"จอห์น เทอร์รี่" กับ 5 สุดยอดความทรงจำในชุด "สิงห์บลูส์"

"จอห์น เทอร์รี่" กับ 5 สุดยอดความทรงจำในชุด "สิงห์บลูส์"

"จอห์น เทอร์รี่" กับ 5 สุดยอดความทรงจำในชุด "สิงห์บลูส์"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทุกการเดินทางย่อมมีจุดสิ้นสุด หลังค้าแข้งกับทีมมาเกือบ 2 ทศวรรษแล้ว "จอห์น เทอร์รี่" ก็แถลงลา เชลซี อย่างเป็นทางการ

จากวันที่เป็นแค่นักเตะเยาวชนพร้อมกับพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้เป็นสมัยแรก "เจที" นั้นมีความทรงจำที่ดีร่วมกับทีมมากมาย แต่อะไรล่ะที่คือที่สุดแห่งความทรงจำของยอดกัปตันรายนี้!?

วันนี้เพื่อเป็นการสดุดี เทอร์รี่ ที่จะจากทีมไป เราจะพาทุกท่านไปพบกับ 5 ความทรงจำของยอดกัปตันทีมรายนี้กันครับ

แชมป์ลีกหนแรก (2004/05)

 9c944f247da39617e3a4240973d

นี่น่าจะเป็นความทรงจำที่ "เจที" ไม่มีวันลืมเลือน..

หลังจากที่มี มาร์กแซล เดอไซญี่ และ ฟร้องค์ เลอเบิฟ ยืนคู่สร้างความแข็งแกร่งให้เกมรับ "สิงห์บลูส์" มาเนิ่นนาน แต่จนแล้วจนรอดพวกเขาก็ไม่เคยที่จะสมหวังกับการคว้าแชมป์ลีกได้เสียที พร้อมกับเป็นแค่ทีมระดับกลางตาราง

แต่แล้วการมาของ โรมัน อับราโมวิช ผู้ที่ถือเป็นมหาเศรษฐียุคบุกเบิกฟุตบอลสมัยใหม่ก็ทำให้ทุกอย่างนั้น "เปลี่ยนไป"

ด้วยเม็ดเงินที่เข้ามา ทำให้ เชลซี เสริมทัพกว้านซื้อสตาร์ต่างชาติเป็นว่าเล่น แต่ในความที่มีดาวดังคับคั่ง เชลซี ยุค โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ยังไม่ลืมที่จะใช้นโยบายมีแข้งท้องถิ่นเป็นแกนหลัก

และแน่นอน จอห์น เทอร์รี่ คือหนึ่งในโปรเจคท์นี้ด้วย

ยอดปราการหลังนั้นก้าวขึ้นมาเป็นกัปตันทีมให้สโมสรและถือเป็นคนแรกในรอบ 50 ปีที่พา "สิงโตน้ำเงินคราม" คว้าแชมป์ลีกสำเร็จ เทอร์รี่ และคู่หูอย่าง ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ ยังสร้างปรากฏการณ์ด้วยการทำสถิติเกมรับที่ดีที่สุดในลีก, คลีนชีตมากสุดในลีก และทำแต้มมากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก

เห็นแบบนี้และใครเล่าจะกล้าลืม "ความยิ่งใหญ่" ได้ลง!

นักเตะยอดเยี่ยมหนแรก (เมษายน 2005)

 untitled-1

ในปีเดียวกันกับที่พาทีมคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกรอบ 50 ปี อีกหนึ่งสิ่งที่ เทอร์รี่ ไม่น่ามีวันลืมก็คือรางวัล "นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี"

