นาโปลีดีจริง

นาโปลีดีจริง

ได้เฮกันดังๆ ทั้งสองทีมครับ นาโปลี และอินเตอร์ เกมแชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เจอกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งทั้งคู่ แต่ก็เก็บ 3 แต้มล้ำค่าได้สำเร็จ
   
หลังจากที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยมจากการบุกไปเสมอที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 ขุนพลอัสซูร่า ลงเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ในบ้านเป็นครั้งแรก เป็นฝ่ายชนะบีญาร์เรอัลไปอย่างสวยงาม 2-0 ขณะที่อินเตอร์ มิลาน ดูเหมือนว่ารานิเอรี่จะเป็นยาแก้แพ้ที่เห็นผลทันตา หลังจากที่เห็นผลมาแล้วในคัมปิโอนาโต้ มานัดกลางสัปดาห์ก็ทำได้อีก จากการบุกมาชนะซีเอสเคเอ 3-2
   
เส้นทางสู่รอบ 16 ทีมของทั้งคู่ คงต้องลุ้นกันตัวบิดตัวเบี้ยวกันต่อไป แต่ถึงตอนนี้ต้องบอกว่านาโปลี และอินเตอร์มาถูกทางแล้ว หลังจากผ่านไป 2 นัด นาโปลีได้ไป 4 แต้ม ก่อนจะเจอบาเยิร์น มิวนิคแบบไปกลับ ในนัดที่ 3 และ 4 ขณะที่อินเตอร์ ก็จะเจอลีลล์ ทีมแกร่งจากฝรั่งเศส 2 เกมติดต่อกัน นั่นหมายความว่าทั้งสองทีมมีเกมที่หินสุดๆ รออยู่
   
ในส่วนของนาโปลีแล้ว การแผ่วในสองเกมหลังสุดในคัมปิโอนาโต้ (แพ้ที่คิเอโว่ 0-1 ก่อนจะเสมอฟิออเรนติน่า 0-0) ในบ้าน เป็นแค่การสะดุดเล็กๆ ไม่ได้ล้มหัวฟาดพื้นอย่างที่สื่อมะกะโรนีวิพากษ์วิจารณ์ (บอกว่านาโปลีวิกฤติแล้ว) เป็นเหตุให้วอลเตอร์ มัซซาร์รี่ ต้องออกมาตอบโต้
   
สมควรโดนมัซซาร์รี่ตอกอยู่หรอกครับสำหรับพวกสื่อเลี่ยนที่ชอบใช้คำว่าวิกฤติพร่ำเพรื่อ จะมีทีมที่วิกฤติทีมไหนในโลกเอาชนะยอดทีมอย่างเอซี มิลานได้ แถมก่อนหน้านั้นยังเกือบชนะแมนฯ ซิตี้ ในแชมเปี้ยนส์ ลีกด้วย เกมวันอังคารที่ผ่านมา เราได้เห็นอีกครั้งว่าพวกเขาคือทีมที่ยอดเยี่ยม มีเกมรุกที่เด็ดขาด สามประสานคาวานี่-อัมซิก-ลาเวซซี่ ตอนนี้ไม่ได้ขายได้แค่ที่อิตาลี แต่ไปไกลถึงยุโรปเรียบร้อยแล้ว
   
เกมล่าสุดที่ซาน เปาโล 3 ตัวเทพของนาโปลีทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ลูกแรก ที่ลาเวซซี่เปิดให้อัมซิกเอาชนะกับดักล้ำหน้า ก่อนสับไกยิงมุมแคบเสียบเสาไกลเข้าไป ขณะที่ประตูที่สองลาเวซซี่ เรียกฟาวล์ในกรอบโทษจากกอนซาโล่ โรดริเกซ ให้เอดินสัน คาวานี่ ซัดจุดโทษเข้าไป เป็นประตูที่ส่งบีญาร์เรอัลเข้านอน ตั้งแต่นาทีที่ 17 เท่านั้น
   
