เลิกคิดเยอะแล้วยิงเข้าไปเถอะ

เลิกคิดเยอะแล้วยิงเข้าไปเถอะ

อาร์เซนอลจัดปาร์ตี้ฉลองคริสต์มาสล่วงหน้ากันไปแล้วเมื่ออาทิตย์ก่อน และนักเตะก็ได้สนุกกันอย่างสุดเหวี่ยง โดยเฉพาะการร้องคาราโอเกะรับน้องใหม่ตามธรรมเนียม

แต่ถึงแม้จะปาร์ตี้กันเต็มที่แค่ไหน อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมปืนใหญ่ ก็วางใจได้ว่าจะไม่มีการออกนอกลู่นอกทาง เพราะมีโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ กัปตันทีมคนใหม่ในฤดูกาลนี้ คอยดูแลอยู่เป็นอย่างดี

มันไม่ใช่แค่เพราะดาวยิงรายนี้ไม่ดื่มเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะเขาคือคนที่ก้าวขึ้นมาเป็นหัวใจหลักของทีมคนใหม่ โดยช่วยสร้างสปิริตขึ้นมาใหม่ หลังการอำลาไปของสองสตาร์อย่างเชส ฟาเบรกาสและซาเมียร์ นาสรี่ ด้วยการเป็นคนคอยดูแลเพื่อนร่วมทีมทั้งในและนอกสนาม

อาร์เซนอลถีบตัวขึ้นมาจากทีมที่แพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยับเยิน 2-8 และพ่ายแบล็คเบิร์น 3-4 มาเก็บได้ถึง 22 จาก 24 คะแนนเต็มใน 2 เดือนหลัง และชัยชนะเหนือแมนเชสเตอร์ ซิตี้จะทำให้ปืนใหญ่ได้กลับสู่เส้นทางการลุ้นแชมป์อีกครั้ง เพราะจะมีคะแนนตามหลังจ่าฝูงเพียง 6 แต้ม ซึ่งเป็นสิ่งที่แม้แต่ เวนเกอร์เองก็คงไม่กล้านึกถึงในช่วงที่ทีมฟอร์มย่ำแย่

ชัดเจนว่าฟาน เพอร์ซี่มีส่วนสำคัญในการทำให้อาร์เซนอลฟื้นคืนชีพกลับมาได้ และถ้าหากการโหวตเลือกนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีจะทำกันตั้งแต่ตอนนี้เลย อาจจะมีเพียงดาวิด ซิลบา มิดฟิลด์ตัวเก่งของเรือใบสีฟ้าเท่านั้น ที่จะเป็นคู่แข่งแย่งตำแหน่งกับเขาได้

ในปี 2011 ฟาน เพอร์ซี่ ซัลโวไปแล้ว 33 ลูกในพรีเมียร์ลีก และเขาต้อการอีกแค่ 4 ประตูในโปรแกรมช่วงคริสต์มาสนี้ เพื่อจะทุบสถิติเดิมของอลัน เชียเรอร์ ในฐานะนักเตะที่ทำประตูได้เยอะที่สุดในรอบปีปฏิทิน

สิ่งที่อาจจะมองเห็นได้ยากกว่าคือบทบาทสำคัญนอกสนามของฟาน เพอร์ซี่นับตั้งแต่ได้สืบทอดปลอกแขนกัปตันทีมต่อจากฟาเบรกาส ภายใต้การนำทีมโดยดาวยิงชาวดัตช์ อาร์เซนอลมีปฏิสัมพันธ์กันดีขึ้นเมื่ออยู่นอกสนาม ซึ่งแหล่งข่าววงในของสโมสรแย้มว่าเป็นผลงานของฟาน เพอร์ซี่และบูคร่า ภรรยาของเขา

เช่นเดียวกับคริสต์มาสปาร์ตี้ มิสเตอร์และมิสซิสฟาน เพอร์ซี่ได้จัดโปรแกรมแข่งกอล์ฟให้กับนักเตะในทีม รวมไปถึงการนัดดินเนอร์ร่วมกันในหมู่นักเตะและภรรยาหรือแฟนสาว แหล่งข่าววงในเจ้าเก่ายังบอกด้วยว่านักเตะมีการสมาคมกันในแบบที่ไม่ได้เห็นมาหลายปีดีดัก

