บ๊าย..บาย...แมนเชสเตอร์ !!!

บ๊าย..บาย...แมนเชสเตอร์ !!!

ความล้มเหลวเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่ชื่อ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มันต้องเซอร์ไพรส์กันหน่อย บางคนเริ่มมองไปข้างหน้าอีกครั้งว่า เฟอร์กี้จะคิดถึงอนาคตในเส้นทางกุนซืออีกครั้งหรือเปล่า อาจจะมีเรื่องราวของการเตรียมแผนวางมือรอบใหม่ก็ได้
               
ความเสียหายไม่ใช่แค่ตกรอบแบ่งกลุ่มเท่านั้น แต่มันยังหมายถึงอาการบาดเจ็บของเนมานย่า วีดิช อีกด้วย ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าหนักหนาแค่ไหน นอกจากนี้ข่าวไม่ดีของผีแดงก็คือวันที่ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ ได้รับบาดเจ็บต้องพลาดนัดชี้ชะตานี้
               
เห็นผลทันที ผีแดงขาดคนที่เข้าชาร์จบอลที่แน่นอนหน้ากรอบประตู ชิชาริโต้เก่งกาจอยู่แล้ว เกมแบบนี้ต้องมาพลาดไปถือว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง

               

เฟอร์กี้และลูกทีมอาจจะเศร้าโศกเสียใจในวันที่พ่ายให้กับบาร์ซ่า ในมุมมองที่ว่าสู้กันไม่ได้ ทว่านั่นคงไม่เท่ากับการตกรอบแบ่งกลุ่มด้วยน้ำมือของทีมอย่างบาเซิลแน่นอน นอกจากนี้มีตัวบ่งชี้ชัดเจน เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อย่าเพิ่งมองไกลไปถึงการไล่ลดระยะห่างกับบาร์ซ่า ทว่าควรจัดระเบียบภายในทีมให้พร้อมกว่านี้เสียก่อน

เราต้องไม่ปฏิเสธว่าผีแดงเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นค่อนข้างมาก ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทีมที่เปลี่ยนตัวนักเตะหลักทีเดียว 4-5 คน ในอดีตเฟอร์กี้อาจจะไม่มีผลกระทบเรื่องนี้ สามารถผ่านขั้นตอนการเปลี่ยนผลัดจากอีกรุ่นไปสู่อีกรุ่นแบบราบรื่น
              
อย่างไรก็ตาม ความช่ำชองของเฟอร์กี้ก็ใช่ว่าจะผ่านแต่ละรุ่นโดยไม่มีปัญหาแม้ว่าพยายามเต็มที่แล้ว อย่างเช่นกรณีของฟิล โจนส์ ซึ่งตั้งใจเอาเข้ามาเสียบพื้นที่ของริโอ เฟอร์ดินานด์ในเร็วๆนี้ แต่ที่ต้องผลักให้ไปเล่นตรงนั้นตรงนี้ ก็เพื่อให้มีเวลาสะสมประสบการณ์ ทว่าทุกอย่างดันมาถึงจุดจบเสียก่อน ผลสะท้อนให้เห็นความไม่ต่อเนื่องทันที
               
ผีแดงยังคงไม่ลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบหลังจากพวกตัวเดิมๆอย่างฟาน เดอร์ ซาร์,แกรี่ เนวิลล์,พอล สโคลส์ วางมือออกไปในขณะที่ไรอัน กิ๊กส์ ก็อยากเลิกเต็มที

เฟอร์กี้เป็นคนเดียวที่รู้ดีว่าจะรวมกลุ่มกันขึ้นมาใหม่อย่างไร มีความเปลี่ยนแปลงแบบชัดเจนตามมาหรือไม่ แพ้บาร์เซโลน่า ไม่ใช่เรื่องเสียหน้า เพราะทุกคนรับรู้กันดีอยู่แล้วว่า มันมีความห่างและผีแดงเป็นทีมตาม
               
แต่การพ่ายให้กับบาเซิล เป็นเรื่องที่ต้องขบคิดให้มากกว่าที่จะไปคิดถึงบาร์ซ่าเพียงอย่างเดียว การกุมอำนาจแบบเบ็ดเสร็จของเฟอร์กี้มีการท้าทายอีกครั้งหนึ่ง

การโบกมือลาแชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ของผีแดง ไปพร้อมๆกับเพื่อนร่วมเมืองอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่พยายามเต็มที่ในนัดสุดท้ายซึ่งรู้กันดีอยู่แล้วว่ามันค่อนข้างยากกับการลุ้นหลายตลบ
               
ทว่าด้วยฟอร์มของนักเตะหลายคนในทีมเชื่อได้ว่าฤดูกาลหน้ามาสร้างความเหนื่อยใจให้ใครต่อใครได้แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นดาวิด ซิลบา,กุน อาเกโร่,ยาย่า ตูเร่,ซาเมียร์ นาสรี่,โจ ฮาร์ท,แว็งซ็องต์ กอมปานีหรือเจมส์ มิลเนอร์
               
โดยเฉพาะดาวิด ซิลบา เข้าไปนั่งอยู่ในใจแฟนบอลทุกเพศทุกวัยของเรือใบสีฟ้า ความสุดยอดของซิลบาและผองเพื่อนหลายคนที่ร่วมกันเก็บเกี่ยวประสบการณ์การฝ่าวันเวลาที่แสนลำบากก็เพื่อโอกาสที่รออยู่ข้างหน้า แน่นอนว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ประเมินค่ากันไม่ได้เลย
               
