วิเคราะห์-วิจารณ์ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

วิเคราะห์-วิจารณ์ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

วิเคราะห์วิจารณ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก คู่มันเดย์ไนท์ เป็นการพบกันระหว่าง "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ พบ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

(11) สโต๊ค – นิวคาสเซิล (4)

คิกออฟ: 03.00 น. สนาม: บริทานเนีย สเตเดี้ยม
ผู้ตัดสิน: ไมค์ ดีน ถ่ายทอดสด: ทรูสปอร์ต 1


 

 

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

สโต๊ค

25 ต.ค. 54    แพ้    ลิเวอร์พูล        1-2 (เหย้า)    ลีกคัพ
23 ต.ค. 54    แพ้    อาร์เซนอล        1-3 (เยือน)    พรีเมียร์ลีก
20 ต.ค. 54    ชนะ    มัคคาบี้ เทล อาวีฟ    3-0 (เหย้า)    ยูโรป้าลีก
15 ต.ค. 54    ชนะ    ฟูแล่ม            2-0 (เหย้า)    พรีเมียร์ลีก
2 ต.ค. 54    แพ้    สวอนซี            0-2 (เยือน)    พรีเมียร์ลีก

นิวคาสเซิล

26 ต.ค. 54    แพ้    แบล็คเบิร์น        3-4 (เยือน)    ลีกคัพ
22 ต.ค. 54    ชนะ    วีแกน            1-0 (เหย้า)    พรีเมียร์ลีก
16 ต.ค. 54    เสมอ    สเปอร์ส        2-2 (เหย้า)    พรีเมียร์ลีก
1 ต.ค. 54    ชนะ    วูล์ฟแฮมป์ตัน        2-1 (เยือน)    พรีเมียร์ลีก
24 ก.ย. 54    ชนะ    แบล็คเบิร์น        3-1 (เหย้า)    พรีเมียร์ลีก

ผลงานการพบกันที่ผ่านมา

19 มี.ค. 54    พรีเมียร์ลีก    สโต๊ค 4 – 0 นิวคาสเซิล
26 ก.ย. 53    พรีเมียร์ลีก    นิวคาสเซิล 1 – 2 สโต๊ค
11 เม.ย. 52    พรีเมียร์ลีก    สโต๊ค 1 – 1 นิวคาสเซิล
6 ธ.ค. 51    พรีเมียร์ลีก    นิวคาสเซิล 2 – 2 สโต๊ค
16 ม.ค. 51    เอฟเอคัพ    นิวคาสเซิล 4 – 1 สโต๊ค
6 ม.ค. 51    เอฟเอคัพ    สโต๊ค 0 – 0 นิวคาสเซิล

ความพร้อม-สภาพทีม

สโต๊ค

เจอร์เมน เพนแนนท์ อดีตปีกลิเวอร์พูล พร้อมลงมาลากเลื้อยทางริมเส้นฝั่งขวาในเกมนี้ได้ หลังหายเจ็บแฮมสตริงกลับมาลงสนามเป็นตัวสำรองได้ในเกมลีกคัพกับทีมเก่าเมื่อกลางสัปดาห์ได้

โจนาธาน วู้ดเกต กองหลังจอมเจ็บ ก็หายเจ็บน่องกลับมาลงสนามได้แบบเต็ม 90 นาทีในเกมเดียวกัน หลังพลาดเกมลีก 2 นัดหลังสุด และไม่ถูกส่งชื่อลงเตะยูโรป้าลีกด้วย ทำให้เกมนี้มีลุ้นจะได้คัมแบ็กกลับมายืนในแนวรับอีกครั้งในการเจอกับอดีตทีมเก่า

แดนนี่ ฮิกกินบ็อตแธม กองหลังอดีตกัปตันทีม ซึ่งพักยาวไปหลายเดือนเพราะเข่าเดี้ยง กลับมาลงเตะในทีมสำรองได้แล้ว แต่ต้องเรียกความฟิตไปอีกระยะก่อนคัมแบ็กสู่ทีมชุดใหญ่ ส่วนริคาร์โด้ ฟูลเลอร์ กองหน้าทีมชาติจาเมกา ก็ยังไม่สมบูรณ์ดีจากปัญหาที่เอ็นร้อยหวายที่ทำให้เขาพักไปนานพอๆ กัน

มามาดี้ ซิดิบี้ กองหน้าทีมชาติมาลี ต้องพักยาวอีกรอบ หลังเจ็บเข่าซ้ำอีกในการลงเตะเกมสำรอง ซึ่งเป็นนัดแรกของเขาในรอบ 14 เดือน หลังพักยาวเพราะเจ็บเอ็นร้อยหวายไปสองรอบ

เกมนี้อัสเมียร์ เบโกวิชจะกลับมาประจำการในตำแหน่งผู้รักษาประตูในเกมพรีเมียร์ลีก ส่วนปีเตอร์ เคราช์น่าจะได้กลับมายืนเป็นหัวหอกอีกครั้ง หลังได้พักไปในเกมกลางสัปดาห์

ผู้เล่นบาดเจ็บ: แดนนี่ ฮิกกินบ็อตแธม, มามาดี้ ซิดิบี้ (เข่า), ริคาร์โด้ ฟูลเลอร์ (เอ็นร้อยหวาย)

