ชัยชนะของ‘เชลซี ทีม’

ชัยชนะของ‘เชลซี ทีม’

ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาที่ เดอะ บริดจ์ ถือเป็นหนึ่งในหน้าตำนานลูกหนังได้เลยทีเดียว

ก่อนแข่ง ผมเชื่อว่า เชลซี จะกลายเป็นอีกทีมจากเกาะอังกฤษ ที่กระเด็นตกรอบถ้วยใบนี้ และสิ้นซากกันไปในปีนี้ ก่อนจะมาว่ากันใหม่ในปีหน้า

อย่างไรก็ดี สิ่งที่อยากเห็นมากที่สุดคือ ความสามารถของนักเตะวันเกิน 30 ของเชลซี ที่จะต้องร่ายมนต์กลับมาให้จงได้

นิดหน่อยเล็กน้อยก็ยังดี ไม่เฉื่อยชาเหมือนกับที่เห็นมาตลอดทั้งซีซั่นนี้

แต่จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ ในฐานะที่ติดตามฟุตบอลอังกฤษ มาก่อนฟุตบอลชาติไหนยกเว้นไทยแลนด์ ก็ย่อมดีใจเป็นพิเศษเมื่อเห็น เชลซี ยังคงมีลมหายใจในถ้วยใบนี้ และจะทำให้แชมเปี้ยนส์ลีกไม่หงอยเหงาจนเกินไป ไม่อย่างนั้นคุณจะดูใครดี

เมื่อไม่มีนักเตะที่คุ้นเคยเวลาหัวค่ำ หรือว่า 4 ทุ่มทุกเสาร์-อาทิตย์มาหวดระดับยุโรปกันเลย

“พงษ์โย่ง” พ่อค้าขายสารพัดยำแถวบ้าน ซึ่งแฟนบอลเชลซีตัวยงตั้งแต่ยุค จิอันฟรังโก้ โซล่า เดินมาถามด้วยร่างสูงชะลูดประมาณ 151 ซม. ก่อนจะทิ้งลมหายใจหนึ่งครั้งแล้วพูดว่า เชลซีจะรอดไหม

ผมบอกแกไปว่า ไม่น่าจะรอด

เค้าบอกกับผมว่า หาก เชลซี ชนะและเข้ารอบ จะสารพัดยำให้ผม 3 ชุดใหญ่ ให้เลือกเอาว่า จะกินแบบไหน จะยำให้สุดใจขาดดิ้น

กระทั่งชัยชนะเมื่อคืนที่ผ่านมา วันนี้ผมเดินผ่านร้านแก ของในตู้อยู่ในสถานะที่ว่างเปล่า

ก่อนที่ผมจะชะเง้อไปมองเห็นร่างสั้นๆ มู่ทู่ของแกนอนเหยียดยาวอยู่บนเสื้อใต้ต้นไม้ข้างร้าน พร้อมด้วยขวดยาธาตุนักเลงประมาณ 2 โหลเศษเห็นจะได้

ถามว่า เป็นใครไม่ฉลองกันบ้างครับ ขนาดนักบอลยังออกมาฉลองหลังเกมกันบึ้มเลย

หากไม่นับปีแรก นี่คือ เชลซี ชุดที่แย่ที่สุดตั้งแต่ โรมัน อบราโมวิช เข้ามาบริหารงานอย่างเต็มตัวเลยทีเดียว

พวกเขาหมดลุ้นแชมป์ไปตั้งแต่ปีใหม่ รวมไปถึงความสุ่มเสี่ยงต่างๆ มากมาย จนสุดท้ายก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง

ว่ากันตามทรง จริงๆ แล้ว ให้ผมเขียนอีกร้อยครั้ง พิมพ์เรื่องราว เชลซี อีกพันหน ก็ขอย้ำคำเดิมที่บอกว่า ทีมนี้มันคือ “มูรินโญ่ ทีม”

ไม่มีใครมาแทนที่ “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” ได้เลย

ไม่ว่าจะสไตล์การเล่น พื้นฐานของเกม รวมไปถึงนักเตะ พวกนี้เป็นนักเตะของ มูรินโญ่ และไม่สามารถสลัดภาพนั้นออกไปได้จริงๆ

ดูดีๆ นะครับ อังเดร วิลลาส โบอาส พยายามทำหลายอย่างเพื่อจะปรับปรุงแนวทางการเล่น แม้จะ 4-3-3 เหมือนเดิม แต่สไตล์การเล่น และสไตล์การยืนของนักบอลนั้นแตกต่างกันออกไป

สุดท้ายนักเตะเก่าๆ รับไม่ได้ ทำให้เกิดอาการ “แข็งเมือง”

เมื่อหัวเมืองต่างๆ เป็นแบบเดียวกันหมด ลงท้ายที่สุดแล้ว “เจ้าเมือง” อยู่ไม่ได้ หากไม่หนีเข้าป่า ก็ต้องฮาราคีรีตัวเอง

เครดิตชัยชนะในค่ำคืนสุดมหัศจรรย์นี้ มันอาจจะใจร้ายเกินไปที่จะไม่ยกให้ โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ที่จำเป็นต้องรับเผือกร้อนอันนี้

แต่เกินครึ่งไปจนถึงเกือบทั้งหมด ยกให้กับ “สปิริต” สู้เพื่อศักดิ์ศรีของตัวเอง

หลายคนเล่นได้แบบเหลือเชื่อ เมื่อ ดิ มัตเตโอ ตัดสินใจ “ตะบันใส่” ผู้เล่นชุดจ่อคิว “ตะบันหมาก” อย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด, จอห์น เทอร์รี่, ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา, แอชลี่ย์ โคล ลงเล่นแบบเต็มเครื่อง

เล่นแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก ธรรมชาติทุกคนกลับมาอย่างไม่น่าเชื่อ ก่อนจะได้รับชัยชนะอย่างไม่น่าเชื่อเช่นเดียวกัน

ภาพแบบนี้เห็นได้บ่อยมากในยุคของ โจเซ่ มูรินโญ่

น่าสนใจทีเดียวว่า จากนี้ไปใครจะมานั่งที่นั่งตรงนี้ และสามารถจะสลัดหลุดอำนาจ หรือเลยเถิดจะเรียกว่ามนต์ดำนี้ไปเลยก็ได้

ถ้าไม่เชื่อไม่เป็นไรครับ

ให้ทุกคนเหลียวไปมองซากปรักหักพังของ อินเตอร์ มิลาน ดูได้

อันนั้นแหละคือ “พยาน” ที่ไม่ว่าใครมาทำก็ต้องตกเป็นผู้ร้าย

ก่อนจะถูกจับตาย...โดย “ละม่อม”!

บี แหลมสิงห์