ปัจจัยไปให้ถึงแชมป์...???

ปัจจัยไปให้ถึงแชมป์...???

แต้มกลับมาเท่ากันอีกครั้งสำหรับ 2 ทีมจากแมนเชสเตอร์ หลังจากผลัดกันพลาด โปรแกรมที่เหลืออยู่สามารถสร้างความตื่นเต้นให้กับคนเมืองนี้ได้เป็นอย่างดี มีปัจจัยหลายอย่างกับทีมที่จะเดินหน้าไปจนถึงแชมป์ ทั้งโรแบร์โต้ มันชินี่ และ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต่างต้องพยายามก้าวข้ามปัจจัยที่จะเป็นปัญหาไปให้ได้ นั่นจะทำให้ความคาดหวังเป็นจริงได้มากยิ่งขึ้น

การบาดเจ็บและติดโทษแบน...

เป็นเรื่องที่ต้องพยายามอย่างมากกับการหลีกเลี่ยงให้ถึงที่สุด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจอเรื่องนี้แล้วพบทางสว่างว่ามันมีผลกระทบต่อทีมค่อนข้างมาก ยาย่า ตูเร่ กับ โคโล่ ตูเร่ ไปเล่นแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ในขณะที่ แว็งซ็องต์ กอมปานี กับ มาริโอ บาโลเตลลี่ ติดโทษแบน

ไปเล่นให้ทีมชาติว่ากันไม่ได้ แต่ถ้ามาพลาดง่ายๆ กับการติดโทษแบนของ มาริโอ บาโลเตลลี่ ต้องอย่าให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก เรือใบแผ่วลงไปก็เพราะเรื่องราวเหล่านี้ ลองคิดดูก็แล้วกันว่าถ้า ดาวิด ซิลบา เกิดติดโทษแบน หรือได้รับบาดเจ็บสักเดือนหรือมากกว่านั้นจะเกิดอะไรขึ้น

ทีมต้องดูแปลกไปอย่างแน่นอน ประสิทธิภาพบางเรื่องราวจะขาดหายไป โดยเฉพาะการสร้างสรรค์โอกาส คงเป็นเรื่องยากที่จะหาใครมาทำหน้าที่แทน ดาวิด ซิลบา

ฝั่งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็มีปัญหาพอประมาณกับการขาดนักเตะบางคนไป แต่มีผลต่อทีมน้อยกว่าเรือใบ นั่นอาจจะเป็นเพราะการจัดการของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็เป็นไปได้

อย่างการขาด เวย์น รูนี่ย์ ซึ่งเป็นที่ต้องการของทีมเพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้เพื่อนร่วมทีม แต่ก็ยังมีคนอื่นๆ ซึ่งสามารถทำหน้าที่แทนได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าจะเป็นแชมป์ผีแดงควรมีรูนี่ย์ติดบ้านเอาไว้เป็นประจำ

เด่นชัดเลยว่าสำหรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นเรื่องยากที่จะให้ใครแทนนักเตะตัวหลักได้ แม้ว่าจะมีตัวเลือกมากกว่าก็ตามที ตัวอย่างชัดเจนก็คือ ยาย่า ตูเร่ ไม่อยู่ ดูเหมือนเกมแดนกลางจะขาดความดุดันไปเยอะ อย่าให้ต้องคิดไกลไปถึงการขาด ดาวิด ซิลบา กันเลยเสียวแทน

เพราะฉะนั้น ตั้งแต่นาทีนี้เป็นเรื่องที่ต้องพยายามรักษานักเตะตัวหลักเอาไว้ให้พร้อมหน้าพร้อมตามากที่สุด ทีมไหนทำได้ดีกว่าโอกาสก็จะมากกว่าทันที

ความแข็งแกร่งของขุมกำลัง...

เป็นเรื่องราวพื้นฐานอยู่แล้ว ใครที่มีขุมกำลังดีกว่าย่อมได้เปรียบ มีตัวดีๆ ให้เลือกใช้งานอย่างเหมาะสมก็สามารถช่วยให้งานของกุนซือราบรื่นมากยิ่งขึ้น รับมือกับโปรแกรมที่เหลืออยู่ได้ดีกว่า

นอกเหนือไปจากอาการบาดเจ็บและติดโทษแบนแล้ว เรื่องของนักเตะฟอร์มตก เรื่องของความจำเป็นในการต้องพักบางคนสำหรับบางนัดบ้าง รวมทั้งโปรแกรมบอลถ้วยยุโรปที่กลับมาอีกครั้ง

ถ้ามีขุมกำลังที่ดีกว่า เหมาะสมและพร้อมให้เลือกใช้งานมากกว่าก็จะได้เปรียบทันที แม้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะขาด เนมานย่า วีดิช ไปแบบยาวๆ แต่ก็ถือว่าสามารถผ่านช่วงเวลาแย่ๆ ไปได้ดีพอสมควร ถึงแม้ว่าคนอื่นๆ ในแนวรับจะผลัดกันเจ็บก็ตาม

อย่างน้อยๆ ปาทริซ เอฟร่า ก็เป็นตัวเลือกขาประจำให้กับเฟอร์กี้ และหวังว่าจะอยู่ทำหน้าที่ไปจนจบฤดูกาล สำหรับในแดนกลางต้องระวัง 2 ผู้เฒ่าอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ กับ พอล สโคลส์ เอาไว้ให้ดี อายุขนาดนี้จะบาดเจ็บได้ง่าย และประสบการณ์ของทั้ง 2 คนจะช่วยทีมได้เยอะในช่วงคับขัน

