ร้อนกว่าไฟ

ร้อนกว่าไฟ

เก้าอี้ผู้จัดการทีมของเชลซี ดูแล้วละม้ายกับเก้าอี้ดนตรี ยังไงบอกไม่ถูก!

เวลานี้ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อ "เสี่ยหมี" โรมัน อบราโมวิช ประธานสโมสร ตัดสินใจประกาศแยกทางกับ อังเดร วิลลาส โบอาส หลังจากกินอยู่กันมาแค่ครึ่งปีเศษๆ เท่านั้น

ผลงานก็ค่อนข้างชัดเจน การถูกโจมตีจากทุกทิศทุกทางไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชน หรือว่านักเตะในปกครองของตัวเองแท้ๆ ทำให้สุดท้าย

วิลลาส โบอาส ต้องเป็นฝ่ายไป

งานนี้ต้องบอกว่า เสียงที่เห็นใจทางฝั่งของ วิลลาส โบอาส นั้นมีมาก ขณะเดียวกัน ในทางตรงกันข้าม โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีม เชลซี กลับได้รับเสียงสนับสนุนมากมายเช่นเดียวกัน

ไม่เคยมีครั้งไหนที่ เชลซี มันจะแตกเป็นเสี่ยงๆ แบบนี้

จะจริงหรือไม่จริงไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ นับตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา ประเด็นการปลด วิลลาส โบอาส ออกจากตำแหน่งมีมาโดยตลอด

ด้วยเหตุผลต่างๆ ไม่มีทางเลี่ยงหลีก เขาคุมทีมแย่ที่สุดในรอบ 16 ปี และกำลังจะไม่เหลือลุ้นอะไรเลย เพราะโอกาสในแชมเปี้ยนส์ลีกริบหรี่พอสมควร หรือจะเป็นอันดับในการลุ้นไปเตะแชมเปี้ยนส์ลีกปีหน้าก็สุ่มเสี่ยง

สิ่งเดียวคือ เอฟเอ คัพ ก็ดันต้องลุ้นถึงรีเพลย์ซะอีก

สุดท้ายถึงคราวที่ "เสี่ยหมี" จำเป็นจะต้อง "จัดหนัก" อีกครั้ง และเป็นการ "จ่ายหนัก" แบบไม่น่าจะต้องเป็นแบบนั้นอีก

เสียเงินซื้อสัญญาจากปอร์โต้ 13.3 ล้านปอนด์ พร้อมกับประเคนค่าเหนื่อยให้อีก 150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

นาทีนี้ค่าฉีกสัญญาอยู่ที่เกือบๆ 20 ล้านปอนด์ที่เสี่ยหมีต้องจ่ายให้กับไอ้หนุ่มฝอยทอง

น่าสนใจทีเดียว เพราะตั้งแต่เสี่ยเข้ามาเข้ามากุมอำนาจ เชลซี เมื่อปี 2003 ก่อนหน้านี้จัดการโละกุนซือไปแล้ว 6 คน มีเพียง กุส ฮิดดิ้งค์ ที่คุมทัพแบบชั่วคราว เรื่องที่น่าตกใจก็คือ เสี่ยต้องจ่ายเงินชดเชยเป็นสถิติโลกเลยก็ว่าได้

ของเดิมจ่ายไปแล้ว 69 ล้านปอนด์ ไล่ตั้งแต่ เคลาดิโอ รานิเอรี่, โจเซ่ มูรินโญ่, อัฟรัม แกรนท์ หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ และ คาร์โล อันเชล็อตติ

อีกคนคือ กุส ฮิดดิ้งค์ ไม่ต้องจ่าย เพราะตอนนั้นขอแรงให้มาช่วยกันหน่อยเลยรอดตัวไป

ปัญหาก็คือ เรื่องจะไล่ใครออกนั้นมันอาจจะยาก แต่มันก็ง่ายกว่าการหาคนเข้ามาทำงานแทน

ตอนนี้ภารกิจเป็นของ โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ซึ่งถือว่าไม่ใช่คนอื่นคนไกล เพราะถือเป็น "ลูกหม้อตัวจริง"ของทีม

ดิ มัตเตโอ คือนักเตะต่างชาติยุคแรกๆ ของเชลซี เขามาอยู่ที่เดอะ บริดจ์ เมื่อปี 1996 ก่อนจะแขวนสตั๊ดที่นี่เมื่อปี 2002

ทุกคนคงจะจำภาพมิดฟิลด์ที่เล่นได้สวยงาม และทรงพลัง จะเห็นได้ว่า การขึ้นมาจากแถวสองของเขานั้นคลาสสิกมาก

การถล่มประตูเร็วที่สุดเป็นสถิติในเวมบลีย์เก่าของ ดิ มัตเตโอ ในนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ รับประกันความสามารถของเขาได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม การเป็นกุนซือนั้นยังเป็นปริศนาอยู่ หลังจากเริ่มต้นสู่ยุทธจักรด้วยการคุมทัพ มิลตัน คีย์นส์ เมื่อปี 2008 จากนั้น 1 ปีให้หลังเขามาคุม เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน และพาทีมขึ้นจากเดอะ แชมเปี้ยนชิพ มาอยู่ในพรีเมียร์ลีก

สุดท้ายก็โดนเด้งออกมา จนกระทั่งมารับงาน "มือขวา" หลังจาก เข้ามารับตำแหน่งได้ไม่กี่วัน

งานนี้ส่งลูกหม้อมาประคองตัวไปก่อนเพื่อรอให้จบซีซั่น มันจะไหวหรือไม่ไหวไม่รู้ แต่ต้องทำไปก่อน เชื่อว่า ต่อให้ผลงานจะเนียนหรือไม่เนียน

ยังไงก็ไม่มีทางที่เสี่ยจะเลือกให้ ดิ มัตเตโอ คุมทัพยาวๆ แน่

แว่วเสียงซึงมาว่า ลิสต์กุนซือในดวงใจของเสี่ยงานนี้มุ่งหน้าล็อกเป้าไปที่แดนกระทิงดุ สเปน ล้วนๆ และมีอยู่ในใจ 3 คน

ก.เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, ข.โจเซ่ มูรินโญ่, ค.ราฟาเอล เบนิเตซ และ ง.ผิดทุกข้อ

ว่ากันตามเชิง งานนี้เข้ามาจะต้อง "ใช่" และนอกจากคำนี้แล้วจะต้องมีเงินให้กุนซือใหม่ได้ "ใช้" เช่นเดียวกัน

ยังไงก็อย่าให้ซ้ำรอยกับ วิลลาส โบอาส ที่นำเขามาแล้ว แต่กลับไม่ได้ใช้คนที่เขาต้องการ เพราะสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นใครที่บริหารงานผิดพลาด ระหว่างประธานสโมสร กับผู้จัดการทีม

"แฟนบอล" คือคนที่ช้ำสุดๆ นั่นเอง!!!!

" บี แหลมสิงห์ "

 

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!