Premier League Preview by มาร์ค สุรเดช

Premier League Preview by มาร์ค สุรเดช

สุดสัปดาห์นี้เกมพรีเมียร์ลีกยังเตะตามโปรแกรมกันครบ 10 คู่เหมือนเช่นเดิม คู่เอกของวีกนี้หนีไม่พ้นเกมที่สนาม แอนฟิลด์ บ้านของทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่จะรอรับการมาเยือนของทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขณะที่เกมระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดวลกับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ก็น่าสนใจเช่นกัน

เริ่มกันที่เกมระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยก่อนหน้าจะพบกัน ลิเวอร์พูล อยู่อันดับ 6 มี 22 คะแนน มีแต้มตามหลังทีม “เรือใบสีฟ้า” ห่างอยู่ 12 คะแนนจากการลงสนามเท่าๆ กัน

กลางสัปดาห์ ลิเวอร์พูล ไม่ได้มีคิวลงเตะในถ้วยยุโรปแต่อย่างใด ขณะที่ ซิตี้ เล่นเกมนัดรองสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ไปเยือนรังของ นาโปลี โดยพ่ายแพ้มาด้วยสกอร์ 1-2 และทำให้สถานการณ์การเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายของพวกเขายังไม่แน่นอนอีกด้วย โดยจะต้องไปลุ้นกันในนัดสุดท้ายกับ นาโปลี ว่าทีมใดจะตามหลัง “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค เข้ารอบต่อไปได้สำเร็จ

ลิเวอร์พูล ยังมีฟอร์มที่ไม่แน่นอนนักในการเล่นในบ้านของตัวเอง แตกต่างจากฟอร์มนอกบ้านที่พวกเขาชนะมาติดต่อกัน รวมถึงชัยชนะที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อสัปดาห์ก่อน

เกมนี้คาดว่า เคนนี่ ดัลกลิช อาจจะหมุนเวียนทีมลงสนาม มักซี่ โรดริเกวซ ที่โชว์ฟอร์มดีแถมทำประตู เชลซี ได้ด้วย อาจจะมีลุ้นรักษาตำแหน่งตัวจริงของตัวเองเอาไว้ได้ แต่รายของ เคร็ก เบลลามี่ ต้องดูว่า คิง เคนนี่ จะดร็อปเขาแล้วส่ง แอนดี้ คาร์โรลล์ ลงมาแทน หรือเลือกให้โอกาสกับกองหน้าจอมเก๋าทีมชาติเวลส์ต่อไปอีกเกม

ในแดนหลัง เจมี่ คาร์ราเกอร์ อาจจะต้องนั่งดูน้องๆ ลงสนาม เพราะในเวลานี้การจับคู่ระหว่าง ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ กับ มาร์ติน สเคอร์เทล ค่อนข้างลงตัว ความผิดพลาดเริ่มลดน้อยลง และนั่นทำให้ คาร์ร่า ซึ่งมีศักดิ์ศรีเป็นถึงรองกัปตันทีม ยังต้องรอคอยโอกาสของตัวเองไปพลางๆก่อน

ด้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีตัวสำรองชั้นดีหลายคนที่ถูกพักไว้ในเกมยุโรปกลางสัปดาห์ ดังนั้นผู้เล่นอย่าง “เอล กุน” เซร์คิโอ อาเกโร่ หรือ ซามีร์ นาสรี่ น่าจะมีลุ้นกลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง

สถิติที่น่าสนใจก่อนเกมนี้:

-    หนสุดท้ายที่ ลิเวอร์พูล พลาดท่าแพ้ต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเกมลีกนั้นเกิดขึ้นในฤดูกาล 2002/03
-    แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังเป็นทีมเดียวของพรีเมียร์ลีก ที่ยังไม่เคยพบกับความพ่ายแพ้
-    การพบกันเมื่อปีที่แล้วที่ แอนฟิลด์ จบลงด้วยชัยชนะของเจ้าถิ่น 3-0

ความน่าจะเป็นของเกมนี้:ลิเวอร์พูล ได้เปรียบในเรื่องของความสดที่ไม่มีโปรแกรมลงเตะ แต่พวกเขาก็ยังต้องคิด หรือ วางแผนไปถึงเกมไปเยือน เชลซี ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของศึก คาร์ลิ่ง คัพ ที่จะเตะกันคืนวันอังคาร

