‘ฮิวจ์ส’ ณ คิวพีอาร์

‘ฮิวจ์ส’ ณ คิวพีอาร์

กลับมาอีกครั้งตามโผ! “เดอะ สปาร์กี้” มาร์ค ฮิวจ์ส ออกไปใช้ตังค์ได้แค่ครึ่งฤดูกาล ก็มีโอกาสได้กลับมาทำงานบนเก้าอี้ผู้จัดการทีมฟุตบอลอีกครั้ง            

คราวนี้สถานีของเขายังจอดอยู่ที่ “ลอนดอน”            

เป็นการขับไหลเลื่อนลงมาจากตอนเหนือ เริ่มจาก เวลส์ ต่อด้วยแล็งคาเชียร์ของ แบล็คเบิร์น ตามด้วยแวะเติมน้ำมันกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และลงใต้มาที่ลอนดอน กับ ฟูแล่ม            

วันนี้เขาเลือกที่มาอยู่ที่ลอฟตัส โร้ด ของ “ทหารเสือราชินี” ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส            

เป็นการผจญภัยครั้งใหม่ของ สปาร์กี้ อีกครั้ง            

สมัยเป็นนักบอล ฮิวจ์ส เดินทางไปเล่นมาแล้วทั้ง ลา ลีกา กับ บาร์เซโลน่า และบุนเดสลีกา เยอรมนี กับ บาเยิร์น มิวนิค ก่อนจะกลับมาอยู่ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง            

ถ้าจำไม่ผิด นี่คือนักเตะคนเดียวของเกาะมหาสมบัติที่ได้เล่น 3 ลีกดังๆ แบบนี้            

จังหวะชีวิตของ ฮิวจ์ส โลดโผนโจนทะยานอย่างที่เห็น ทั้งการเล่นฟุตบอลในสไตล์ที่บู๊ดุดันไม่เหมือนกองหน้าคนไหน จากนั้นก็โดนเขี่ยจาก โอลด์ แทรฟฟอร์ด ไปพร้อมๆ กับ พอล อินซ์ และ อังเดร แคนเชลสกี้ ก่อนจะตะลุยไปอีก 4 ทีมในพรีเมียร์ลีกและเลิกเล่นในที่สุด

น่าสนใจอย่างมากก็คือ การออกสตาร์ตของ ฮิวจ์ส ในการเป็นผู้จัดการทีมคือการคุมทีมชาติเวลส์ทันที โดยไม่มีประสบการณ์ในการคุมทีมในระดับสโมสรมาก่อนแม้แต่ครั้งเดียว            

เขาใช้เวลาในการคุมทีมที่มีการเปิดเผยว่า ทำงานแบบพาร์ตไทม์ก่อน แต่เกือบจะพาทีมเข้าสู่รอบสุดท้ายของยูโร 2004 แต่มาพลาดพ่าย รัสเซีย ในเกมเพลย์ออฟอย่างน่าเสียดาย            

กระทั่งมีโอกาสได้รับการทาบทามจากแบล็คเบิร์น เขาจึงเลือกมาอยู่ที่อีวู้ด ปาร์ค และสามารถทำให้ทีมรอดพ้นการตกชั้น และทำเซอร์ไพรส์ชนะทีมใหญ่บ่อยครั้ง ทำสถิติพาทีมเข้าถึงรอบตัดเชือกเอฟเอ คัพ หนแรกในรอบกว่า 40 ปี รวมไปถึงการขึ้นไปยึดอันดับ 6 และอันดับ 7 ของลีกได้อย่างยอดเยี่ยมในการคุมทีมแค่ 4 ปีเท่านั้น

แต่หลังจากนั้นเขาเลือกที่จะไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยตอนนั้นก็มี เชลซี อดีตทีมเก่าที่ต้องการให้เขาไปคุมทีมแทน อัฟรัม แกรนท์ เช่นเดียวกัน            