แม้บีญาร์เรอัล จะมีเวลาเหลือเยอะให้พลิกสถานการณ์กลับมา แต่ทีมเรือดำน้ำเหลืองคงต้องยอมรับว่านาโปลีเกมนี้ นอกจากจะมีเกมรุกที่เฉียบขาดแล้ว ยังวางเกมมาดีด้วย ในส่วนของเกมรับแล้ว นักเตะนาโปลี ใช้การเพรสซิ่งสูงที่สร้างความอึดอัดให้กับทีมเยือนจนทำอะไรไม่ถนัด แผนการนาโปลีที่ใช้รุมบีบผู้เล่นบีญาร์เรอัลที่ได้ครองบอลถือว่าได้ผลเป็นอย่างดี และกว่าจะเข้าไปเจอเดซานซ์ติส ที่วันนี้แทบไม่ได้ออกแรงอะไร ทีมจากสเปนต้องเจอกับกำแพงสีฟ้าที่ป้องกันได้อย่างเหนียวแน่น
   
ไม่น่าแปลกใจที่โอกาสหวาดเสียวของบีญาร์เรอัล กว่าจะได้ต้องรอถึงนาที 32 จังหวะพลาดของคาวานี่ที่คืนหลังไม่ดี แต่โชคดีที่จังหวะนี้นิลมาร์ยิงไม่เข้ากรอบ 
   
ครึ่งหลังบีญาร์เรอัลพยายามบุกอย่างเต็มที่ แต่ก็เจอนาโปลีที่ไล่ทุกเม็ดเก็บทุกลูก ทีมเยือนยังหาช่องเจาะเข้าไปลำบาก แถมยังเกือบจะเสียประตูที่ 3 เพิ่ม จากลาเวซซี่ (นาที 58) และคาวานี่ (นาที 65)
   
แนวรับเรือดำน้ำเหลืองดูจะมีปัญหาเยอะทีเดียวครับ เมื่อเจอกับเกมสวนกลับเร็วของเจ้าถิ่น ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่ดูท่าว่าในกลุ่มแห่งความตายนี้บีญาร์เรอัลคงจะสอดแทรกเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายลำบาก เกมแรกก็แพ้บาเยิร์นคาบ้านด้วย
   
นี่คงจะบอกได้นะครับว่ากรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี ยังไงอิตาลีก็ยังมีสุดยอดนักเตะระดับอินเตอร์ให้ตื่นตาตื่นใจอยู่ ใช่ว่าจะไปอยู่ในลา ลีกา หรือ พรีเมียร์ ลีก จนหมด
   
ขณะที่อินเตอร์ มิลาน หลังจากที่โมรัตติเรียกเคลาดิโอ รานิเอรี่ มากอบกู้วิกฤติแทนจานปิเอโร่ กาสเปรินี่ ทีมงูใหญ่ดูเข้าท่าเข้าทางขึ้นเยอะ หลังจากที่เก็บชัยชนะที่โบโลญญ่าได้ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มาชนะได้อีกครั้งในแชมเปี้ยนส์ ลีก
   
หลังเกมที่เอาชนะซีเอสเคเอ ได้แบบสุดระทึกสกอร์ 3-2 ที่ลุซนิกิ สเตเดี้ยม รานิเอรี่ เผยเคล็ดลับความสำเร็จที่แสนจะเรียบง่าย นั่นคือการให้นักเตะเล่นในตำแหน่งที่พวกเขาถนัดที่สุด เท่านี้จริงๆ ครับ ความแตกต่างระหว่างกุนซือใหม่กับกุนซือเก่า ที่เหลือรานิเอรี่ ไม่ต้องทำอะไรมากมาย ปล่อยให้นักเตะอินเตอร์ลงไประบายความอัดอั้นที่พวกเขาเริ่มต้นฤดูกาลที่อย่างน่าอับอายขายหน้า
   