ความพร้อม-สภาพทีม

นิวคาสเซิล

สาลิกาดงต้องรอลุ้นสองนักเตะตัวหลักว่าจะฟิตทันเกมนี้หรือไม่ เมื่อชีค ติโอเต้ มิดฟิลด์ตัวตัดเกม มีอาการบาดเจ็บหัวเข่ารบกวนอยู่ ส่วนสตีเว่น เทย์เลอร์ เซ็นเตอร์แบ็กตัวหลัก ดั้งจมูกหักมาจากเกมพรีเมียร์ลีกนัดที่แล้ว

แดนนี่ กัทธรี่ ซึ่งฟิตกลับมาลงสนามได้ในเกมลีกคัพเมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว มีลุ้นจะได้ลงทำหน้าที่ในแดนกลางแทนถ้าติโอเต้ฟิตไม่ทัน ส่วนเทย์เลอร์อาจจะถูกเข็นลงเล่นได้โดยใส่หน้ากากพิเศษป้องกัน

เกมนี้โชล่า อเมโอบี้ยังหมดสิทธิ์ลงสนามเพราะอาการบาดเจ็บที่แฮมสตริง แต่ไม่น่าส่งผลกระทบต่อแนวรุกที่น่าจะใช้งานคู่ของลีออน เบสท์กับเดมบา บาต่อไป

ดาวิเด้ ซานตอน, ซิลแว็ง มาร์กโวซ์ และฮาเต็ม เบน อาร์กฟาที่ได้ลงเล่นในนัดมิดวีก อาจต้องกลับไปนั่งเป็นตัวสำรองตามเดิมในเกมนี้ เพื่อเปิดทางให้นักเตะชุดหลักกลับมาลงสนามตามเดิม หลังโชว์ผลงานได้ดีโดยยังไม่แพ้ใครในฤดูกาลนี้ ก่อนจะมาพ่ายแบล็คเบิร์นในช่วงต่อเวลาของเกมล่าสุด

ผู้เล่นบาดเจ็บ: สตีเว่น เทย์เลอร์ (ดั้งจมูก), โชล่า อเมโอบี้, อลัน สมิธ (แฮมสตริง), ชีค ติโอเต้ (เข่า), ไมค์ วิลเลียม (ข้อเท้า)

วิเคราะห์รูปเกม

นิวคาสเซิลลิ้มรสชาติความพ่ายแพ้เป็นนัดแรกในฤดูกาลไปแล้ว ด้วยการถูกแบล็คเบิร์นเฉือนชัยไปในเกมลีกคัพที่ลุ้นกันสุดมัน ก่อนจะรู้ผลแพ้ชนะในนาทีสุดท้ายของช่วงต่อเวลาพิเศษ ส่วนสโต๊คก็อกหักมาจากรายการเดียวกัน ทำให้แพ้สองเกมติดแล้ว นัดนี้ช่างปั้นหม้อได้เล่น
ในถิ่นบริทานเนีย สเตเดี้ยมอีกครั้ง คงต้องตั้งเป้าหยิบ 3 คะแนนเป็นหลัก แม้เจ้าบ้านจะมีเกมยูโรป้าลีกรออยู่ในช่วงกลางสัปดาห์ แต่ก็น่าจะเน้นเต็มที่ในเกมนี้ สาลิกาดงที่เริ่มสะดุดอาจจะยังไม่หายเป๋ เกมนี้ไม่น่าจะมีของอะไรมาโชว์อีก เกมนี้สโต๊คน่าจะยัดเยียดความปราชัยให้นิวคาสเซิลเป็นนัดแรกในลีกได้

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม:

สโต๊ค (4-4-2): อัสเมียร์ เบโกวิช; มาร์ก วิลสัน, ไรอัน ชอว์ครอสส์, โจนาธาน วู้ดเกต, แอนดี้ วิลกินสัน; เจอร์เมน เพนแนนท์, รอรี่ ดีแล็ป, เกล็นน์ วีแลน, แมทธิว เอเธอริงตัน; โจนาธาน วอลเตอร์ส, ปีเตอร์ เคร้าช์
ผู้จัดการทีม: โทนี่ พูลิส

นิวคาสเซิล (4-4-2): ทิม ครูล; แดนนี่ ซิมป์สัน, สตีเว่น เทย์เลอร์, ฟาบริซิโอ โคลอชชินี่, ไรอัน เทย์เลอร์; กาเบรียล โอแบร์กต็อง, โยฮัน กาบาย, แดนนี่ กัทธรี่, โฮนาส กูเตียร์เรซ; ลีออน เบสท์, เดมบา บา
ผู้จัดการทีม: อลัน พาร์ดิว

ฮอตสกอร์: สโต๊คชนะ 2-1

เกร็ดย่อย

*นิวคาสเซิลไม่ชนะเลยในการพบกับสโต๊ค 4 นัดในพรีเมียร์ลีก เสมอ 2 แพ้ 2)
*สโต๊คแพ้แค่นัดเดียวจากการลงเตะพรีเมียร์ลีก 13 นัดหลังสุดที่บริทานเนีย สเตเดี้ยม (ชนะ 8 เสมอ 4 แพ้ 1)
*สโต๊คเสียไปแค่ 5 ประตูจากการลงเตะพรีเมียร์ลีก 10 นัดหลังสุดที่บริทานเนีย สเตเดี้ยม โดยไม่เสียประตูถึง 5 นัดและไม่เสียประตูเกินนัดละลูกเลย
*นิวคาสเซิลไม่แพ้ใครในการลงเตะพรีเมียร์ลีกนอกบ้าน 5 นัดหลังสุด โดยครั้งสุดท้ายที่สาลิกาดงไม่แพ้นอกบ้าน 6 นัดติดต่อกันในลีกสูงสุดคือเมื่อกุมภาพันธ์ 2004

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!