แกเร็ธ แบร์รี่ เป็นอีกคนหนึ่งที่เรียกฟอร์มที่สุดยอดของตัวเองกลับมาได้อีกครั้ง ปกติฟอร์มสม่ำเสมออยู่แล้ว เพียงแต่มันยังไม่ถึงมาตรฐานของตัวเองที่สร้างเอาไว้ ในฟุตบอลโลกเสียหายไปเยอะจนต้องกอบกู้กันยาว
               
แบร์รี่จะเป็นเป็นศูนย์รวมของทีมถ้าเรือใบต้องการขึ้นเกมมาจากด้านหลัง นอกจากนี้ยังมีการถอยลงไปยืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็กตัวที่ 3 ในบางจังหวะอีกด้วย
               
แบร์รี่กลายเป็นตัวเชื่องช้าทั้งในจังหวะสปีดและจังหวะการผ่านบอลในฟุตบอลโลกที่ผ่านมา ทว่าวันนี้จังหวะดังกล่าวได้รับการแก้ไขจนเกือบลงตัวอีกครั้งหนึ่ง
               
ในขณะที่โคโล ตูเร่ ซึ่งพูดถึงสเตฟาน ซาวิช คู่แข่งแย่งตำแหน่งในทีมเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า ตัวเองรู้ศักยภาพดีว่าเจ๋งแค่ไหนและไม่มีอะไรที่จะต้องพิสูจน์กับการเล่นในพรีเมียร์ ลีก ถ้าดูเกมที่ซาวิชลงเล่นให้ทีมในนัดเจอคิวพีอาร์ สำหรับผมแล้วไม่มีอะไรให้กังวล
               
สุดท้ายในความเป็นจริงโรแบร์โต้ มันชินี่ เลือกที่จะใช้งานสเตฟาน ซาวิช ถึงแม้ว่าจะเอาไปวิ่งเป็นแบ็กขวาก็ตาม ทว่าโคโล ตูเร่ ยังคงปักตรึงอยู่บาม้านั่งสำรองจนจบเกม
               
แม้ว่าบางจังหวะอาจจะมีปัญหาบ้าง ทว่าโดยรวมแล้วซาวิชเป็นคู่แข่งของโคโล ตูเร่ ได้อย่างสบาย ถ้าโรแบร์โต้ มันชินี่ ช่วยหนุนส่งอีกแรงยิ่งปลอดโปร่งสบายใจ


จากชัยชนะของทีมเรือใบเหนือทีมเสือใต้ ซึ่งนั่นก็ยังไม่เพียงพอต่อการเข้ารอบน็อกเอาต์ และดูเหมือนไม่มีใครพูดถึงทีมเสือใต้กันสักเท่าไหร่
               
ในมุมของยอดทีมจากเยอรมัน ไม่มีอะไรสำคัญเลยในนัดนี้ ปล่อยตัวสำรองลงมาพร้อมหน้าพร้อมตา ทว่าในความเป็นจริงบาเยิร์นเข้ารอบไปก่อนแล้ว และในความเป็นจริงอีกเช่นกันถ้าเสือใต้มาแบบชุดใหญ่ทั้งหมดเกมจะออกมาแบบไหน ผลเป็นอย่างไร นั่นน่าคิดไม่น้อย
               
แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ต้องคิดกันให้มากความนั่นก็คือ บาเยิร์น มิวนิค ยังคงเป็นทีมทุกคนต้องเกรงอกเกรงใจไม่อยากเจอด้วย แม้แต่บาร์ซ่าก็เชื่อว่าถ้าให้เลือกคงไม่จิ้มมาที่บาเยิร์น มิวนิคแน่นอน
               
คิดดูก็แล้วกันว่าถ้าลูกทีมของจุ๊ปป์ ไฮย์เกส ออกสตาร์ตด้วยฟรองค์ ริเบรี่ มีมานูเอล นอยเออร์เฝ้าเสา ฟิลิปป์ ลาห์ม พร้อมบู๊ ยังตามมาด้วยโธมัส มุลเลอร์,มาริโอ โกเมซ แถมยังมีพี่เหม่งอย่างอาร์เยน ร็อบเบน มีบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์และโทนี่ โครส ทีมไหนก็เหนื่อยใจกันทั้งนั้น
               
เกมสุดท้ายพ่ายให้กับเรือใบอาจจะทำให้เสือใต้ดูเงียบเหงาไปบ้าง ทว่านั่นคือของปลอมที่ว่ากันไปตามหน้าเสื่อตามโปรแกรม ของจริงมาถึงใครก็ต้องอึ้งอยู่ดี
               
ในขณะที่ 2 ทีมจากแมนเชสเตอร์ เล็กๆ ใช่ ใหญ่ๆ ร่วง ต้องเล่นในยูโรป้าแทนที่แชมเปี้ยนส์ ลีก ตัวสำรองคงได้โอกาสกันถ้วนหน้า ทว่าอย่างไรก็ตามความน่าสนใจในถ้วยยูโรป้ามีมากขึ้นมาทันที เพราะก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ

ส่วนที่เหลือคืองานใหญ่ต้องตามล้างตามผลาญกันในพรีเมียร์ ลีก แบบเต็มๆ แย่งกันเองสนุกดี

เรื่องโดย "ดามัน"

คอลัมน์ ทดเจ็บ 3 นาที นสพ.กีฬารายวันฮอตสกอร์

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!