10 ช่วงเวลาเด่นพอล สโคลส์

10 ช่วงเวลาเด่นพอล สโคลส์

หลังประกาศอำลาชีวิตการค้าแข้งไปอย่างยิ่งใหญ่เมื่อจบฤดูกาลที่แล้ว พอล สโคลส์ ยอดมิดฟิลด์ร่างเล็กในวัย 37 ปีก็สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการรีเทิร์นกลับมาช่วยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแก้ปัญหาการขาดแคลนนักเตะเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่เล่นงานในฤดูกาลนี้ ด้วยการมีชื่อเป็นตัวสำรองในเกมเอฟเอคัพรอบ 3 กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้เมื่อวันเสาร์

และได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองในเกมนี้ด้วย หลังห่างหายจากการเล่นฟุตบอลไปนานหลายเดือน และผันตัวไปรับบทบาทเป็นสตาฟฟ์โค้ชให้กับปิศาจแดงแทน

ตลอดระยะเวลา 17 ปีของสโคลส์กับแมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งกำลังจะเริ่มบทที่สองอีกครั้ง ดาวเตะผู้เคยได้รับฉายาว่าเปเล่ผมแดงจากฝีเท้าที่โดดเด่นในฐานะยอดนักเตะระดับโลกของเขา เคยมีบทบาทสำคัญและสร้างผลงานไว้มากมายในช่วงเวลาที่ค้าแข้งอยู่ในโอลด์ แทรฟฟอร์ด และนี่คือ 10 เหตุการณ์เด่นๆ ของเขา

1. เดบิวต์ในฝัน

เจ้าหนูสโคลซี่เป็นหนึ่งใน 9 นักเตะดาวรุ่งที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันส่งลงสนามเป็นตัวจริงในเกมลีกคัพกับปอร์ทเวลเมื่อ 21 กันยายน 1994 ซึ่งหนุ่มน้อยวัย 19 ปีก็ฉลองการลงเล่นนัดแรกในทีมชุดใหญ่ของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการเหมาสองประตูในชัยชนะ 2-1 “มันคือฝันที่กลายเป็นจริง การได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ก็ยอดเยี่ยมพออยู่แล้ว การยิงประตูได้อีกสองลูกยิ่งวิเศษเข้าไปใหญ่” เขาให้สัมภาษณ์หลังจบเกม

2. เดบิวต์ในลีก...เกือบในฝัน

สามวันหลังเปิดซิงในทีมชุดใหญ่ สโคลส์ก็ได้ลงเล่นร่วมกับนักเตะซีเนียร์ในทีม ในเกมพรีเมียร์ลีกกับอิปสวิช ทาวน์ที่ปอร์ทแมน โร้ด ซึ่งแมนฯ ยูไนเต็ดแพ้ไป 2-3 แต่เจ้าหนุ่มหัวแดงก็ทำอีกหนึ่งประตูในเกมนี้ เป็นการตอกย้ำว่าดาวดวงใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว

3. ดับเบิลอิตาเลียนจ๊อบ

สโคลส์กลายเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ยิงประตูทั้งอินเตอร์ มิลานและเอซี มิลานที่ซาน ซีโร่ได้ในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก หลังจากเขาทำประตูได้ในชัยชนะ 3-2 เหนือปิศาจแดงดำชุดที่มีเดวิด เบ็คแฮม อดีตเพื่อนร่วมทีมปิศาจแดง อยู่ในทีมด้วยเมื่อสองฤดูกาลก่อน ส่วนประตูที่เป็นที่จดจำยิ่งกว่าคือลูกยิงตีเสมองูใหญ่ในนาทีที่ 88 ของเกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อปี 1999 ที่ช่วยให้ผีแดงก้าวไปสู่การเป็นทริปเปิลแชมป์ได้ในภายหลัง

4. เสียสละเพื่อทีม

หลังจากพิชิตอินเตอร์ได้ในรอบก่อนรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกปี 1999 แมนฯ ยูไนเต็ดก็ต้องโคจรไปพบกับยูเวนตุสในรอบตัดเชือก ซึ่งสโคลส์และรอย คีน คู่หูในแดนกลางของเขา โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในเกมที่สองที่ผีแดงตามหลังม้าลายอยู่ถึง 2 ประตูตั้งแต่ต้นเกม แต่ก็แซงกลับมาชนะได้ 3-2 แต่เช่นเดียวกับคีน เมื่อสโคลส์รับใบเหลืองไปในเกมนี้ด้วย และเป็นใบเหลืองที่ทำให้ทั้งคู่หมดสิทธิ์มีส่วนร่วมในนัดชิงชนะเลิศครั้งประวัติศาสตร์ของทีม

