วอลเตอร์จัดให้2 สิงห์บลูบุกตีหม้อ 4-0

วอลเตอร์จัดให้2 สิงห์บลูบุกตีหม้อ 4-0
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

 

 ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2012-13

วันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2556

สโต๊ค ซิตี้ 0-4 เชลซี

สนาม : บริทานเนีย สเตเดี้ยม 

ผู้ตัดสิน : อันเดร มาร์ริเนอร์ 

 

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2556 ที่สนาม บริทานเนีย สเตเดี้ยม "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ "สิงห์บลูส์" เชลซี

เป่านกหวีดเริ่มเกม เชลซีครองบอลได้มากกว่า แต่โอกาสใกล้เคียงแรกเป็นของทีมเยือน เควิน โจนส์ เบียด เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า แล้วยิงด้วยซ้ายหน้ากรอบ 6 หลาฝั่งขวา บอลผ่านตัว ปีเตอร์ เช็ก หลุดเสาไกลออกหลัง

จากนั้นกลับกลายเป็นเจ้าบ้าน สโต๊ค ที่ทำเกมบุกเข้าใส่เชลซีได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการใช้ลูกกลางอากาศทั้งซ้ายขวา แต่ยังไม่สามารถจบสกอร์ได้

นาที 25 เชลซี ได้โอกาสตอบโต้น่ากลัว เอแด็น อาซาร์ ลากบอลหน้าเขตโทษ จ่ายเข้าในให้ เดมบา บา สะกิดบอลต่อให้ แฟร้ง แลมพาร์ด วิ่งเข้ามากดด้วยขวา ทว่า อัสเมียร์ เบโกวิช ยังใช้ขาเซฟไว้ได้

นาที 35 แฟร้ง แลมพาร์ด ยกบอลจากวงกลมกลางสนามให้ เดมบา บา เบียด โรเบิร์ต ฮูธ จับบอลเข้าเขตโทษฝั่งซ้าย แล้วสับไกยิงทันที อัสเมียร์ เบโกวิช ออกมาปิดมุมเร็วเซฟออกมาหน้ากรอบเขตโทษ รามิเรส กำลังจะซ้ำดาบ 2 แต่โดน แอนดี้ วิลกินสัน สไลด์ทิ้งออกหลังได้ทันควัน

นาที 38 แอนดี้ วิลกินสันเข้าสกัดหนักใส่ เอแด็น อาซาร์   รับใบเหลืองคนแรกของเกม

และช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาที 2 เอแด็น อาซาร์ ป้ายบอลให้ เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า เปิดบอลจากริมเขตโทษฝั่งขวา บอลโค้งไปที่หน้าปากประตู และเป็น โจนาธาน วอลเตอร์ส ที่พุ่งโฉบโขกสกัดบอลเข้าประตูตัวเอง ส่ง เชลซี ขึ้นนำ สโต๊ค 1-0 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

สู้กันต่อครึ่งหลัง นาที 51 เดมบา บา ใช้ความแข็งแกร่งกระชากบอลหนีแนวรับ สโต๊ค หลุดถึงเส้นหลังฝั่งขวา เปิดมาที่เสาไกลให้ แอชลี่ย์ โคล วิ่งเข้ามาหวดด้วยซ้ายไม่ต้องจับ บอลกำลังจะมุดเสียบเสาแรก แต่ อัสเมียร์ เบโกวิช ยังใช้เท้าเซฟทิ้งออกหลังหวุดหวิด

นาที 55 สตีเว่น เอ็นซอนซี่ ครองบอลหน้าเขตโทษฝั่งขวา เห็นไม่มีใครเข้าบอลเลยตัดสินใจกดเต็มเท้าขวา บอลพุ่งเป็นจรวดกำลังจะมุดเสียบใต้คาน แต่ ปีเตอร์ เช็ก ยืนตำแหน่งดีทุบทิ้งออกหลังไปได้

