แพ้ตัวเอง

แพ้ตัวเอง

ทันทีที่จบเกม "เอล กลาซิโก้" นัดที่ 6 ของฤดูกาลทำให้ช่องว่างระหว่างที่ 1และ 2 ถูกถ่างออกไปเป็น 7 คะแนนทันที

บาร์ซ่าแพ้คาบ้านให้เรอัล มาดริดครั้งแรก ในกลาซิโก้ยุค "เป๊ป-มู" และนี่คือชัยชนะนัดแรกของโจเซ่ มูรินโญ่ที่มีเหนือบาร์ซ่าในเกมนัดปกติครั้งแรกในรอบ 10 นัดด้วย

ซึ่งตัวของโจเซ็ป กวาร์ดิโอล่าออกมากล่าวแสดงความยินดีไปยังเรอัล มาดริดที่มีโอกาสเป็นแชมป์ลา ลีกา เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2008 และจะเป็นแชมป์สมัยที่ 32 ในประวัติศาสตร์ของทีมชุดขาวด้วย

"ผมขอแสดงความยินดีไปยังเรอัล มาดริด ชัยชนะนัดนี้จะส่งให้พวกเขาไปถึงแชมป์ลีกอย่างไม่ต้องสงสัย และเกมนี้พวกเราแพ้จริงๆ" กวาร์ดิโอล่ากล่าว

"เกมนี้พวกเราเล่นกันดีแล้ว แต่มันไม่ดีพอทั้งหมด เกมนี้มีรายละเอียดมากมาย ที่เราจำเป็นต้องทำให้ได้ แต่สุดท้ายเราก็ไปไม่ถึง"

นอกจากนี้กวาร์ดิโอยังปกป้องการตัดสินใจของเขาเอาที่เลือกจะพัก เจราร์ด ปีเก้ และ เชส ฟาเบรกาส ไว้ข้างสนามจนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทีมแพ้

"ผมเลือกทีมที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับเกมนี้ และเราก็มีโอกาสที่จะชนะเรอัล มาดริดได้ แต่เมื่อแพ้แล้วมันก็จบ และคนแพ้ทำอะไรมันก็ผิด" เป๊ป เสริม

"ตอนนี้เรามองข้างหน้ามากกว่ามาจมอยู่ข้างหลัง"

บาร์เซโลน่ามีคิวเล่นฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 กับเชลซี หลังจากที่เลกแรกพวกเขาบุกไปแพ้ ทีมสิงห์ไฮโซมา 0-1

"วันนี้เด็กๆของผมอยู่ในอาการเศร้า พวกเขาดูล้ากันมาก แต่ที่ผ่านมาในยุคของพวกเขามาได้ขนาดนี้ถือว่ายอดแล้ว และผมเชื่อว่าความสำเร็จจะกลับมาหาทีมได้อีก"

ด้านไอตอร์ การันก้า มือขวาของโจเซ่ มูรินโญ่ ยังคงเป็นตัวแทนออกมาแถลงข่าวแทนน้ามู ก็กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า

"เราดีใจที่ชนะในแมตช์นี้ แต่ฟุตบอลลีกยังไม่จบและเรายังไม่ได้แชมป์" การันก้า กล่าว

"ยังคงเหลือเกมให้แข่งขันอีกเยอะ และยังเหลือคะแนนที่เราต้องเก็บต่อไป แน่นอนว่าทุกคนรวมทั้งมูรินโญ่ต่างมีความสุขกับสามคะแนน ทว่าทุกคนคิดถึงแชมเปี้ยนส์ ลีกอย่างเดียว"

เรอัล มาดริด แพ้ยาเยิร์นมา 1-2 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แข้งราชันชุดขาวขอแค่ชนะแค่ 1 เม็ดที่เบอร์นาบิวก็จะเข้าไปชิงชนะเลิศทันที

"ช่วงพักครึ่งมูรินโญ่บอกพวกเราว่าบาร์เซโลน่าจะมายังไง และพวกเขาก็มาจริงๆแถมยิงประตูได้ ทว่าเราก็ใช้เวลาไม่นานในการยิงแซงนำ" การันก้าเสริม

"การเล่นของโรนัลโด้ทำให้เรามีชัยในนัดนี้ เขาเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก" การันก้าเสริม

จากประตูดังกล่าวทำให้โรนัลโด้ยิงประตูรวมไปแล้ว 54 ประตูในฤดูกาลนี้และทำให้เขาฉายแสงฉายแววในกลาซิโก้แบบโดดเด่นเหนือลิโอเนล เมสซี่เป็นครั้งแรก

นอกจากจะได้ 3 แต้มแล้ว เรอัล มาดริดยังเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการยิงประตูทำลายสถิติของพวกเขาเอง เมื่อปี 1989-90 ตอนนั้นทีมยิงไป 107 ประตูในลีก แต่ตอนนี้แข่งไป 34 นัด ยิงไป 109 ประตู เข้าไปแล้ว แน่นอนเส้นทางของฤดูกาลยังเหลืออีก 4 นัดทีมยังสามารถทำประตูได้เพิ่มากกว่านี้แน่นอน

ส่วนบาร์เซโลนาผู้แพ้ที่แสนเจ็บปวดปีนี้ต้องยอมรับว่าพวกเขาพลาดเยอะกันเอง โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคมมาถึงกุมภาพันธ์ แม้ความพ่ายแพ้ต่อเรอัล มาดริดจะเป็นการแพ้ในบ้านนัดแรก แต่มันส่งผลกระทบมากมายต่อ การลุ้นแชมป์และสภาพจิตใจ

ซึ่งถ้าจะหาจุดเปลี่ยนก็น่าจะเป็นผลงานนอกบ้านที่เสมอไป 5นัดและแพ้ไป 2 นัด อันส่งให้ทีมตามหลังทีมราชันถึง 7 แต้มขนาดนี้

ลองไปดูโปรแกรมที่เหลือของเรอัล มาดริดพวกเขาเลือ 4 เกมโดยจะเริ่มในนัดที่พบกับเซบีญ่าในบ้าน จากนั้นจะบุกไปเยือน บิลเบา ต่อด้วยการไปเยือนกรานาด้าที่ทำลังลุ้นหนีตกชั้น และ ปิดท้ายในบ้านกับมาญอร์กา

ส่วนบาร์เซโลน่าจะออกไปเยือน ราโย บาเญกาโน่ทีมที่เล่นในบ้านได้ดีมากๆ จากนั้นจะมีคิวเล่นในบ้าน 2 นัดติดๆ กับมาลาก้าและทำศึกดาร์บี้ แมตช์กับเอสปันญ่อล ก่อนปิดท้ายฤดูกาลด้วยการไปเยือนทีม ขาวเขียว  เบติส

ดูจากโปรแกรมแล้วบาร์ซ่าน่าเหนื่อยใจกว่าเพราะ ส่วนเรอัล มาดริดต้องบอกว่า ทุกอย่างอยู่ในมือของทีมแล้ว ตอนนี้เหลือแค่เวลาแห่งการเฉลิมฉลองเท่านั้น

ซึ่งจะเป็นการฉลองแชมป์เดียว หรือ ดับเบิลแชมป์ งานนี้ คอยดูกัน

เอล มาทาดอร์

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!