วิเคราะห์บอลยูโร 2012 รัสเซียพบเช็ก

วิเคราะห์บอลยูโร 2012 รัสเซียพบเช็ก


รัสเซีย - สาธารณรัฐเช็ก

เวลา: 01.45 น.

สนาม: สตาดิโอน เมจสกี้

ผู้ตัดสิน: ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ (อังกฤษ)

ถ่ายทอดสด : ช่อง 3



ความพร้อม-สภาพทีม

รัสเซีย

หมีขาวยังมีขุนพลตัวหลักๆ หลงเหลือมาจากยูโร 2008 ถึงครึ่งทีม โดยมีอังเดร อาร์ชาวิน กองหน้าที่แจ้งเกิดบนเวทีระดับโลกในครั้งนั้น รับหน้าที่กัปตันทีมชุดนี้ แต่โรมัน พาฟลูเชนโก้ คู่หูในแนวรุกที่แจ้งเกิดมาพร้อมกัน คงไม่มีลุ้นเป็น 11 ตัวจริงในทีมชุดนี้ด้วย

อิกอร์ อคินเฟเยฟ นายประตูมือหนึ่ง น่าจะฟิตพอลงเฝ้าเสาในเกมนี้ได้ หลังจากพักไปเกือบ 8 เดือนเพราะเจ็บเข่า และเพิ่งหายเจ็บกลับมาทวงตำแหน่งคืนจากวยาเชสลาฟ มาลาเฟเยฟได้ แม้จะมีปัญหาขึ้นมาอีกหลังเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายของทีม ซึ่งเขาลงเล่น 45 นาที แต่ล่า
สุดก็กลับมาลงซ้อมได้ตามปกติแล้ว

อเล็กซานเดอร์ อันยูคอฟ แบ็กขวาตัวหลัก ก็สลัดปัญหาการบาดเจ็บเล็กน้อยได้แล้วเช่นกัน และจะลงมาเป็นตัวหลักในแนวรับเช่นเดิม โดยมีเซอร์เก อิ๊กนาเชวิช กับ อเล็กเซ เบเรซุทสกี้ เป็นคู่เซ็นเตอร์ ส่วนแบ็กซ้ายเป็นหน้าที่ของยูริ เชียร์คอฟ อดีตวิงแบ็กของเชลซี

อิกอร์ เดนิซอฟ นักเตะยอดเยี่ยมประจำปีของรัสเซีย จะรับหน้าที่เป็นตัวตัดเกมกลางสนาม โดยมีโรมัน ชิโรคอฟและคอนสแตนติน ซิริอานอฟเป็นตัวปั้นเกม

อลัน ซาโกเยฟ มิดฟิลด์ตัวรุกดาวรุ่ง น่าจะได้รับเลือกเหนือมารัต อิซไมลอฟ มิดฟิลด์ของสปอร์ติ้ง ลิสบอน ซึ่งเพิ่งคัมแบ็กกลับมาติดทีมชาติอีกหน ในตำแหน่งตัวทำเกมรุกทางฝั่งขวา ส่วนฝั่งซ้ายจะเป็นหน้าที่ของอาร์ชาวิน

อเล็กซานเดอร์ เคอร์ชาคอฟ ดาวยิงของเซนิต เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก คงจะเป็นตัวเลือกหลักในตำแหน่งหัวหอกตัวเป้าเหนือพาฟลูเชนโก้ รวมถึงพาเวล โพเกร็บเนี้ยค ซึ่งได้ลงเล่นแค่ 45 นาทีในเกมอุ่นเครื่อง 3 นัดของทีม

ความพร้อม-สภาพทีม

เช็ก

เช็กต้องรอเช็กความฟิตของมิลาน บารอส เจ้าของรองเท้าทองคำในยูโร 2004 ซึ่งมีอาการเจ็บต้นขารบกวนจนลงซ้อมไม่ได้ในวันพุธ และถูกส่งตัวเข้ารับการตรวจอาการโดยละเอียดไปแล้ว ถ้าไม่ถึงขั้นกล้ามเนื้อฉีกและกลับมาลงซ้อมได้ เขาก็น่าจะมีโอกาสฟิตทันลงรับหน้าที่หัวหอกตัวเป้าในเกมนี้ แต่ถ้าไม่พร้อมก็จะเป็นโอกาสของโทมัส เพ็คฮาร์ท หรือโทมัส เนซิดคนใดคนหนึ่ง