ในยุคที่อุดมไปด้วยยอดดาวยิงอย่าง เธียร์รี่ อองรี, รุด ฟาน นิสเตลรอย ในยุคที่มีโคตรมิดฟิลด์ดังเช่น ปาทริค วิเอร่า, ไรอัน กิ๊กส์ และ รอย คีน ช่างเป็นเรื่องยากครับที่ปราการหลังที่มักถูกมองว่าตัวปิดทองหลังพระและลูกเมียน้อยจะมีโอกาสได้คว้ารางวัลส่วนตัวแบบใครเขา

แต่แล้วหลังทำสถิติเสียประตูน้อยสุดในลีกพร้อมกับรักษาคลีนชีตมากที่สุด สุดท้ายแล้ว เทอร์รี่ ก็ได้รับรางวัลแห่งการตอบแทนด้วยคว้าตำแหน่ง "นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี" ได้สมใจ

"เจที" เบียดเอาชนะได้ทั้ง อองรี และ ฟาน นิสเตลรอย พร้อมกับกลายเป็นปราการหลังคนที่ 5 ในประวัติศาสตร์ที่ทำสำเร็จ สำหรับเหล่ายอดดาวยิงทั้งหลายนี่คงเป็นเรื่องปกติ แต่กับบรรดาเซนเตอร์ฮาล์ฟแล้ว ช่างถือเป็นความภาคภูมิใจที่โคตรวิเศษ

"มันเป็นความภาคภูมิใจของผมจริงๆ ในฐานะตำแหน่งกองหลัง ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีโอกาสได้คว้ารางวัลนี้ มันจะอยู่ในความทรงจำของผมไปอีกนาน"

คลาสสิกแค่ไหนก็ลองดูเอาแล้วกัน เพราะนับตั้งแต่นั้นมา 11 ปีผ่านไปยังไม่เคยมีปราการหลังคนใดที่คว้ารางวัลนี้ได้อีกเลย

หรือบางที เทอร์รี่ อาจเป็นคนสุดท้ายแล้วในยุคที่ผู้คนให้ค่ากับยอดดาวยิงมากกว่าเช่นนี้!

เอฟเอ คัพ สมัยที่ 5 (พฤษภาคม 2012)

 143910055

ขึ้นชื่อว่ายอดดาวดัง ในบางครั้งพวกเขาอาจคว้าแชมป์จนเป็นอาจิน แต่การจะคว้าบางอย่างซัก 5 สมัยตลอดอาชีพค้าแข้งนั้นย่อมไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ

ซึ่งก็แน่นอนว่า จอห์น เทอร์รี่ ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ "พิชิตฝัน" นี้ได้สำเร็จ

ในฤดูกาล 2011-12 เชลซี ต้องพบการเปลี่ยนแปลงต่างๆมากมายหลัง อังเดร บิยาส-โบอาส ทำผลงานได้น่าผิดหวังจนโดนปลดออกไป เชลซี นั้นก็กระเด็นเส้นทางจากลุ้นแชมป์ลีกไปตั้งแต่เนิ่นๆ และส่อแววจะกลายเป็นซีซั่นที่ผิดหวังที่สุดในรอบ 6 ปี

แต่แล้วบทสรุปสุดท้ายเส้นทางของพวกเขาก็จบลงอย่าง "สวยงาม"

หลัง โรแบร์โต้ ดิ มัตติโอ ถูกตั้งมาขัดตาทัพ ฟอร์มของ "เจที" ก็กลับเข้าฝั่งอีกครั้ง พร้อมกับกลายเป็นคนเดิมกับที่เรารู้จักก่อนที่นัดชิงชนะเลิศปี 2012 ที่เวมบลีย์ พวกเขาจะคว่ำ ลิเวอร์พูล ได้สำเร็จ 2-1

นี่คือแชมป์เอฟเอ คัพ สมัยที่ 5 ของ เทอร์รี่ และแน่นอนถึงจะคว้าแชมป์ได้บ่อยๆ แต่ เทอร์รี่ ก็ยอมรับหลังแมตช์ว่า ตนเองไม่อาจหาความฝันอะไรที่มันดีกว่านี้ได้อีกแล้ว

และแชมป์นี้นี่เองคือแรงผลักดันบางอย่างที่ทำให้พวกเขาคว้าแชมป์ "บางอย่าง" ในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา!

