ไทยพ่ายสเปน 1-7ตกรอบฟุตซอลโลก2012

ไทยพ่ายสเปน 1-7ตกรอบฟุตซอลโลก2012
INN News

สนับสนุนเนื้อหา


การแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 7 ซึ่ง ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ รอบน็อคเอาท์ 16 ทีมสุดท้าย ณ อาคารนิมิบุตร ภายในสนามกีฬาแห่งชาติ ทีมฟุตซอลไทย ซึ่งเข้ารอบเป็นอันดับ 3 ที่ดีที่สุด ในลำดับที่ 3 พบกับ "แชมป์เก่า" สเปน ซึ่งเกมนี้ ทีมชาติไทย ได้ กฤษดา วงษ์แก้ว พ้นโทษแบนมาช่วยทีมเริ่มเกม "กระทิงดุ" สเปน เป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่า และพยายามต่อบอลตามช่อง หวังพังประตูขึ้นนำให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่ทีมชาติไทยแพ็คเกมรับได้อย่างเหนียวแน่น สามารถต้านทานไว้ได้จนถึง 10 นาที ก่อนเสียประตูแรกให้กับสเปนไป จากฝีเท้าของ ทาราส  หลังจากนั้นอีก 6 นาที ทาราส คนเดิม ก็มายิงประตูที่ 2 ให้สเปนนำ 2-0 หลังจากนั้น ทีมชาติไทยมีโอกาสได้ทำเกมรุกมีลุ้นพังประตูคืนเช่นกัน แต่ทำไม่สำเร็จ จบครึ่งแรก ไทยตามหลัง 0-2ในครึ่งเวลาหลัง รูเปเกมยังคงเหมือนเดิม สเปน มาได้ประตูหนีเป็น 3-0 จาก เฟอร์นันเดา น.24 และ เฟอร์นันเดา คนเดิมก็มายิงอีกประตู น.27 ทำให้ สเปน หนีไปไกล 4-0 ทำให้ทีมไทยไม่มีทางเลือก ต้องเล่นแบบพาวเวอร์เพลย์ หวังทวงประตูคืน แต่ก็ทำไม่สำเร็จ จ่ายบอลผิดพลาด ทำให้สเปนมาได้ประตูเพิ่มอีก 3 ลูกรวด จาก ไอการ์โด น.29, ออร์ติซ น.33 และ อัลวาโร น.37อย่างไรก็ตาม เกมรุกแบบพาวเวอร์เพลย์ของไทยก็มาได้ผล ได้ประตูตีไข่แตกปลอบใจ จาก กฤษดา วงษ์แก้ว ใน น.39 จบเกม ทีมชาติไทยพ่ายไป 1-7 ตกรอบ 2 ไปอย่างน่าเสียดาย แต่ประทับใจแฟนบอล ที่พยายามสู้กับแชมป์โลก ได้อย่างน่าตื่นเต้น และสูสี ส่วนอีกคู่ ยูเครน ชนะ ญีปุ่น ไป 6-3 สำหรับสเปน เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปรอพบผู้ชนะ ระหว่าง "หมีขาว" รัสเซีย กับ สาธารณรัฐเช็ก ที่จะลงสนามในวันพรุ่งนี้ต่อไป    โดยบรรยากาศหลังเกม บรรดานักเตะได้เดินขอบคุณแฟนบอลทั้งสนาม โดยยังได้ร่วมกันร้องเพลงเพื่อให้กำลังใจ ซึ่งแม้ว่าจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่ว่าบรรยากาศหลังจบเกม แฟนบอลก็รวมพลกันสะบัดธง จุดพลุไฟ และร้องเพลง ซึ่งให้บรรยากาศเต็มไปด้วยมิตรภาพ และความสนุกสนาน ฝอยทองสอยปารากวัย4-1ลิ่ว8ทีมสุดท้ายฟุตซอลโลก การแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 7 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เดินทางมาถึง รอบน็อคเอาท์ 16 ทีมสุดท้าย คู่แรก ที่สนาม อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก เป็นการพบกันระหว่าง ปารากวัย ที่ 2 สายเอ พบกับ โปรตุเกส ทีมอันดับ 2 ของสายซี เริ่มเกม เป็นฝั่งโปรตุเกส ที่อาศัยเทคนิคเฉพาะตัว และความคล่องตัวที่เหนือกว่า เป็นฝ่ายคุมเกม เปิดเกมรุกดดัน ปารากวัย ได้มากกว่า และสามารถพังประตู ออกนำ 1-0 ได้สำเร็จ น.11 จาก ฝีเท้าของ คาร์ดินัล ก่อนที่จะมาได้ประตูที่ 2 หนีเป็น 2-0 ในช่วงนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก จาก เจา มาตอส ในครึ่งเวลาหลัง ปารากวัย ปรับทัพแก้เกมใหม่ เน้นเกมรุกมาขึ้น และสามารถพังประตูตีตื้นเป็น 1-2 ได้สำเร็จ จาก ฮวน ซาลาส ใน 5 นาทีสุดท้าย ทำให้เริ่มมีความหวัง และเดินหน้าเล่นเกมรุกแบบพาวเวอร์บอมบ์ต่อเนื่อง แต่กลายเป็น โปรตุเกส ที่สามารถตัดบอลได้ และโต้กลับเร็ว ทำประตูเพิ่มได้อีก 2 ประตู จาก ริคาร์ดินโญ น.38 และ 39 ช่วยให้ทีมฝอยทอง เอาชนะไป 4-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ได้เป็นทีมแรก ไปรอพบผู้ชนะระหว่าง อิตาลี กับ อียิปต์ ที่จะเตะในวันพรุ่งนี้ต่อไป