โดยบูคร่าจะรับหน้าที่ดูแลบรรดา Wags ส่วนฟาน เพอร์ซี่ก็จะเป็นหัวขวนดูแลบรรดาเพื่อนนักเตะด้วยกัน

จากการทำแบบนั้น พวกเขาดูเหมือนจะสร้างสปิริตที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นให้กับทีม ครั้งหนึ่งอาร์เซนอลเคยถูกตราหน้าว่าเป็นทีมที่บอบบาง แต่ตอนนี้ปืนใหญ่ดูจะเหมือนจะหาวิธีแก้ไขจุดบกพร่องนั้นได้แล้ว

การได้นักเตะเก๋าๆ มาเสริมทีมถือว่าช่วยได้เยอะ โดยเฉพาะมิเกล อาร์เตต้า ซึ่งมีบทบาทในห้องแต่งตัวสูง รวมถึงแพร์ แมร์เตซัคเคอร์ ซึ่งถึงแม้จะมีปัญหาในการปรับตัวเข้ากับพรีเมียร์ลีกอยู่บ้าง แต่ก็แสดงให้เพื่อนร่วมทีมเห็นแล้วว่าเขาคือมืออาชีพที่แข็งแกร่ง

“แน่นอน การย้ายไปของเชสถือเป็นผลเสีย” ฟาน เพอร์ซี่ยอมรับ “มีนักเตะแค่ 5 คนในโลกที่มีความสามารถในระดับเดียวกับเชส และมันทำให้เกิดช่องโหว่ในทีมของเรา เป็นช่องโหว่ที่ใหญ่มากด้วย”

“แต่สุดท้ายแล้วสโมสรก็ซื้อนักเตะใหม่ๆ เข้ามาแทน และผมดีใจมากที่เราไม่ได้มีแค่ดาวรุ่งฝีเท้าดีเท่านั้น เจ้านายตัดสินใจเลือกนักเตะที่มีประสบการณ์สูงๆ บ้าง และคุณจะเห็นสิ่งนั้นได้จากผลงานของพวกเขา”

คำว่าผลงานที่พูดถึง ฟาน เพอร์ซี่ไม่ได้หมายความถึงแค่ในสนามเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงธรรมเนียมการร้องคาราโอเกะรับน้องใหม่อีกด้วย ซึ่งแมร์เตซัคเคอร์เป็นคนที่ขโมยซีนไปในปาร์ตี้คริสต์มาส จากการโชว์ลูกคอและลีลาในเพลงของรีฮันน่า

“คุณจะเห็นได้ว่านักเตะใหม่ๆ บางคนของเราดูเหมือนจะมีฝีมือระดับโปรเลยทีเดียว” ฟาน เพอร์ซี่บอก “พวกเขากระโดดมานั่งเก้าอี้และโชว์ลีลาทันที มันฮามาก แมร์เตซัคเคอร์ชนะเลิศไปเลย เขาร้องเพลงของรีฮันน่าและก็ร้องได้เยี่ยมซะด้วย นักเตะทุกคนสนุกกันมากในคืนนั้น”

“การเป็นกัปตันทีมถือเป็นกระบวนการพัฒนาตัวเองไปโดยธรรมชาติ คุณจะสังเกตมันได้เวลาอยู่นอกสนาม ผมจัดให้มีการพบปะสังสรรค์กันเรื่อยๆ ตั้งแต่ดินเนอร์ไปจนถึงตีกอล์ฟ”

“ถ้าผมไม่ทำก็ไม่มีใครทำ แต่ผมก็สนุกนะที่ได้ทำแบบนี้ และตอนนี้ผมเริ่มได้โธมัส แฟร์มาเล่นและนักเตะคนอื่นๆ มาช่วยบ้างแล้ว ทุกคนเข้าร่วมจัดกิจกรรมให้กับทีม”

ความทุ่มเทที่ฟาน เพอร์ซี่มีให้กับทีมถือว่ามีส่วนสำคัญที่ทำให้อาร์เซนอลยังมีฮึดขึ้นมาได้ เขาอาจจะเหลือสัญญาอยู่แค่ถึงปี 2013 และยังไม่ได้พูดคุยเรื่องสัญญาใหม่ในตอนนี้ หรืออาจจะยังไม่คิดเรื่องนั้นเมื่อจบฤดูกาลนี้ด้วย แต่เขาก็ไม่ได้แสดงออกอย่างคนที่อยากย้ายเลย