ส่วน โทมัส โรซิคกี้ มิดฟิลด์กัปตันทีมจอมกระเสาะกระแสะ ก็กลับมาลงซ้อมได้แล้ว หลังถูกอาการเจ็บน่องรบกวนมาจากนัดสุดท้ายของฤดูกาลกับอาร์เซนอล จนไม่ได้ลงเตะในแมตช์อุ่นเครื่องของทีมเลยทั้งสองนัด แต่ก็คงจะลงมาเป็นกำลังสำคัญในแดนกลางของทีมในนัดนี้

โรซิคกี้จะยืนปั้นเกมรุกอยู่หลังศูนย์หน้า โดยมีแยน เรเซ็คและวาคลาฟ พิลาร์คอยขึ้นเกมริมเส้นทั้งสองฝั่ง ส่วนตรงกลางสนามจะมีปีเตอร์ ยิราเช็คกับยาโรสลาฟ ปลาซิลเล่นคู่กัน

แผงแบ็กโฟร์ของทีมมีมิคัล คาเล็ช กองหลังเลเวอร์คูเซ่น ซึ่งเล่นได้ทั้งแบ็กซ้ายและเซ็นเตอร์แบ็ก เป็นกำลังสำคัญ โดยเขาอาจจะยังสวมหน้ากากป้องกันดั้งจมูกที่หักลงเล่นต่อไปในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางคู่กับโทมัส ซิว็อค

ธีโอดอร์ เกเบร เซลาสเซียคงจะรับหน้าที่เป็นแบ็กขวา ส่วนแบ็กซ้องต้องเบียดแย่งกันระหว่างสองฟูลแบ็กของวิคตอเรีย เพลอเซ่น ระหว่างฟรานติเซ็ค ไรโทรัลกับดาวิด ลิมเบอร์สกี้

ขณะที่ปีเตอร์ เช็ก นายทวารจอมหนึบของเชลซี จะรับหน้าที่เป็นปราการด่านสุดท้ายเช่นเดิม

ผู้เล่นบาดเจ็บ: มิลาน บารอส (ต้นขา)

วิเคราะห์รูปเกม

สองทีมแข็งของกลุ่มต้องมาเจอกันเองตั้งแต่นัดแรก ทำให้ 3 คะแนนที่ทีมใดได้ไปจะมีผลต่อการผ่านเข้ารอบมากทีเดียว แต่การลงเตะนัดแรกของทัวร์นาเมนต์ถือเป็นแมตช์ที่ไม่ง่าย เพราะการจัดทีมอาจจะยังไม่ลงตัวและยังไม่รู้ฟอร์มคู่ต่อสู้เต็มที่นัก

รัสเซียมีสไตล์การเล่นที่แข็งแกร่งกว่าในเรื่องของพละกำลัง และแนวรับก็ดูจะเหนียวแน่นและเล่นลูกกลางอากาศได้ดีกว่า

ส่วนเช็กมีนักเตะฝีเท้าดีๆ เทคนิคสูงหลายคน และยังมีตัวหลักๆ เก๋าๆ เป็นแกนอยู่พอสมควร เกมนี้รัสเซียน่าจะเป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่า แต่เช็กก็น่าจะดีพอที่จะเอาตัวรอดไปได้ และคอยเล่นแบบหาจังหวะเข้าทำด้วยเกมเร็วตามสไตล์ถนัด สุดท้ายเกมนี้ทั้งสองทีมอาจจะต้องพอใจกับการแบ่งแต้มกันไป

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

รัสเซีย

1 มิ.ย. 55 ชนะ อิตาลี 3-0 (กลาง) กระชับมิตร
29 พ.ค. 55 เสมอ ลิธัวเนีย 0-0 (เยือน) กระชับมิตร
25 พ.ค. 55 เสมอ อุรุกวัย 1-1 (เหย้า) กระชับมิตร
29 ก.พ. 55 ชนะ เดนมาร์ก 2-0 (เยือน) กระชับมิตร
11 พ.ย. 54 เสมอ กรีซ 1-1 (เยือน) กระชับมิตร