นอกจากจะ Put the right man to the right job ที่ถือเป็นพื้นฐานสุดๆ ของการทำทีม เหมือนกับการบริหารองค์กร แล้ว รานิเอรี่ ยังมีจิตวิทยาที่ใช้ได้ทีเดียว โดยบอกว่าผู้เล่นของเขายังมีไฟ มีความกระหายที่จะชนะ แม้ช่วงหลายปีที่ผ่านมาจะโกยถ้วยอย่างเมามัน โดยเฉพาะปี 2010 ที่กวาดไป 5 ถ้วย 
   
แฟนๆ งูใหญ่ เห็นทีมรักเล่นวันนี้คงจะเห็นด้วยกับโค้ชครับ เนื่องจากว่านักเตะอินเตอร์ตั้งใจเล่นกันเต็มที่ นักเตะอย่างลูซิโอ (คนยิงลูกแรก) แม้จะอายุเยอะแล้ว แต่ก็วิ่งขึ้นลงเป็นม้าเมื่อมีจังหวะเติมเกมขึ้นไปลุ้นพังประตู ริคคาร์โด้ อัลวาเรซ แม้หน้าที่หลักจะอยู่ที่ทำเกม แต่ก็ช่วยไล่ช่วยสกัดอย่างเต็มที่ในส่วนของเกมรับ
   
ในส่วนของเกมรุกแล้ว ก็ต้องถือว่าอินเตอร์ฉวยโอกาสเก่ง เมื่อมีแล้วก็ไม่พลาด นับตั้งแต่ลูกแรกจากลูซิโอ (ที่ต้องขอบคุณกองหลังซีเอสเคเอ ที่สกัดไม่เด็ดขาดด้วย) และลูกที่สองจากปัซซินี่เจ้าเก่า ทำให้อินเตอร์นำ 2-0 ตั้งแต่นาที 23 ทำท่าว่าจะสบายตัวแล้ว
   
อย่างไรก็ตามขณะที่แดนกลาง และกองหน้า อินเตอร์มีตัวเลือกเก่งๆ ให้ใช้งานเยอะ แนวรับคือจุดที่ทีมค่อนข้างจะมีปัญหา เป็นการบ้านที่รานิเอรี่ต้องกลับไปแก้ต่อไป หลังจากที่ขึ้นนำ 2 ประตูแล้ว กลับพลาดให้ทีมเยือนไล่ตีเสมอ จากการยิงฟรีคิกของชาโกเยฟช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก และอีกประตูจากการยิงสุดสวยของว้ากเนอร์เลิฟ ที่ฟุตเวิร์กหลบซาเน็ตติ และลูซิโอ ได้ในจังหวะนี้
   
อย่างไรก็ตามครับ อินเตอร์ ที่เมื่อก่อนชนะแบบบ้าๆ ยังไง ถึงวันนี้ก็ยังเป็นอยู่ยังงั้น หลังจากที่โดนตีเสมอ 2-2 ทีมงูใหญ่พลิกเกมได้อีกครั้ง นาที 78 เมื่อกัมบิอัสโซ่ ที่ตัดบอลได้ตรงกลางสนามจ่ายให้ซาราเต้ ตัวสำรอง พักอกหนีการประกบของแผงหลังก่อนจะกดด้วยซ้ายบริเวณกรอบโทษเข้าไปอย่างเด็ดขาด
     
เกมรุกที่ว่าตื้อๆ ตอนแรก ตอนนี้มาหมดแล้วครับสำหรับอินเตอร์ ไม่ว่าจะฟอร์ลัน, ปัซโซ่, ซาราเต้ และมิลิโต้ เรียกได้ว่าอาวุธอินเตอร์แต่ละตัวร้ายกาจทั้งนั้น เหลือแต่กองหลังนี่แหละครับยังรวนๆ อยู่
   
เอาล่ะครับ พรุ่งนี้กลับมาเจอกันอีกทีครับ ไปดูฟอร์มของเอซี มิลานกัน

เรื่องโดย "toto f.c."

ขอบคุณคอลัมน์ mondo calcio นสพ.กีฬาฮอตสกอร์

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!