แบ็กขวา‘อาร์เซนอล’...อีกที!

แบ็กขวา‘อาร์เซนอล’...อีกที!

ยังวนเวียนอยู่กับเรื่องของแผงรับของอาร์เซนอล!

ตั้งแต่ดูฟุตบอลมา แนวรับของ อาร์เซนอล การันตีได้เสมอว่า “แข็งแกร่งแรงเหมือนช้าง” ตัวจริงเสียงจริงและแกร่งสุด ๆ ไปเลย

สุด ๆ จริง ๆ ไม่เห็นกับตาคงจะไม่รู้ แต่ผิดกับปีปัจจุบัน ที่เหมือนกับคำพูดที่ว่า...ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง!

ยุคที่ อาร์แซน เวนเกอร์ เข้ามารับ “เผือกร้อน”ที่ บรู๊ซ ริอ๊อค ทำยับเอาไว้ เมื่อ 15 ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามมรดกตกทอดจาก จอร์จ เกรแฮม ยังคงอยู่

ไม่ทำให้ เวนเกอร์ ต้องคิดอะไรมาก

แผงบิ๊กโฟร์แข็งโป๊กแบบสุด ๆ โดยเฉพาะตำแหน่ง แบ็กขวาที่ยังไงซะใคร ๆ ก็ต้องรู้จัก

ลี ดิ๊กซั่น

หลังจากทำท่าจะหมดยุคทองของ “ไอ้แมงมุม” วิฟ แอนเดอร์สัน แบ็กขวาผิวสีตัวทีมชาติอังกฤษ ที่อยู่กับทีมมาพอสมควร กระทั่ง “บิ๊กจอร์จ” จอร์จ เกรแฮม เข้ามาคุมทัพ ทำให้ ไอ้แมงมุมต้องไปขยุ้มที่อื่น

สถานีต่อไปของ วิฟ แอนเดอร์สัน ก็คือ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เกรแฮม จึงไปดึง ดิ๊กสัน บนวัย 24 ปีมาจาก “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ค ซิตี้ เมื่อปี 1988 ซึ่งถือเป็นการเสี่ยงไม่น้อย เนื่องจาก ดิ๊กสัน ไม่เคยเล่นในระดับลีกสูงสุดมาก่อน

เขาต้องรอโอกาสอยู่เป็นปี เนื่องจากตอนนั้น ไนเจล วินเธอร์เบิร์น เล่นอยู่ในตำแหน่งแบ็กขวา เพราะไม่สามารถจะไปเบียด เคนนี่ แซนซั่ม ลงได้ เนื่องจากขานั้นเป็นถึงตัวทีมชาติอังกฤษ

กระทั่ง แซนซั่ม ย้ายออกไปในปีรุ่งขึ้น วินเธอร์เบิร์น ขยับไปเล่นแบ็กซ้ายข้างถนัด ขณะที่ ดิ๊กสัน เข้ามาเสียบเป็นแบ็กขวา พร้อมกับสวมหมายเลข 2 ตามใจปรารถนา

เขายืนหยัดเล่นให้กับทีมยาวนานจนกระทั่งปี 2002 โดยเฉพาะการลงเล่นในลีกถึง 458 นัดให้กับ อาร์เซนอล

จากนั้นก็เป็น โลแรน หรือ โลร็องต์ เอตาเม่ ที่ขยับจากมิดฟิลด์เข้ามาเล่นเป็นแบ็กขวาได้ดูดีมีชาติตระกูลกว่า โอเล็กซ์ ลุซนี่ย์ ตัวแกร่งแห่งยูเครน

เอตาเม่ อยู่ในชุดสานความแข็งแกร่งในยุคแห่งการไร้พ่าย และปักหลักยืนหยัดมาได้จนถึงปี 2005 เขาเริ่มบาดเจ็บและเสียตำแหน่งให้กับ เอ็มมานูเอล เอบูเอ้ และจัสติน ฮอยท์

เอบูเอ้ ได้เล่นเป็นส่วนใหญ่และก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไรจนกระทั่ง เวนเกอร์ ไปคว้า บาการี่ ซานญ่า มาเติมเต็ม เพื่อจะให้ เอบูเอ้ ขึ้นเกมสูงขึ้นทางด้านขวา

ปรากฏว่า ซานญ่า แจ้งเกิด ส่วน เอบูเอ้ เสียมนุษย์จนตอนนี้ต้องย้ายทีมไปแล้ว เนื่องจาก “ขวาเต็ม”

อย่างไรก็ตาม เมื่อ ซานญ่า เจ็บไป เวนเกอร์ อาจจะคิดถึง เอบูเอ้ ก็ได้ เนื่องจากหากมี เอบูเอ้ ก็น่าจะดีกว่า คาร์ล เจนกินสัน เป็นไหน ๆ

เพียงแต่อย่าไปว่า เจนกินสัน อย่าไปสับไอ้หนูลูกครึ่งพ่ออังกฤษ-แม่ฟินแลนด์ มากนัก เนื่องจากอายุเพียงแค่ 19 ปี

แถมยังลงเล่นระดับอาชีพไปแค่ไม่กี่เกมเท่านั้น เริ่มจาก ชาร์ลตัน 8 นัด และถูกปล่อยยืมตัวไปเล่นระดับล่างกับ อีสบอร์น โบโร่(ทีมอะไรอ่ะ) และ เวลลิ่ง ยูไนเต็ด(อยู่แถวไหนเนี่ย) ไปอีก 14 เกม

อยู่ ๆ มีค่าตัว 1 ล้านปอนด์ มาอยู่กับทีมใหญ่ แถมต้องมาเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก ต่อด้วยเจอกับ ลิเวอร์พูล, แมนฯยูฯ และสเปอร์ส

มันก็เกินใจจะอดทน

คำจำกัดความเรื่องนี้ก็คงจะไม่ต่างกับคำว่า “ใช้งานเร็วไป” นั่นแหละ เพราะเด็กแทบจะยังไม่ได้บ่มเลย

แต่ต้องมารีบเล่น เลยเละเทะกลายเป็น”กล้วยหมกลืม”

อย่างไรก็ตาม เราจะได้เห็น เจนกินสัน บ่อยครั้งอย่างน้อย ๆ ก็ 3 เดือนจากนี้เพื่อรอ ซานญ่า หายเดี้ยงกลับมา ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่า อะไรจะเกิดขึ้นกับ เจนกินสัน ยิ่งไปกว่านั้น ไม่รู้เหมือนกันว่า อะไรจะเกิดขึ้นกับอาร์เซนอล บนรอยรั่วจาก “แบ็กขวา”

ที่แกร่งมากว่า 20 ปี!

เรื่องโดย "บี แหลมสิงห์"

คอลัมน์ may i come in please นสพ.กีฬาฮอตสกอร์

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!