ในส่วนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังไม่ใช่เวลาที่ ยาย่า ตูเร่ กับ โคโล่ ตูเร่ จะกลับมา ดันอยู่ในทีมเต็งอย่าง ไอวอรี โคสต์ ต้องรอกันยาวหน่อย ทว่าการได้ แว็งซ็องต์ กอมปานีกลับมาก็สามารถปิดช่องโหว่ของ สเตฟาน ซาวิช ได้ดีทีเดียว แต่ก็คงต้องคิดเอาไว้เสมอว่าถ้าใครเจ็บเพิ่มจนต้องใช้งานซาวิชที่ดูเหมือนยังไม่พร้อมสำหรับพรีเมียร์ ลีก ในตอนนี้คงเหนื่อยใจเหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม ดูกันตามเนื้อผ้าของขุมกำลังทั้งหมดของทั้ง 2 สโมสร เรือใบน่าจะได้ความสดมากกว่าในเรื่องนี้ และไม่ต้องแปลกใจอะไร เพราะลงทุนไปเยอะ ย่อมต้องได้อะไรที่ไม่ธรรมดามากกว่านั่นเอง

รับมือความกดดัน...

มีเข้ามาแน่นอน เตรียมรับมือและผ่านเรื่องราวต่างๆ ไปให้ดีก็แล้วกัน ถ้าดูกันเฉพาะตรงนี้ เฟอร์กี้ดูเหมือนจะได้เปรียบ ไม่เฉพาะแค่ตัวกุนซือเท่านั้น นักเตะของผีแดงก็มีประสบการณ์ค่อนข้างดีกับช่วงเวลาที่ต้องรับมือกับหลากหลายเรื่องราวที่จะเข้ามาในช่วงเวลาเข้าด้ายเข้าเข็ม

เฟอร์กี้รู้ดีว่าช่วงเวลาไหนควรจะออกมาพูดอะไร เวลาไหนควรจะกดดันกันนอกเกม หรือเรื่องราวไหนควรตอบโต้ เขี้ยวลากดินอย่างเฟอร์กี้ไม่มีเรื่องไหนที่รับมือไม่ได้ การดึงคู่แข่งมาเล่นเกมนอกสนามเพื่อให้หลุดโฟกัสกุนซือผีแดงถนัดอย่างยิ่ง

เรื่องราวแบบนี้น่าจะเป็นเรื่องใหม่ของ โรแบร์โต้ มันชินี่ จะว่าไปแล้วมันโช่ก็มีประสบการณ์พอประมาณกับการพาทีมเป็นแชมป์ พาทีมประสบความสำเร็จในอิตาลีมาแล้ว

แต่กับเกมของเฟอร์กี้ต้องถือว่าไม่ธรรมดา และความกดดันของพรีเมียร์ ลีก ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน ถ้าโรแบร์โต้ มันชินี่ ออกอาการเป๋ ออกอาการหลุดโฟกัสไปเข้าทางปืนของเฟอร์กี้ วุ่นวายและเครียดแบบบอกไม่ถูกแน่นอน ซึ่งลูกทีมเรือใบย่อมไม่อยากให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว เดี๋ยวมันจะเสียขวัญกันเปล่าๆ

โปรแกรมที่เหลืออยู่...

ดูกันตามโปรแกรมสามารถพูดกันได้ง่ายๆ เลยว่าเรือใบสีฟ้ามีโอกาสเป็นแชมป์มากไม่น้อย แม้ว่าจะมีเกมหนักหนาสาหัสที่จะต้องไปเยือนอาร์เซนอล แต่สำหรับเกมที่ต้องเจอกับเชลซี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรือใบจะได้เล่นในเอติฮัดของตัวเอง

และถ้ามันชินี่กับลูกทีมสามารถรักษามาตรฐานและสถิติที่ดีของการเล่นในบ้านเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง นั่นก็ไม่น่าจะไกลเกินเอื้อมกับความคาดหวังในการเป็นแชมป์พรีเมียร์ ลีก

ในขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังมีแมตช์ที่ต้องไปเยือนเชลซี ต้องไปเยือนสเปอร์สรวมอยู่ด้วย งานยากทีเดียว และที่สำคัญ วันที่ 28 เมษายน เรือใบสีฟ้าจะเปิดบ้านรับมือกับผีแดง นั่นอาจจะเป็นแมตช์ตัดสินแชมป์กันเลยก็เป็นไปได้

ไม่ว่านาทีนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะพลาดทำให้ผีแดงขยับแต้มเข้ามาเท่ากัน แต่ผลการแข่งขันในวันที่ 28 เมษายน ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ถ้าเรือใบจะเป็นแชมป์ต้องล้มผีแดงให้ได้ในนัดนั้น

บทสรุป...

การเดินทางสู่จุดหมายปิดฤดูกาล คงมีการมองย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ต่างๆ ในแต่ละช่วงเวลาที่เกิดขึ้น สิ่งที่สร้างความเปลี่ยนแปลงหรือสร้างความแตกต่างจนทำให้ประสบความสำเร็จ อาจจะเป็นโชค อาจจะเป็นเพราะการตัดสินใจของผู้ตัดสิน

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาจจะมีมุมดีๆ ตรงนี้ให้พูดจากัน อย่างน้อยเกือบพลาดให้สเปอร์ส แต่กลับมาเป็นผู้ชนะได้ หลายคนเชื่อว่าเรือใบสีฟ้ายังคงมีโอกาสเป็นแชมป์

และเชื่อกันอีกว่าน่าจะตัดสินกันในวันที่ 28 เมษายน

เรื่องโดย "ดามัน"

เรื่องล่าสุดของหมวด พรีเมียร์ลีก

ดูหมวด พรีเมียร์ลีก ทั้งหมด