เจอร์ราร์ด : 11 ปีไม่มีตำแหน่งที่แน่นอน

เจอร์ราร์ด : 11 ปีไม่มีตำแหน่งที่แน่นอน

ฟาบิโอ คาเปลโล่ กุนซือทีมชาติอังกฤษ ประกาศรายชื่อนักเตะที่จะทำศึกกับมอนเตเนโกรเรียบร้อยไปแล้ว แน่นอนว่าไม่มีสตีเว่น เจอร์ราร์ด รวมอยู่ด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะกว่าจะฟิตจริงๆและกลับมาสู่ทีมสิงโตคำรามได้อีกครั้งคงต้องเดือนหน้าไปแล้ว

นับเวลาถือว่านานทีเดียวกับเจอร์ราร์ดที่ห่างหายเกมทีมชาติไปหลังจากรับใช้มายาวนานร่วม 11 ปี แต่จะมีกุนซือทีมชาติคนไหนที่สามารถตอบได้ว่าตำแหน่งที่ดีที่สุดของเจอร์ราร์ดอยู่ตรงไหน

เพิ่งจะกลับมาเล่นรวมๆให้กับลิเวอร์พูลไม่กี่นาทีเท่านั้น ซึ่งดูแล้วเหมาะอย่างยิ่งที่จะไม่ติดทีมชาติในตอนนี้ อีกทั้งทางลิเวอร์พูลออกมาตั้งการ์ดรอเอาไว้แล้ว อย่าเรียกสตีวี่จีไปเข้าก๊วนทีมชาติเด็ดขาด

ขนาดสโมสรต้นสังกัดยังไม่เสี่ยงที่จะรีบส่งลงเล่น เพราะเกรงว่าอาการบาดเจ็บจะกลับมาอีกครั้งด้วยความรวดเร็ว

ในความรู้สึกของตัวเองเจอร์ราร์ดยังคงย้ำด้วยเช่นกันว่านาทีนี้ยังเร็วเกินไปที่จะกลับไปรับใช้ทีมชาติ อะไรที่สามารถลดความเสี่ยงได้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตัดออกไป

เพิ่งกลับมาจากอาการบาดเจ็บโคนขาหนีบ ถึงขั้นต้องลงมีดผ่าตัดและพักกันยาวๆแบบนี้ มีโอกาสมากที่จะกลับไปเจ็บอีกครั้งถ้าเร่งที่จะกลับมาเล่นให้เต็มร้อยเหมือนเดิม

อาจจะไม่ใช่การเจ็บซ้ำที่โคนขาหนีบ แต่สภาพกล้ามเนื้อ ความแข็งแกร่งต่างๆมันหย่อนยานไปเพราะไม่ได้เล่นมานาน ทั้งกล้ามเนื้อโคนขา ทั้งแฮมสตริง มีโอกาสเดี้ยงได้ด้วยการเร่งออกตัวเพียงครั้งเดียว

กลับเข้ามาสู่คำถามเดิมตำแหน่งที่ดีที่สุดของเจอร์ราร์ดกับเกมทีมชาติมันอยู่ตรงไหนกันแน่ ที่ผ่านมาเห็นเล่นไปทั่วแล้วแต่การร้องขอของบรรดากุนซือทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นมิดฟิดล์ทางซ้าย,ขวาหรือว่าจะตรงกลาง แบ็กขวาก็เล่นมาแล้ว

ฟาบิโอ คาเปลโล่ กุนซือทีมชาติอังกฤษแอบออกมาบ่นหลังจากแมตช์เจอบัลแกเรียและฟอร์มไม่กระเตื้องในนัดเจอเวลส์ว่า คิดถึงสตีเว่น เจอร์ราร์ด จังเลย

แต่พอมีคำถามตามมาว่าด้วยระบบปัจจุบันที่ใช้งานกันอยู่คือ 4-2-3-1 นั้นจะใส่เจอร์ราร์ดไว้ตรงไหน คำตอบจากปากคาเปลโล่คือไม่รู้เหมือนกัน

ยิ่งบอลสมัยใหม่จะเน้นการเล่นไปอีกสไตล์หนึ่ง เน้นความเป็นเด็กมากยิ่งขึ้น ขนาดแจ๊ค วิลเชียร์ เล่นทีมชาติไม่กี่นัดยังได้ตำแหน่งประจำไปเรียบร้อยแล้ว ทว่านาทีนี้วิลเชียร์ยังคงบาดเจ็บอยู่กว่าจะกลับมาได้อีกนาน

ซึ่งจะเป็นช่องให้คาเปลโล่ได้จัดทีมแบบสบายใจมากขึ้น (สบายใจที่จัดง่ายขึ้นมาหน่อยหนึ่ง)
     
ทว่าสำหรับเจอร์ราร์ดแล้ว 89 นัดที่ติดธงสิงโตคำราม ไม่มีตำแหน่งประจำเหมือนชาวบ้านชาวช่องแต่อย่างใด ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน
     
ยิ่งอายุอานามมากขึ้น ยิ่งมีโอกาสน้อยลงไปอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นยูโร 2012 จึงคาดเดาได้ยากว่าสตีเว่น เจอร์ราร์ด จะมีบทบาทกับทีมชาติอังกฤษหรือเปล่า
    
เพราะที่ผ่านมานั้น ภาพของเจอร์ราร์ดกับทีมชาติอังกฤษถือว่ามีเรื่องบวกมากมาย ทุกคนสามารถนึกภาพได้ถึงนักเตะพลังม้าที่สามารถวิ่งไปได้ทั่วทุกพื้นที่ในสนาม สามารถผ่านบอลได้ ยิงประตูได้ และตัดสินเกมให้กับทีมก็ยังได้

แต่ไม่มีการใช้งานที่เหมาะสมหรือเน้นความสำคัญของเจอร์ราร์ดแบบจริงๆจังๆมาตลอด 11 ปี
     
ยิ่งยุคนี้สมัยนี้เน้นการผ่านบอลสั้นๆนักเตะช่างปั้นอย่างชาบี้ เอร์นานเดซ,ลูก้า โมดริชหรือแจ๊ค วิลเชียร์ จะค่อนข้างที่จะได้รับความสำคัญมากกว่า
      
ในทีมชาติอังกฤษช่วง 2-3 นัดหลังมานี้ พื้นที่ตรงกลางหลังศูนย์หน้า แอชลีย์ ยัง ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้มีโอกาสทดสอบความสามารถในพื้นที่ดังกล่าว ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าฟาบิโอ คาเปลโล่ จะพออกพอใจกับตำแหน่งของแอชลีย์ ยังตรงนั้นแค่ไหน

อย่างไรก็ตามสิงโตคำรามมีตัวเลือกที่ค่อนข้างเยอะในตำแหน่งตรงนี้ จึงเป็นไปได้ที่จะมีความเปลี่ยนแปลงจนกว่าจะเหมาะสม
 
และนั่นก็จะยังคงย้ำชัดเจนว่าคนเยอะ เจอร์ราร์ดก็เจอคู่แข่งรุ่นใหม่ๆเยอะตามไปด้วย แถมเป็นตัวเสริมเล่นไปเรื่อยตามโค้ชกำหนดในแต่ละนัด มันยิ่งลดโอกาสที่จะจับจองพื้นที่มากยิ่งขึ้น
 
ฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมา ฟาบิโอ คาเปลโล่ ร้องขอเอาไว้ล่วงหน้าว่าจะให้ช่วยวิ่งทางฝั่งซ้ายให้หน่อย แต่เอาเข้าจริงก็มีการดันเข้าไปเล่นตรงกลาง

มันเหมือนกับเป็นอะไหล่ยังไงยังงั้น ตรงไหนขาดอะไรก็ส่งเจอร์ราร์ดลงไปในพื้นที่นั้น โดยที่ไม่มีการคำนึงถึงความสามารถที่แท้จริง ตำแหน่งที่เหมาะสมอย่างแท้จริง
 
เพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บกลับมา ยิ่งมีคำถามรอไว้อยู่แล้ว เจอร์ราร์ดยังคงเหมือนเดิมหรือเปล่า วิ่งช่วยทีมได้จากหน้าประตูอีกฝั่งจนไปถึงอีกฝั่งหนึ่ง ยังคงเป็นนักเตะที่ครบเครื่องทั้งตัดเกม ทั้งจ่ายบอล ทั้งยิงประตูอยู่เหมือนเดิมมั้ย
  