5.ทำประตูในนัดชิงฯ เอฟเอคัพ

ปี 1999 ดูเหมือนจะเป็นปีที่ฝีเท้าของสโคลส์ถูกหมักบ่มจนได้ที่ และเขาก็ชดเชยการพลาดโอกาสลงเตะในนัดชิงฯ แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยการทำประตูปิดท้ายให้แมนฯ ยูไนเต็ดพิชิตนิวคาสเซิล 2-0 ในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพแทน “ผมคิดว่ามันไม่ใช่เกมที่น่าตื่นเต้นอะไรนัก เราเพิ่งได้แชมป์ลีกก่อนหน้านี้อาทิตย์เดียวและมันก็เป็นเกมสำคัญมาก นี่คือถ้วยที่สองของการทำทริปเปิลแชมป์ และเราก็ทำสำเร็จได้อย่างไม่ยากเย็นเลย”

6. เทพเจ้ากรีก

แมนฯ ยูไนเต็ดเหงื่อตกกีบในการประเดิมนามนัดแรกในแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาล 2000-01 เมื่อถูกพานาธิไนกอสบุกมายันเสมอ 1-1 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดในช่วง 80 นาทีแรก ก่อนที่สโคลส์จะทำสองประตูในช่วงท้ายเกมให้ผีแดงเข้าวินไปในที่สุด ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมและประตูที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งของเขา

7. แฮตทริกฮีโร่

สโคลส์เป็นตัวแสบของนิวคาสเซิลอีกครั้งในเดือนเมษายน 2003 ด้วยการทำแฮตทริกที่สวยสดงดงามเหนือทีมสาลิกาดง จากลูกวอลเลย์ที่เป็นเครื่องหมายการค้าของเขา, ลูกตะบันไกลเสียบสามเหลี่ยม และการจบสกอร์อย่างใจเย็นด้วยเท้าซ้าย

8. ซัลโวเรือใบ

ในฐานะนักเตะท้องถิ่นที่เกิดในซัลฟอร์ด ไม่มีอะไรที่สโคลส์จะรักมากไปกว่าการทำประตูแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ถึง 4 ลูกในฤดูกาล 2003-04 โดยสองลูกแรกเขายิงได้ในชัยชนะ 3-1 ในเกมพรีเมียร์ลีกที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ให้ผีแดงได้เป็นฝ่ายคุยข่มเรือใบสีฟ้าก่อนในซีซั่นนั้น ก่อนจะทำอีกหนึ่งประตูในการพบกันในเอฟเอคัพที่ผีแดงชนะไปอีก 4-2 และแม้ว่าเรือใบจะล้างตาได้ด้วยการชนะ 4-1 ในเกมลีกนัดที่สองที่พบกัน แต่สโคลส์ก็เป็นคนทำประตูปลอบใจให้ผีแดงได้ในเกมนั้น

9. ดับฝันปืนใหญ่

อาร์เซนอลสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการไม่แพ้ใครในลีกเลยตลอดฤดูกาล 2003-04 แต่สโคลส์ก็เป็นผู้ดับความหวังในการลุ้นดับเบิลแชมป์ของปืนใหญ่ ด้วยการทำประตูชัยให้แมนฯ ยูไนเต็ดชนะไป 1-0 ในเอฟเอคัพรอบตัดเชือกที่วิลล่า ปาร์ค “ผมก็แค่ตะบันให้แรงที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้” สโคลส์พูดถึงประตูนั้น ซึ่งส่งผลให้ผีแดงก้าวสู่ตำแหน่งแชมป์ในภายหลัง

10. โชคดีในครั้งที่สอง

หลังจากพลาดการลงเตะในนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกปี 1999 สโคลส์ก็มุ่งมั่นที่จะลงเตะในนัดชิงฯ ถ้วยใบใหญ่ของยุโรปให้ได้ซักครั้งในชีวิต และเขาก็ทำสำเร็จในปี 2008 หลังจากแมนฯ ยูไนเต็ดบุกไปยันเสมอบาร์เซโลน่า 0-0 ในรอบตัดเชือกนัดแรกที่คัมป์นู ประตูเดียวในเกมที่สองที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดก็มาจากลูกยิงไกลสุดสวยของสโคลส์ ซึ่งพาผีแดงเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศที่มอสโกได้สำเร็จ

เรื่องโดย "เบบี้ แบร์"

คอลัมน์ ฟุตบอลผู้ดี นสพ.กีฬารายวันฮอตสกอร์

<< พอล สโคลส์ 150 ประตู 199-4-2011 >>

ติดตามข่าวกีฬารอบโลกได้ที่นี่ http://sport.sanook.com/

เรื่องล่าสุดของหมวด พรีเมียร์ลีก

ดูหมวด พรีเมียร์ลีก ทั้งหมด