ชปล. นี้ที่รอคอย (พฤษภาคม 2012)

 144814321

ต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว ถ้าการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ สมัยที่ 5 คือหนึ่งในความทรงจำที่ดีที่สุดของ เทอร์รี่ การพาทีมคว้าแชมป์ชปล. ได้หลังจากนั้น ก็คงเป็นอะไรที่ยิ่งกว่านั้นอีกหนึ่งเท่าตัว

หลังจากที่อุตส่าห์ทะลุเข้าชิงเมื่อปี 2008 ท้ายที่สุดแล้วยอดกัปตันตัวเก๋าต้องมีอันต้องฝันค้าง หลังจากที่พ่ายให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงดวลจุดโทษ แต่ความทรงจำของเจ้าตัวมีอันต้องหลอกหลอนกว่าเก่า

เพราะ เทอร์รี่ นี่แหละคือผู้ที่สังหารจุดโทษพลาดในเกมนั้น และทำให้ทีมแพ้ "ปีศาจแดง"

กาลเวลาผ่านไป 4 ปีให้หลัง "สิงห์บลูส์" ได้เข้าชิงอีกครั้ง หนนี้พวกเขาทำสำเร็จด้วยการพลิกคว่ำ บาเยิร์น มิวนิค แบบปาฏิหาริย์พร้อมกับคว้าแชมป์ชปล. ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

แม้จะน่าเสียดายที่เกมนี้ "เจที" ไม่ได้ลงเนื่องจากติดโทษแบน แต่หลังแมตช์รวมถึงในการให้สัมภาษณ์เมื่อ 3 ปีก่อน เทอร์รี่ ก็ยอมรับว่านี่คือหนึ่งในความทรงจำที่ตนเองจะไม่มีวันลืม

ความฝันสูงสุดของนักฟุตบอลอาชีพก็คือการคว้าแชมป์..

และถ้วยบิ๊กเอียร์นั้นคงเป็น "ที่สุด" ในชีวิตแล้ว

คัมแบ็กปาฏิหาริย์ (2014/15)

 promo278540584

ในช่วงอายุที่โรยรา คงไม่มีซีซั่นใดที่ทำ เทอร์รี่ ลุ้นระทึกได้เท่าปีนี้อีกแล้ว..

หลังจากที่ถูก ราฟาเอล เบนิเตซ ที่เข้ามาคุมทีมนั้นจัดการดร็อป และไม่ใช่ตัวหลักของทีมอีกต่อไป อนาคตของ เทอร์รี่ กับถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ก็มีทีท่าว่าจะจบลง

แต่แล้วหลังจากที่ โชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามาคุมอีกครั้ง เปรียบดั่งกุนซือคู่บุญ แล้วในปี 2014/15 นี้น่าจะเป็นปีที่ เทอร์รี่ กลับมาเกิดในวงการลูกหนัง

บนวัย 34 ปี "เจที" คัมแบ็กกลับมาเป็นตัวหลักให้ทีมอีกครั้ง พร้อมแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด ทำไมเจ้าตัวถึงยังคงเด่นสง่าเป็นกัปตันทีมอยู่ตรงนี้ เทอร์รี่ลงเล่นทุกนัดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนั้นพร้อมกับพาทีมคว้าแชมป์ได้สำเร็จรวมถึงติดทีมยอดเยี่ยมประจำปีด้วย

ถึงในซีซั่นนี้ ที่จะเป็นปีสุดท้ายกับสโมสร เชลซี นั้นมีแววที่จะคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้ง..

แต่คงไม่มีปีไหนนับตั้งแต่ปี 2005 ที่ เทอร์รี่ จะมีบทบาทสำคัญเท่าปีนี้อีกแล้ว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล