วันของ“สิงห์”!!!!

วันของ“สิงห์”!!!!

โลกเรานี่มันก็แปลกดีนะครับ

เรื่องที่ไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นเยอะแยะมากมายเหลือเกินกำลังจริง ๆ โดยเฉพาะปีนี้นับแค่วงการฟุตบอลมันก็เลอะเทอะเปรอะเปื้อน หรือที่บางคนเรียกว่า “ดราม่า” นั่นแล

จบเกมรอบตัดเชือก นัดที่ 2 ที่คัมป์นู ที่ไม่มีใครอยากจะเชื่อว่า สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี จะเอาตัวรอดและคลอดเป็นทารกได้สำเร็จ ตั้งแต่ก่อนจะคิกออฟ ต่อด้วยเริ่มเกมไปแล้วก็ยังเป็นรอง ยิ่งมาเหลือ 10 คน และโดนยิงไปก่อน 2 เม็ด

ถามว่าใครจะกล้าไปคิดว่า เชลซี จะรอดออกมาได้

แกรี่ เคฮิลล์ บาดเจ็บ ก่อนที่ บาร์ซ่า ได้ทุกอย่างที่พวกเขาต้องการไปแล้ว ประตูปลดล็อคของ เซร์คิโอ บุสเกตส์ นาทีที่ 35 ก่อนที่ไม่กี่นาทีต่อมา จอห์น เทอร์รี่ ที่อารมณ์ค้างจากการเสียประตู สวมบท”ขุนเข่าทะเลคลั่ง” เอาเข่าแทงเข้าใส่ อเล็กซิส ซานเชส ในจังหวะที่ไม่มีบอล ทำให้โดนไล่ออก

มันต้องจบ เมื่อ เชลซี ต้องใช้แบ๊คขวาถึงสองคนมายืนเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ จนเมื่อนาฬิกาเดินมาถึงนาทีที่ 43 อันเดรส อิเนียสต้า ก็ยิงประตูที่ 2 ให้เจ้าถิ่นนำห่าง 2-0 กลับมาได้เปรียบแบบสุดกู่

แต่มาถึงช่วงทดเจ็บครึ่งแรก เชลซี ที่แทบจะไม่ได้บุกเลยก็ได้ประตูจากจังหวะ แฟรงค์ แลมพาร์ด เปิดทะลุมาให้กับ รามิเรส ชิพข้ามมือ บัลเดส เข้าไปอย่างเหนือชั้น

เชลซี ได้เปรียบอเวย์โกล์ทันที

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า นี่เป็นการยิงตรงกรอบครั้ง 2 ในรอบ 2 เกม แต่ เชลซี กลับเปลี่ยนได้เป็น 2 ประตู ยิ่งไปกว่านั้น มันคล้ายกันกับเกม “เอล กลาซิโก้” เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

บาร์ซ่า เสียสมาธิเมื่อได้ประตู และก็มาเสียประตูอย่างไม่ควรอย่างยิ่ง

จังหวะที่ได้ประตูนั้น เป็นสไตล์การเล่นของ เชลซี ในยุค โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ นั่นคือเล่นน้อยจังหวะ แต่แม่นยำ และรวดเร็ว ที่สำคัญมีความเด็ดขาดแบบเหลือเชื่อ

กระทั่งครึ่งหลังเริ่มมาได้ 5 นาที บาร์ซ่า ได้จุดโทษจากจังหวะที่ ดีดิเยร์ ดร็อกบาที่ต้องลงไปเล่นเป็นแบ๊คซ้ายตัวที่ 2 ทำฟาวล์ เชส ฟาเบรกาส ในจังหวะก้ำกึ่ง แต่ ลีโอเนล เมสซี่ กลับยิงไปชนคานออกไปครั้งแรกในชีวิต

ทำให้เขายังยิง เชลซี ไม่ได้เลยในการเจอกันมา 7 เกม

ยิ่งไปกว่านั้นในช่วง 10 นาทีท้าย จังหวะที่ บาร์ซ่า ถล่มแหลก เมสซี่ มีโอกาสยิงแต่บอลไปชนเสาเต็ม ๆ

บางครั้งเราก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับ แชมป์เก่าของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ไม่สามารถป้องกันแชมป์ได้เลย

ทุกอย่างมันจบลงตั้งแต่ลูกนั้น เพราะ บาร์ซ่า เองก็เล่นเป็นแต่สไตล์เดียว เคาะไปเคาะมาหาทางเจาะไม่ได้ สุดท้ายก็พลาดกันเอง ซึ่งมุมหนึ่งมาจากแทคติคที่”ไม่หลุด”ของเชลซี และที่สำคัญเทพีแห่งโชควันนี้ใส่เสื้อสีขาว

กระทั่ง เฟร์นานโด ตอร์เรส ตัวสำรองของเชลซี ควบปุเลง ๆ เข้าไปแตะหลบ บิคตอร์ บัลเดส ที่ไม่รู้ว่าง่วงหรือเพลีย ทิ้งตัวลงไปนอนก่อนเกือบ 2 วินาที เป็นประตูปิดเกมและย้ำความห่วยแตกของ บัลเดส

ทำไมเขาถึงไม่ค่อยได้รับการยอมรับ ทั้งที่ปีก่อนเล่นได้ดี แต่ปีนี้ก็เหวอเหมือนเดิม ไม่งั้น เคราร์ด ปีเก้ จะได้อยู่ในสนาม ไม่ต้องถูกนำส่งโรงพยาบาล เพราะการออกมาตัดบอลที่ไม่ให้เสียงของ บัลเดส ที่สำคัญ ทีมไม่ต้องเปลี่ยนแผนตัวผู้เล่นที่มัน”ผิดแผน”ไปจากระบบเดิมที่

วางไว้คือ 3-4-3

อาถรรพ์แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ไม่เคยมีแชมป์เก่าทีมไหนป้องกันแชมป์ได้ ยังคงมีไว้ต่อไปอีกปี ขณะที่เป็นก้าวย่างอันสำคัญของ เชลซี ทั้งที่ไม่มีกุนซืออย่างเป็นทางการ และต้องเข้าชิงโดยไม่มีขุนพลหลัก ๆ ถึง 4 คนลงสนาม

อย่ากลัวครับ เพราะในอดีตที่ผ่านมานั้น เคยมีมาแล้วที่นักเตะตัวหลักติดแบนแล้วได้แชมป์ นั่นคือ เอซี มิลาน ปี 1994 และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปี 1999

ไม่แปลกหรอกครับที่ โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ จะปฏิเสธคำถามที่ว่า “จะทำอย่างไรในนัดชิงที่นักเตะแบนหลายคน” เพราะเวลานี้ใครก็ตามที่เกี่ยวดองหนองยุ่งอยู่ในองคาพยบเดียวกับ เชลซี หรือเคยทำงานที่นี่จะเริงร่ากันเต็มที่ ยกเว้นเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่อยู่ในมุมมืดและอาจจะแทบกระอักเลือดตายเหมือนกับ “จิวยี่”

เจ้าหน้าที่ครับ ช่วยปรับแสงไฟอีกนิด...อีกนิดครับ...พอครับเห็นแล้วครับผู้ชายคนนั้นไม่ใช่ใคร

เขาคือ อังเดร วิลลาช-โบอาช!!!!!!

บี แหลมสิงห์

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!