ด้าน แมนฯ ซิตี้ ยังประมาทไม่ได้เพราะหากพวกเขาแพ้ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บ 3 คะแนนได้สำเร็จ ช่องห่างของทั้งสองทีมจะเหลือเพียงแค่ 2 แต้มเท่านั้น

ลิเวอร์พูล ยังมีปัญหาที่การจบสกอร์ เกมนี้พวกเขาอาจจะครองบอลได้ดีกว่า แต่ ซิตี้ มีความอันตรายจากแผงกองกลาง และ กองหน้า ที่ความาสามารถเฉพาะตัวดีกันทุกคน มีตัวจบสกอร์ที่ดี

น่าจะเป็นการชิงจังหวะ ใครเข้าทำได้ดีกว่าน่าจะเป็นฝ่ายได้เฮ

ผลการแข่งขันที่คาด: ลิเวอร์พูล ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1

ความน่าจะเป็นของเกมคู่อื่นๆ:

สโต๊ค ซิตี้ vs แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส

“ช่างปั้นหม้อ” ต้องการทำผลงานให้ดีขึ้น สัปดาห์ก่อนก็ได้เล่นในบ้านแต่พลาดท่าแพ้ต่อ คิวพีอาร์ คาบ้าน 2-3 แถมใน 4 เกมลีกหลังสุด พวกเขาเสียไปถึง 14 ประตู ทำให้ โทนี่ พูลิส คงเน้นมากขึ้น เกมนี้เจอกับ แบล็คเบิร์น ที่ชนะแค่เกมเดียวจาก 12 เกมหลังสุดในลีก ไม่น่าพลาด

ผลการแข่งขันที่คาด: สโต๊ค ชนะ แบล็คเบิร์น 2-0

โบลตัน วันเดอเรอร์ส vs เอฟเวอร์ตัน

โบลตัน มีเกมรับที่ย่ำแย่มากๆ 6 เกมหลังสุดในลีกในบ้านของพวกเขา “เดอะ ทร็อตเตอร์ส” โดนยิงไปถึง 17 ประตู แต่ เอฟเวอร์ตัน เองก็กำลังเผชิญช่วงเวลาที่ย่ำแย่อยู่ เพราะแพ้ไปถึง 4 จาก 6 เกมหลังสุด 2 ปีหลังสุด โบลตัน เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ได้ตลอด เกมนี้ดูแล้วโอกาสแบ่งแต้มกันมีสูง โดยหากมีผลแพ้ชนะ เอฟเวอร์ตัน ดูดีกว่านิดๆ

ผลการแข่งขันที่คาด: โบลตัน เสมอ เอฟเวอร์ตัน 0-0

เชลซี vs วูล์ฟแฮมป์ตัน

เชลซี กำลังมีผลงานไม่ดี แพ้ถึง 3 จาก 4 เกมหลังสุดในลีกแถมในบ้านตัวเองยังเสียไปถึง 11 ประตูจาก 6 เกมหลังสุดด้วย แต่การเจอกับ วูล์ฟส์ ไม่น่าจะยากเกินเงื้อมมือลูกทีมของ อังเดร วิลลาส โบอาส ที่จะเก็บชัยชนะได้ 2 ฤดูกาลหลังสุดที่เจอกันที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในลีก เชลซี ชนะ 2-0 และ 4-0 ตามลำดับ ปีนี้ดูแล้วก็ไม่น่าจะแตกต่างมากนัก

ผลการแข่งขันที่คาด: เชลซี ชนะ วูล์ฟส์ 3-0

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

สถิติคู่นี้ค่อนข้างข่มกัน ยูไนเต็ด เอาชนะ นิวคาสเซิล ได้ถึง 5 จาก 6 ครั้งหลังสุดที่เจอกันในลีกที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ปีที่แล้ว แมนฯยู ก็ยิงขาดถึง 3-0 แถมเกมนี้ยังได้ตัว เนมานย่า วีดิช กลับมาประจำการแนวรับเหมือนเดิม ดูแล้ว นิวคาสเซิล คงยากจะมาสร้างเรื่องพลิกล็อกขึ้นได้