การใช้ชีวิตอยู่ทางตอนเหนือของลอนดอน พร้อมกับลูกๆ สองคน ฟาน เพอร์ซี่ดูจะลงหลักปักฐานอย่างมีความสุขดีแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นข่าวไม่ดีนักสำหรับแมนฯ ซิตี้ ซึ่งพร้อมยื่นมือเข้าไปทันทีหากเขาตัดสินใจย้าย

“ตอนผมย้ายมาที่นี่ใหม่ๆ เราเคยเอาชนะแมนฯ ซิตี้ได้ 6-0” ฟาน เพอร์ซี่เล่าความหลัง ซึ่งน่าจะหมายถึงเกมที่อาร์เซนอลบุไปคว้าชัยะ 5-1 ที่เมน โร้ดเมื่อปี 2003 หรือหนึ่งปีก่อนที่เขาจะย้ายมา

“แต่พรีเมียร์ลีกเปลี่ยนไปเยอะมากนับจากนั้น ผมอ่านเจอว่าแมนฯ ซิตี้ใช้เงินไปแล้ว 500 ล้านปอนด์ ใน 5 ปีที่ผ่านมา ส่วนสเปอร์สก็ใช้ไปแล้ว 400 ล้านปอนด์ อะไรๆ เปลี่ยนแปลงไปมาก แต่มันไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว เรายังยึดมั่นในหลักการของเราในฐานะสโมสร”

บทบาทของฟาน เพอร์ซี่ในสนามสามารถเห็นได้ชัดๆ จากตัวเลข ด้วยจำนวน 46 ประตูใน 50 นัดที่เขาทำให้ทีมได้ในปี 2011 แต่เจ้าตัวยอมรับว่าเขาได้ปรับเปลี่ยนการเล่นของตัวเองไปในช่วงหลังๆ เพราะเมื่อก่อนเคยมีหลายครั้งที่เขาดูเหมือนจะสนุกกับการทำแอสซิสต์มากกว่าทำประตู แต่ไม่ใช่ตอนนี้อีกแล้ว

“คุณสามารถบอกได้จากประตูที่ผมทำว่าบางลูกก็มาจากความตั้งใจล้วนๆ” ฟาน เพอร์ซี่บอก

“คุณสามารถบอกได้จากสีหน้าของผมว่าบอลจะต้องเข้าไปซุกก้นตาข่ายแน่ ผมไม่สนใจแล้วว่าจะด้วยวิธีไหน”

“เมื่อสองสามปีก่อนผมเคยคิดเยอะเกินไปว่าจะยิงแบบไหนดี จะชิพดีมั้ยหรือจะตอกส้นสวยๆ ดี หรือจะจ่ายให้คนอื่นที่ว่างอยู่หน้าประตู ตอนนี้ผมห้าวกว่าเดิม แม้ว่าผมจะยังสนุกกับการทำแอสซิสต์สวยๆ อยู่ก็เถอะ (ปีนี้เขาทำไปแล้ว 10 แอสซิสต์)”

สำหรับเวนเกอร์แล้ว การพัฒนาของฟาน เพอร์ซี่น่าจะทำให้เขาภาคภูมิใจอยู่ไม่น้อย สีหน้าของเขาเปื้อนรอยยิ้มเมื่อนึกถึงเด็กหนุ่มวัย 21 ปีที่ดึงตัวมาจากเฟเยนอร์ด และโดยเฉพาะในเกมกับเซาแธมป์ตันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2005 เมื่อเวนเกอร์ติวเข้มนักเตะในช่วงพักครึ่ง

ตอนนั้นเกมเสมอกันอยู่ 1-1 และเซาแธมป์ตันก็เหลือแค่ 10 คน เวนเกอร์เตือนลูกทีมว่าอย่าเข้าเสียบแย่งบอลแบบโง่ๆ ในครึ่งหลัง และย้ำถึงความสำคัญของการคงตัวผู้เล่นที่มากกว่าเอาไว้ กุนซือชาวฝรั่งเศสบอกว่าทำแบบนั้นซะ แล้วเราจะชนะเกมนี้