เช็ก

1 มิ.ย. 55 แพ้ ฮังการี 1-2 (เหย้า) กระชับมิตร
26 พ.ค. 55 ชนะ อิสราเอล 2-1 (กลาง) กระชับมิตร
29 ก.พ. 55 เสมอ ไอร์แลนด์ 1-1 (เยือน) กระชับมิตร
15 พ.ย. 54 ชนะ มอนเตเนโกร 1-0 (เยือน) ยูโรรอบเพลย์ออฟ
11 พ.ย. 54 ชนะ มอนเตเนโกร 2-0 (เหย้า) ยูโรรอบเพลย์ออฟ

ผลงานการพบกันที่ผ่านมา

19 มิ.ย. 39 ยูโรรอบสุดท้าย รัสเซีย 3-3 เช็ก


รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม:

รัสเซีย (4-3-3): 1. อิกอร์ อคินเฟเยฟ; 2. อเล็กซานเดอร์ อันยูคอฟ, 3. เซอร์เก อิ๊กนาเชวิช, 12. อเล็กเซ เบเรซุทสกี้, 5. ยูริ เชียร์คอฟ; 6. โรมัน ชิโรคอฟ 7. อิกอร์ เดนิซอฟ 8. คอนสแตนติน ซิริอานอฟ; 17. อลัน ซาโกเยฟ, 11. อเล็กซานเดอร์ เคอร์ชาคอฟ, 10. อังเดร อาร์ชาวิน

โค้ช: ดิ๊ค แอดโวคาท

เช็ก (4-2-3-1): 1. ปีเตอร์ เช็ก; 2. ธีโอดอร์ เกเบร เซลาสเซีย, 3. มิคัล คาดเล็ช, 6. โทมัส ซิว็อค, 12. ฟรานติเซ็ค ไรโทรัล; 13. ยาโรสลาฟ ปลาซิล, 19. ปีเตอร์ ยิราเช็ค; 9. ยาน เรเซ็ค, 10. โทมัส โรซิคกี้, 14. วาคลาฟ พิลาร์; 15. มิลาน บารอส

โค้ช: มิชาล บิเล็ค

ฮอตสกอร์: เสมอ 1-1

----------------------------------------
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

*ทั้งสองทีมเคยพบกันมาแล้ว 2 ครั้งในศึกยูโรรอบสุดท้าย (รวมถึงการพบกันในฐานะสหภาพโซเวียตและเชโกสโลวะเกีย) โดยเชโกฯ ชนะโซเวียต 3-0 ในรอบรองชนะเลิศปี 1960 ก่อนที่เช็กและรัสเซียจะเสมอกัน 3-3 ในรอบแบ่งกลุ่มของศึกยูโร 96

*รัสเซียชนะถึง 3 จาก 4 นัดหลังสุดที่ลงเตะในรอบแบ่งกลุ่มของศึกยูโรรอบสุดท้าย

*ในการพบกันมาทั้งหมด 13 ครั้งทั้งก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงประเทศ เช็กชนะได้แค่ 2 ครั้งเท่านั้น ส่วนรัสเซียชนะ 6 ครั้ง และเสมอกัน 5 ครั้ง

*เช็กผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศของศึกยูโรได้ถึง 2 จาก 4 ครั้งหลังสุด แต่ก็พ่ายเยอรมันในปี 1996 และแพ้กรีซในปี 2004

*6 จาก 15 ประตูที่เช็กทำได้ในรอบคัดเลือกครั้งนี้มาจากกองหลัง ซึ่งสูงกว่าทุกทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย

*เช็กยังไม่เคยยิงจุดโทษพลาดมาก่อนในศึกยูโรรอบสุดท้าย (8 ลูก) ขณะที่ก่อนหน้านั้นเชโกสโลวะเกียก็ยิงจุดโทษเข้าทั้ง 14 ลูก (รวมถึงในการดวลจุดโทษตัดสิน)


ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!