แดงเดือด...มาเยือน!

แดงเดือด...มาเยือน!

กลับมาละเลงแข้งกันอีกครั้งสำหรับฟุตบอลลีกยุโรป
     
ที่สนใจสุดๆ ก็คือ การดวลแข้งระหว่างหงส์แดงลิเวอร์พูล กับ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันเสาร์นี้ช่วงหัวค่ำ (18.45 น.) ที่แอนฟิลด์
     
โชคดีที่ทั้งสองทีมต่างไม่มีปัญหาผู้เล่นเจ็บมาจากการเล่นให้ทีมชาติ แถมพวกที่บาดเจ็บไปก็พร้อมจะลงเล่นในเกมแห่งศักดิ์ศรีครั้งนี้อีกด้วย
     
โดยเฉพาะสองมิดฟิลด์อย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด กับ ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์
     
คนแรกนั้นเดี้ยงไปนาน และทำท่าจะพร้อมเต็มร้อยในเกมนี้ อย่างที่ทุกคนทราบดีว่า เขาคือทุกสิ่งทุกอย่างของลิเวอร์พูล
       
คนที่สองนั้นเดี้ยงเมื่อเดือนก่อน และทำท่าจะพร้อมเต็มร้อยในเกมนี้เช่นกัน อย่างที่ทุกคนทราบดีว่า เขาคือดาวรุ่งพุ่งแรงที่เล่นได้ดีที่สุดระดับท็อปทรีของแมนฯยูไนเต็ด
      
การได้สองกองกลางคนสำคัญ แต่ต่างยุคต่างสมัยกลับมา หากได้ลงจริงก็คือจะสนุกดีไม่หยอก
      
ความสนุกก็จะแตกต่างกันออกไปจากการเจอกันเมื่อปีที่แล้ว หลังจาก เคนนี่ ดัลกลิช กลับมาคุมทัพหงส์อีกครั้งในรอบ 20 ปี ก็คือการบุกไปโอลด์ แทรฟฟอร์ด ในเกมเอฟเอ คัพ

ก่อนจะพ่ายไปด้วยจุดโทษตั้งแต่นาทีแรก และเหลือ 10 คน เมื่อ เจอร์ราร์ด โดนไล่ออกตั้งแต่ครึ่งแรกยังไม่หมด
 
จากนั้น เกมพรีเมียร์ลีก ที่แอนฟิลด์ หงส์แดง เอาคืนด้วยการชนะ 3-1 ด้วยแฮตทริกของ เดิร์ค เคาท์ แต่ถือเป็นการแจ้งเกิดของ หลุยส์ ซัวเรซ ที่ต้องให้คำว่า “แหกกองหลัง” มากกว่าคำว่า “แหวกกองหลัง” เข้าไปทำทางให้ เคาท์ พังสกอร์แรก
      
แต่ก็เป็นวันสุดท้ายที่แฟนบอลทุกทีมได้เห็น เจอร์ราร์ด ลงเล่นในฐานะตัวจริง เนื่องจากเขาบาดเจ็บและต้องพักยาวเกือบครึ่งปี
      
นาทีนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปจากวันนั้นอย่างชัดเจน
    
ลิเวอร์พูล ปรับทัพใหม่อื้อซ่า และกำลังปรับจูนเข้าหากัน ด้วยการเล่นฟุตบอลในสไตล์ที่สร้างชื่อให้ทีมขึ้นมานั่นคือ “พาส แอนด์ มูฟ” แต่ตอนนี้มันยังไม่ลงตัวซะทีเดียว
     
แถม เจอร์ราร์ด ลงมาอีกคน ทำให้ต้องปรับจังหวะการเล่นกันพอสมควรแน่นอน และจะต้องมาจูนกันในสนามจริงนัดเจอกับผีอีกต่างหาก
      
ตรงนี้ เคนนี่ ดัลกลิช จะกล้าเสี่ยงเลยหรือไม่ น่าสนใจมาก
      
ขณะที่ เซอร์อเล็กซ์ ไม่จำเป็นต้องไปคิดอะไรมาก เมื่อ เคลฟเวอร์ลี่ย์ หายกลับมาแบบนี้ เขาสมควรจะได้เล่นร่วมกับ อันแดร์สัน ที่แม้จะเริ่มมั่วมากขึ้น แต่อย่าลืมว่า “เมก้า เคลฟเวอร์” เล่นได้ดีมากเมื่อเล่นร่วมกับ อันแดร์สัน
      
ริมเส้นเป็น นานี่ และ แอชลี่ย์ ยัง ถือว่าอันตรายสุด ๆ ในสไตล์การเล่นที่สามารถฉีกออกข้าง หรือมุดเข้ากลางได้หมด
      
กองหน้าเมื่อ แดนนี่ เวลเบ็ค กลับมา ทำให้มีทางเลือกเพิ่มขึ้น เวย์น รูนี่ย์ ต้องเป็นหลักให้ ส่วน เวลเบ็ค ต้องไปวัดกับ ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ ชิชาริโต้
       
หาก เซอร์อเล็กซ์ ไม่เลือกที่รักอย่าง ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ หรือว่า ไมเคิล คาร์ริค ลงสนาม แล้วจัดชุดที่เคยลงเล่นแบบจี๊ดจ๊าด เร็ว, แม่นยำ และเด็ดขาดเมื่อช่วง 3-4 นัดแรกของซีซั่น
       
ลิเวอร์พูล เจอปัญหาใหญ่แน่
       
เพราะถ้าหาก ชาร์ลี อดัม ยังเล่นแบบ “กลัว”และ “เกรงใจ”เพื่อนร่วมทีม จนเสียความเป็นธรรมชาติ ยิ่งมี เจอร์ราร์ด มาข่มอีกคนด้วย ยิ่งน่าปวดหัวแทน
     
ยิ่งไปกว่านั้น สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ควรจะได้ปักหลักเล่นด้านซ้าย ไม่ใช่ให้หุบมาเล่นตรงกลาง หรือมาเล่นทางด้านขวา
      
หากกลับสู่ธรรมชาติได้ ลิเวอร์พูล จะดีกว่านี้และแม่นกว่าที่ควรจะเป็น ที่สำคัญจะสู้กับ ยูไนเต็ด ได้อย่างสุดมันส์แน่นอน
      
“แท็กติก” คือสิ่งที่น่าจับตามองที่สุดในเกมนี้ เมื่อทั้งสองทีมเน้นในเรื่องทีมเวิร์กหนักหน่วงกว่าความสามารถเฉพาะตัวในปีนี้
       
เป็นการเพิ่มเสน่ห์ให้น่าสนใจขึ้นไปอีกในเกมที่แอนฟิลด์เสาร์นี้
           
อย่าพลาด...แม้แต่วินาทีเดียว!

เรื่องโดย "บี แหลมสิงห์"

คอลัมน์ may i come in please นสพ.กีฬาฮอตสกอร์

<< รวมภาพฮิต "ศึกแดงเดือด" (คลิกเพื่อชมภาพใหญ่)>>

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!