แต่แค่ 6 นาทีของครึ่งหลัง ฟาน เพอร์ซี่ก็พุ่งเข้าเสียบแกรม เลอ โซและโดนไล่ออกไป ทำให้อาร์เซนอลทำได้แค่เสมอเท่านั้น

เวนเกอร์เตือนฟาน เพอร์ซี่หลังเกมนั้นว่าเขาจะต้องเปลี่ยนการเล่นของตัวเองซะ ถ้าอยากก้าวไปเป็นนักเตะชั้นนำของอาร์เซนอลได้ และบอกว่าไม่ใช่แค่ในเรื่องวินัยเท่านั้น แต่รวมถึงสไตล์การเล่นทั้งหมดด้วย

ฟาน เพอร์ซี่จำได้ว่าตอนนั้นเขาถึงกับต้องถามตัวเองว่ากุนซือชาวฝรั่งเศส “หมายถึงอะไร” จนต้องไปเที่ยวถามสตาฟฟ์โค้ชของทีมเพื่อขอคำตอบ เพราะเวนเกอร์ชอบตั้งปริศนาให้นักเตะเก็บเอาไปคิดมากกว่าจะสอนตรงๆ และฟาน เพพอร์ซี่บอกว่าเขาค้นพบคำตอบได้ในที่สุดจากการดูตัวอย่างของโรแบร์ ปิแรส

“เขาคือกุญแจสำคัญ” ฟาน เพอร์ซี่ บอก “ในกรอบเขตโทษแล้วผมสามารถทำอะไรก็ได้ แต่ที่กลางสนาม วิธีที่ดีที่สุดคือทำให้ทีมเล่นง่ายไว้”

สิ่งนั้นตรงกับที่เฮงค์ ฟาน สตี อดีตโค้ชของฟาน เพอร์ซี่ในทีมเยาวชนเฟเยนอร์ด ซึ่งปัจจุบันไปเป็นผู้อำนวยการอคาเดมี่ของเซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก จดจำได้เกี่ยวกับเจ้าหนูฟาน เพอร์ซี่ในยุคที่เคยร่วมงานกัน

“โรบินมีพรสวรรค์สูง แต่ในวัยแบบนั้น บางครั้งเขาก็อยากจะโชว์ออฟมากไปหน่อย” ฟาน สตีบอก

“ถ้าเขาพาบอลหลบคู่ต่อสู้ไปได้หนึ่งคน เขาก็อยากจะผ่านไปให้ได้อีกซักสี่ห้าคนหรือทั้งทีมเลย นั่นคือตอนที่คุณมีเรื่องที่ต้องโต้เถียงกับเขา”

“เมื่อเขาเริ่มอายุมากขึ้น เขาก็เข้าใจอะไรได้ดีขึ้น แต่ผมคิดว่าส่วนใหญ่เป็นเพราะเขาได้รับการสอนจากอาร์แซน เวนเกอร์ โรบินเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวตอนเขาย้ายไปอังกฤษ ผมคิดว่าเขาพัฒนาตัวเองขึ้นในฐานะนักฟุตบอล แต่เขาก็หล่อหลอมตัวตนของตัวเองขึ้นมาจากการใช้ชีวิตในอังกฤษด้วย”

ขณะที่เวนเกอร์พูดถึงศิษย์รักที่ยังเหลืออยู่ในทีมคนนี้ว่า “สำหรับผมแล้ว โรบินมีความเป็นผู้นำสูง คุณอาจจะไม่ได้คาดคิดไว้ว่าจะเป็นแบบนั้น และนั่นต้องให้เครดิตเขามาก”

“ถ้าคุณถามผมเมื่อซัก 7-8 ปีก่อน ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครคิดว่าเด็กคนนี้จะเป็นกัปตันทีมอาร์เซนอลได้ ต้องให้เครดิตเขาเต็มๆ เพราะเขาพัฒนาตัวเองขึ้นมาได้อย่างโดดเด่นทั้งในฐานะนักฟุตบอลและในฐานะคนคนหนึ่ง”

เรื่องโดย "เบบี้ แบร์"

คอลัมน์ ฟุตบอลผู้ดี นสพ.กีฬารายวันฮอตสกอร์

เรื่องล่าสุดของหมวด พรีเมียร์ลีก

ดูหมวด พรีเมียร์ลีก ทั้งหมด