นาที 62 แฟนสิงห์บลูได้เฮลั่นอีกครั้ง เมื่อ ฆวน มาต้า เตะมุมฝั่งขวาโค้งมาหน้าปากประตู โจนาธาน วอลเตอร์ส โขกสกัดผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเองแบบน่าเหลือเชื่อ

ถัดมาไม่ถึง 3 นาที ช่างปั้นหม้อกู่ไม่กลับ เมื่อ โรเบิร์ต ฮูธ ไปดึง ฆวน มาต้า ล้มลงในเขตโทษ อันเดร มาร์ริเนอร์ เป่าเป็นจุดโทษทันที และเป็นทางด้าน แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่รับหน้าที่สังหาร ยิงเต็มแรงด้วยขวาเข้ากลางประตู ช่วย เชลซี หนีห่าง เป็น 3-0

นาที 70 เชลซี ถอด เดมบา บา ออกแล้วส่ง เฟร์นานโด ตอร์เรส ลงสนามแทน

นาที 73 ฆวน มาต้า จ่ายให้ เอแด็น อาซาร์ ดึงบอลหลอกแข้งสโต๊ค หาจังหวะสับไกยิงเต็มแรงด้วยซ้ายหน้าเขตโทษ ระยะราว 27 หลา บอลพุ่งโค้งติดไซด์ก้อยหนีมือ อัสเมียร์ เบโกวิช เข้าประตูไปอย่างงดงาม เชลซี 4-0 สโต๊ค

นาที 78 โทนี่ พูลิส ถอดเอา ชาร์ลี อดัม ออกแล้วส่ง ดีน ไวท์เฮด ลงสนามแทน ส่วน ราฟาเอล เบนิเตซ ก็จัดการถอด ฆวน มาต้า ออก แล้วส่ง จอห์น เทอร์รี่ ที่เพิ่งสลัดเดี้ยงกลับมาลงไปเคาะสนิม

ท้ายเกมนาที 89 จอห์น เทอร์รี่ ไปชน โจนาธาน วอลเตอร์ส จากทางด้านหลังในเขตโทษ อันเดร มาริเนอร์ เป่าเป็นจุดโทษ และ วอลเตอร์ส ลุกขึ้นมาขอยิง อัดเต็มแรงด้วยขวาไปกลางประตู บอลพุ่งแฉลบคานออกหลังพลาดได้ประตูตีไข่แตกอย่างน่าเสียดาย

ช่วงเวลาที่เหลือ เชลซี พยายามครองบอลไว้ให้นานที่สุด ส่วน สโต๊คเอง ก็ไม่สารถสร้างสรรค์จังหวะเข้าทำได้ จบเกมการแข่งขัน สโต๊ค เปิดบ้านพ่าย เชลซี หมดรูป 4-0

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

รายชื่อนักเตะที่ลงสนาม

สโต๊ค ซิตี้ (4-2-3-1) :  อัสเมียร์ เบโกวิช (GK) - เจฟฟ์ คาเมรอน,โรเบิร์ต ฮูธ,ไรอัน ชอว์ครอสส์, แอนดี้ วิลกินสัน - ชาร์ลี อดัม (ดีน ไวท์เฮดน.78), เกล็น วีแลน - แม็ทธิว เอเธอริงตัน,โจนาธาน วอลเตอร์ส, สตีเว่น เอ็นซอนซี่ -  เคนวิน โจนส์ (คาเมรอน เฌอโรม น.77) 

เชลซี (4-2-3-1) : ปีเตอร์ เช็ก (GK) - เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า (เปาโล แฟร์เรยร่า น.82), ดาวิด ลุยซ์, แกรี่ เคฮิลล์, แอชลี่ย์ โคล - รามิเรส, แฟร้งค์ แลมพาร์ด - ฆวน มาต้า (จอห์น เทอร์รี่ น.78) , เอแด็น อาซาร์, ไรอัน เบอร์ทรานด์ - เดมบา บา ( เฟร์นานโด ตอร์เรส น.70)

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!