ผลการแข่งขันที่คาด: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ นิวคาสเซิล 2-0

นอริช ซิตี้ vs คิวพีอาร์

นอริช เป็นทีมที่ไม่เคยเก็บคลีนชีตได้เลยในซีซั่นนี้ เพราะเกมรับของพวกเขายังมีรูรั่วอยู่ เจอกับ คิวพีอาร์ ที่เก็บชัยนอกบ้านได้ในการเจอกับทีมอย่าง เอฟเวอร์ตัน, วูล์ฟส์ และ สโต๊ค ถือว่าไม่ธรรมดาเหมือนกัน ระดับ  และ ศักยภาพทีมไม่ได้ต่างกันมากนัก โอกาสกอดคอแบ่งแต้มเป็นไปได้มากที่สุด

ผลการแข่งขันที่คาด: นอริช เสมอ คิวพีอาร์ 1-1

ซันเดอร์แลนด์ vs วีแกน แอธเลติก

13 เกมลีกผ่านไป “แมวดำ” เพิ่งจะชนะคู่แข่งได้เพียง 2 เกมเท่านั้นทำให้พวกเขาต้องมาอยู่ในโซนอันตราย อย่างไรก็ดีเทียบกับทีมเยือนอย่าง วีแกน แล้ว เจ้าบ้านก็ยังเหนือกว่าเยอะ ปีที่แล้ว ซันเดอร์แลนด์ เอาชนะไป 4-2 และน่าจะย้ำแค้น เดอะ ลาติกส์ ได้อีกคำรบ

ผลการแข่งขันที่คาด: ซันเดอร์แลนด์ ชนะ วีแกน 1-0

เวสต์บรอมวิช vs  สเปอร์ส

สถิติการเจอกับทีมที่อยู่ในท็อป 7 ฤดูกาลนี้ของ เวสต์บรอมวิช ไม่สู้ดีนัก โดยแพ้รวดทั้ง 4 เกมที่เล่นไปแล้ว ขณะที่ สเปอร์ส ยิ่งเล่นยิ่งดีเกมรุกร้อนแรง เกมนี้แม้จะออกมาเยือนแต่เกมโต้กลับของทีมของ แฮร์รี่ เรดแนปป์ อันตรายทุกฝีก้าว

ผลการแข่งขันที่คาด: เวสต์บรอมวิช แพ้ สเปอร์ส 0-1

อาร์เซนอล vs ฟูแล่ม

นี่เป็นเกมลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ โดย อาร์เซนอล อยู่ในฟอร์มที่ร้อนแรงสุดขีด ฟอร์มถล่มประตูของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ น่าเกรงขามมากๆ ล่าสุดก็เพิ่งยิงได้อีกในเกม ยูซีแอล กลางสัปดาห์ เจอกับ ฟูแล่ม ไม่น่าจะยากเกินไปสำหรับที่ลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ จะคว้า 3 แต้มมานอนกอด แม้ว่า ฟูแล่ม จะเล่นเกมเยือน 2 เกมหลังสุดและเก็บไปได้ถึง 4 คะแนนก็ตาม

ผลการแข่งขันที่คาด: อาร์เซนอล ชนะ ฟูแล่ม 3-1

สวอนซี vs แอสตัน วิลล่า

สวอนซี เสียไปเพียง 2 ประตูจากเกมลีกในบ้าน 6 เกมของตัวเองในซีซั่นนี้ ขณะที่ แอสตัน วิลล่า เพิ่งจะแพ้ สเปอร์ส มาในเกมมันเดย์ไนต์ ก็คงต้องการจะทำผลงานให้ดีขึ้น เกมนี้ สวอนซี ต้องเล่นเหมือนกับที่เล่นกับทีมใหญ่ๆ คือเจียมตัว เพราะหากไปซ่าส์เปิดเกมรุกสู้ อาจไปเข้าทางเกมสวนกลับของ วิลล่า แทน

ผลการแข่งขันที่คาด: สวอนซี แพ้ แอสตัน วิลล่า 0-1

เรื่องโดย "มาร์ค สุรเดช"

คอลัมน์ Premier League Preview นสพ.กีฬารายวันฮอตสกอร์