นที่หวาดหวั่น แต่หลับบ้านนั้นคนละเรื่อง พร้อมที่จะโดนทิ่มแทงได้ตลอดเวลา โรล็องต์ บล็องก์ คงต้องลุ้นหนักหน่อยในแต่ละนัด เพราะอาการของความเบิกบานจากเกมรุกกับหายนะของเกมรับ พร้อมที่จะเกิดขึ้นเสมอ

ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ก็คือสวีเดน ความหวือหวาอยู่ในแดนหน้า ทว่าเกมรับกลับเป็นปัญหาใหญ่ที่อาจจะมีส่วนทำให้ไปไหนไกลๆไม่ได้

สิงโตคำราม คงมีแฟนบอลตามกันเยอะ เป็นช่วงเวลาที่มีปัญหามากมาย ในเรื่องของตัวผู้เล่น รวมทั้งกุนซืออย่างรอย ฮอดจ์สัน ที่เพิ่งเข้ามารับงานได้ไม่นาน

ไม่ว่าอังกฤษจะมีหน้าตาแบบไหน ก็ไม่รอดพ้นไปจากการโดนโจมตีโดนต่อว่าต่อขานอยู่เรื่อย ซึ่งก็เป็นสีสันที่ดี สิ่งที่รอคอยกันอยู่ถึงเวลาจริงๆแล้วอังกฤษจะทำได้ดีแค่ไหนกันแน่ ไม่อยากคิดมากเดี๋ยวเครียดตามดูดีกว่า

ยูเครนเจ้าภาพร่วมในครั้งนี้ น่าจะเป็นทีมที่ไร้สีสันมากที่สุด เชื่อกันว่าไม่น่าจะใช้ความเป็นเจ้าภาพเข้ามามีส่วนช่วยเหลือได้มากนัก

เข้ารอบ :1 ฝรั่งเศส,2 อังกฤษ


เรื่องโดย "ดามัน"