หลังจากฮิวจ์ส คุมทัพซิตี้ได้ไม่ถึงเดือน ทีมมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญด้วยการได้ อาบูดาบี ยูไนเต็ด อินเวสเมนท์ กรุ๊ป เข้ามาเทกโอเวอร์ เขาพาทีมจบที่ 10 ทำให้เก้าอี้ร้อนขึ้นมาทันที            

ยิ่งการไปคว้าตัว แกเร็ธ แบร์รี่, โรเก้ ซานตา ครู้ซ, คาร์ลอส เตเบซ, เอ็มมานูเอล อเดบายอร์, โจลีออน เลสค็อตต์ รวมไปถึง โคโล่ ตูเร่ เข้ามาทำให้ทุกคนเริ่มจับตาว่า ทีมที่กำลังผสมผสานกับของที่ซื้อมาก่อนจะลงตัวหรือไม่

จะทันใจเจ้าของหรือเปล่า
           
ที่สุดแล้วก็ไม่ทันใจเมื่อเขาโดนไล่ออกแบบไม่น่าเชื่อ ทั้งที่ออกสตาร์ตได้ดีมาก และพาทีมเข้าถึงรอบตัดเชือกคาร์ลิ่งคัพ หนแรกตั้งแต่ปี 1981            

ฮิวจ์ส หายไปครึ่งปีและกลับมาอีกครั้งด้วยการคุม ฟูแล่ม แต่อยู่ได้แค่ 11 เดือนก็ขอลาออก แบบเหลือเชื่อทั้งที่พาทีมจบอันดับที่ 8 และได้สิทธิไปเล่นยูโรป้า ลีก ด้วยซ้ำ 

การกลับเข้ามากุมบังเหียน “ทหารเสือราชินี” ในครั้งนี้แทนที่ของ นีล วอร์น็อค ถือเป็นความท้าทายที่น่าสนใจ เพราะนับตั้งแต่สู่ยุคมิลเลนเนียม มีการปลดกุนซือไปแล้วถึง 11 คนด้วยกัน            

ไม่ต้องคิดมาก ขนาด วอร์น็อค ที่พาทีมขึ้นชั้นหนแรกในรอบ 15 ปียังไม่รอดสันดอน

ประเด็นตอนนี้ก็คือ เป้าหมายสำคัญลำดับแรกของ ฮิวจ์ส คือการอยู่รอดใน พรีเมียร์ลีก ให้จงได้ หากดูจากศักยภาพผู้เล่นถือว่า น่าจะพอไหว

ที่แน่ๆ ฮิวจ์ส จะต้องกระโดดเข้าสู่ตลาดเพื่อไปหานักเตะในแนวรับดีๆ สักคน รวมไปถึงกองกลางตัวรับที่ต้องแกร่งและหนักกว่านี้เข้ามาเสริม

โอกาสอยู่รอดเปิดกว้างมากทีเดียว เพราะนักเตะที่มีอยู่ถือว่าไม่ได้แย่อะไร ดีกว่าหลายๆ ทีมด้วยซ้ำไป
           
งานนี้ด้วยมือของ ฮิวจ์ส น่าจะเอาตัวรอดได้ ต้องไม่ลืมนะครับว่า “สปาร์กี้” คนนี้คือเด็กเก่าท่านเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ดูแล้วมีฝีมือที่สุดในการทำทีม

ที่เหลือไม่ต้องพูดถึง            

ตัวอย่างดูเอาง่าย ๆ ไบรอัน ร็อบสัน นั่นแล... ขนาดอาเซียน คัพ ยังเอาตัวไม่รอดเลย            

ฮ่วย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เรื่องโดย " บี แหลมสิงห์ "

คอลัมน์ may i come in please นสพ.กีฬารายวันฮอตสกอร์

ติดตามข่าวกีฬารอบโลกได้ที่นี่ http://sport.sanook.com/

เรื่องล่าสุดของหมวด พรีเมียร์ลีก

ดูหมวด พรีเมียร์ลีก ทั้งหมด