ความล้มเหลวของ หงส์แดง?

ความล้มเหลวของ หงส์แดง?
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล : ศึกพรีเมียร์ลีกก็เดินทางใกล้จะถึงโค้งสุดท้ายแล้ว ทีมยักษ์ใหญ่ในอดีตอย่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ก็คงต้องหมดหวังไปอีกปี ในการแย่งตำแหน่งทอปโฟร์เพื่อชิงตั๋วไปเล่นในศึกใหญ่ของบอลยุโรปหรือยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีกส์

หลังจากตอนนี้แข่งขันไปทั้งหมด 35 นัด มีอยู่ 54 คะแนนอยู่ที่ 7 ของตาราง ห่างตำแหน่งที่ 4 ของตารางอย่าง อาร์เซนอล อยู่ 10 คะแนน แถมยังแข่งน้อยกว่าอยู่อีก 1 นัด ทำให้เรียกว่า สิ้นหวังก็คงไม่ผิด

ภายหลังจากที่ลิเวอร์พูลได้เปลี่ยนผู้จัดการทีมจาก เคนนี่ ดัลกลิช หรือ คิง เคนนี่ มาเป็น เบรนแดน รอดเจอร์ ทำให้เรามองได้หลายอย่าง ซึ่งในฤดูกาลนี้รอดเจอร์ ดูเหมือนจะยังไม่ตั้งเป้าหมายไว้สูงซักเท่าไหร่ แต่เน้นไปเพื่อการสร้างทีมระยะยาวเพื่ออนาคต

 

สังเกตได้จากตัวนักเตะที่ซื้อเข้ามาช่วงตลาดเปิดเมื่อต้นฤดูกาลในตอนที่เขาเข้ามารับหน้าที่นี้ใหม่ๆ ซึ่งนักเตะแต่ละคนที่เข้ามานั้นมีอายุอานามอยู่ไม่มากเลย

เรียกได้ว่าแต่ละคนยังหนุ่มยังแน่นและสังเกตจากทักษะของแต่ละคนที่ รอดเจอร์เลือกมานั้น เป็นนักเตะที่มีการครองบอลและเลี้ยงบอลที่ดี ซึ่งแตกต่างจาก คิง เคนนี่ ที่เลือกซื้อนักเตะที่เหมาะสมกับตำแหน่งต่างๆมากกว่าการเลือกความสามารถที่หลากหลาย

ทว่าเป้าหมายของรอดเจอร์และแฟนบอลนั้นดูจะขัดกันมากพอสมควร เพราะเหล่าแฟนเดอะคอป ต่างก็อยากจะเห็นทีมรักของตัวเองได้อยู่อย่างน้อยก็อันดับ 4 ของตารางหรือได้โควตาไปเล่นบอลถ้วยยุโรป แต่รอดเจอร์เองยังมองว่าต้องใช้เวลาพอสมควรในการที่จะทำทีมให้ถึงจุดนั้นและเขายังมองถึงมากกว่าการยึดตำแหน่งท็อปโฟร์

แต่เขามองถึงในทุกฤดูกาลทีมอย่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ต้องมีสิทธิ์ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกมากกว่าการยึดติดว่าจะเอาแค่ตำแหน่งท็อปไฟร์เพื่อไปเล่นบอลยุโรปในแต่ละปีเท่านั้น

ซึ่งเจ้าของสโมสรอย่างจอร์น เฮนรี่เองก็คงเห็นด้วยกับแผนที่รอดเจอร์วางไว้ ถึงได้อ้าแขนรับรอดเจอร์มาเป็นผู้จัดการทีมต่อจาก คิง เคนนี่ ซึ่งเงื่อนไขที่รอดเจอร์ต้องทำ และทำได้คือเขาสามารถใช้งบประมาณที่มีจำกัดในการทำทีมใหม่ให้ออกมากดูดีได้

หลายคนเองในตอนแรกๆนั้นมองว่า รอดเจอร์จะไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้ และจะขอลาออกไปในที่สุด แต่ในตอนนี้เองรอดเจอร์ได้รับการยอมรับจากแฟนบอลมากพอสมควรถึงผลงานและรูปแบบการเล่นใหม่ๆของลิเวอร์พูลที่เขาสามารถทำได้เกินคาดของหลายๆคนที่คาดเอาไว้

เราได้เห็นลิเวอร์พูลเล่นบอลบนพื้นมากขึ้นและมีการรับ - จ่าย บอลเร็วขึ้น แต่ดูเหมือนนักเตะยังไม่คุ้นเคยกับแผนการเล่นใหม่มากนักทำให้เห็นความผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง

แต่ก็มีหลายคนออกมาพูดว่าถ้านักเตะสามารถปรับตัวได้เมื่อไหร่เราอาจจะได้เห็นทีมที่เล่นบอลได้สวยงามเหมือนบาเซโลน่าอีกทีมก็เป็นได้ และอีกสิ่งหนึ่งที่รอดเจอร์ได้รับความแปลกใจจากหลายๆคนคือ เขาสามารถทำให้ซัวเรสนั้นเลี้ยงบอลไว้กับตัวน้อยลงและเล่นเป็นทีมมากขึ้นจึงทำให้ซัวเรสในฤดูกาลนี้ถล่มประตูได้อย่างมากมาย

ถ้าไม่ติดโทษแบนที่ดันไปใช้ฟันอันแหลมคมเฉาะแขนอันบอบบางของอิวาโนวิชจนต้องโดนทาง FA แบนไป 10 นัดละก็ เขาอาจได้โอกาสเป็นดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน

ถ้าเราสังเกตจากนัดแรกๆที่ลิเวอร์พูลลงเล่นนั้นจะรู้ได้ว่าเป็นทีมที่สร้างโอกาสได้มากเป็นอันดับต้นๆของลีกแต่ก็เป็นทีมที่เสียโอกาสในการทำประตูอันดับต้นๆของลีกเช่นกัน ถ้าเรามองจากจุดนี้ นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการทำทีมของรอดเจอร์ก็เป็นได้

ถ้าในฤดูกาลหน้านั้นทีมอย่างลิเวอร์พูลยังคงพึ่งศูนย์หน้าในการทำประตูอย่างเดียวอยู่นั้น โอกาสในการชิงโควตาเพื่อไปเล่นบอลยุโรปนั้นก็คงไม่ต่างอะไรจากฤดูกาลนี้มากนัก

นี่ก็จะต้องเป็นปัญหาใหญ่ที่รอดเจอร์จะต้องนำไปแก้ไขในช่วงปิดเทอมที่จะเข้ามาถึงเพื่อสานต่อแผนการทำทีมของเขาในฤดูกาลหน้า

แต่ถ้าให้ผมมองกันด้วยตาเปล่าแล้ว ทีมของเราก้าวมาไกลพอสมควรมีการพัฒนาที่มากขึ้นจากตัวนักเตะใหม่ๆที่อาจจะยังเล่นไม่เข้าขากันมากนักเหมือนบางทีมที่คว้าแชมป์ลีกไปครองแล้ว

แต่ในอนาคตข้างหน้าผมเชื่อว่าถ้านักเตะใหม่ๆของเราเล่นได้เข้าขากับแผนการทำทีมของรอดเจอร์แล้วละก็ เราอาจจะกลับมาเป็นทีมที่น่ากลัวอีกหนึ่งทีมในเวทียุโรปเลยก็เป็นได้

เรื่องโดย "Lovepeople"