อีกเรื่องหนึ่งที่ยังไงก็คาใจกันไปตลอดกาล นั่นคือจริงๆแล้วสตีเว่น เจอร์ราร์ดกับแฟรงค์ แลมพาร์ด เล่นร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆแค่ไหน

เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าจะได้ผลหรือไม่ได้ผลก็ไม่มีกุนซือคนไหนกล้าดร็อป 2 คนนี้ออกไปจากทีมถ้าไม่บาดเจ็บหรือติดโทษแบน

บางครั้งก็งงๆเช่นกันว่าตกลงเป็นอย่างไรกันแน่ แต่ที่ไม่งงก็คือไม่ว่าจะมีความสำคัญต่อทีมหรือไม่ ในความรู้สึกของฟาบิโอ คาเปลโล่ จะไม่ค่อยเห็นความสำคัญของเจอร์ราร์ดสักเท่าไหร่
 
ขนาดจอห์น เทอร์รี่ ที่โดนแบนจากปลอกแขนกัปตันทีมไปพักหนึ่ง จนต้องหากัปตันทีมคนใหม่ ถ้าริโอ เฟอร์ดินานด์ไม่เจ็บเจียนตาย เจอร์ราร์ดก็ได้เพียงแต่รองกัปตัน

และเมื่อคาเปลโล่คิดให้อภัยเทอร์รี่ ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าไม่ได้มองเจอร์ราร์ดมีความสำคัญต่อเกมทีมชาติสักเท่าไหร่ พร้อมมอบปลอกแขนกัปตันทีมกลับไปให้เทอร์รี่เหมือนเดิม
  
ความสามารถที่เคยบอกกันว่าเข้าขั้นเอกอุ ครบเครื่องเหมือนปาทริก วิเอร่าหรือว่ารอย คีน แต่ยิงประตูเป็นกอบเป็นกำได้มากกว่า 2 คนนั้น และยังตัดสินเกมให้กับทีมได้บ่อยๆ

คำถามยังคงเป็นคำถามเหมือนเดิม เพราะคนที่สามารถตอบได้ต้องเป็นกุนซือทีมชาติอังกฤษเท่านั้น แต่ความสัมพันธ์ของเจอร์ราร์ดกับคาเปลโล่ไม่หวานชื่นปานจะกลืนกินเหมือนเทอร์รี่แน่นอน

เพราะฉะนั้นการกลับคืนสนามของเจอร์ราร์ดจึงมีคำถามติดตรงหน้าผากด้วยว่า การรอวันรีเทิร์นทีมชาติยังคงไม่มีตำแหน่งที่เหมาะสมและได้รับประโยชน์มากที่สุดเหมือนเดิม

ไม่ใช่ว่าเป็นเพียงแค่สถานการณ์ข้างหน้าเท่านั้น แต่มันเป็นแบบนี้มา 11 ปีแล้ว ที่ผ่านมาไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร แต่ยุคสมัยของฟาบิโอ คาเปลโล่น่าจะเป็นความชอบส่วนตัวมากกว่า

อีกคนหนึ่งที่เข้าข่ายเรื่องส่วนตัวก็คือปีเตอร์ เคราช์ แม้ว่าช่วงนี้จะฟอร์มดีมีโอกาสเล่นอย่างต่อเนื่องกับสโต๊ค ฝ่าด่านของริโอ เฟอร์ดินานด์และฟิล โจนส์ เข้าไปยิงประตูแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแถมสถิติการยิงประตูในทีมชาติอังกฤษก็ดีทีเดียว

แต่คาเปลโล่ ชอบและอยากให้โอกาสบ็อบบี้ ซาโมร่ามากกว่า หลายคนบอกว่าไม่ใช่เรื่องราวอะไรแต่เป็นเรื่องส่วนตัวของคาเปลโล่

เรื่องโดย "ดามัน"

คอลัมน์ทดเจ็บ3นาที นสพ.กีฬาฮอตสกอร์

<< คลิกเพื่อชมภาพใหญ่ >>