ตัวชี้วัดมาตรฐาน?

ตัวชี้วัดมาตรฐาน?

ไทยลีกกับถ้วย ‘เอเอฟซี คัพ’

งวดเข้ามาทุกขณะสำหรับการช่วงชิงความยิ่งใหญ่แห่งวงการฟุตบอลสโมสรเอเชีย ในศึกฟุตบอลถ้วย “เอเอฟซี คัพ” ที่ยังมี 2 ตัวแทนของบ้านเราอยู่ในเส้นทางการลุ้นแชมป์

และต้องบอกเลยว่า 2 ทีมตัวแทนจากดินแดนขวานทองอย่าง “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี และ “กิเลนผยอง” เมืองทอง ยูไนเต็ด ต่างทำผลงานกันได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบที่ผ่านๆ มา

หลังจากปีที่แล้ว สโมสรของไทยสามารถหลุดเข้ามาถึงรอบนี้ได้ 2 ทีมเช่นกันคือ เมืองทอง ยูไนเต็ด เจ้าเก่า และ “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือไทย เอฟซี ก่อนทั้งคู่จะจอดป้ายแค่รอบ 8 ทีมสุดท้ายนี้

ส่วนในปีนี้ หลังจากฟาดแข้งนัดแรกในรอบ 8 ทีมสุดท้ายกันไปแล้ว ผลปรากฏว่า 2 ทีมจากไทยพรีเมียร์ลีก ต้องพลาดท่าเสียทีให้คู่แข่งไปก่อนด้วยสกอร์ 0-1 เท่ากัน

โดย “ฉลามชล” พ่ายคารังให้กับ นาซาฟ ทีมแกร่งจากอุซเบกิสถาน ขณะที่ “กิเลนผยอง” บุกไปแพ้ คูเวต เอสซี

อย่างไรก็ดี ทั้งคู่ยังมีโอกาสเข้ารอบ หากพลิกสถานการณ์กลับมาได้ในนัดที่ 2 ซึ่งจะฟาดแข้งกันในวันอังคารที่ 27 กันยายนนี้

ย้อนกลับไปในการแข่งขันเกมแรกเมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา 2 ทีมจากดินแดนขวานทอง ถึงแม้จะโชว์ผลงานและรูปแบบการเล่นได้ดี กดดันคู่แข่งได้ตลอดเวลา แต่เมื่อจบ 90 นาที ทั้งคู่ต้องพบกับความพ่ายแพ้อย่างน่าเสียดาย และแน่นอนแล้วในนัดที่ 2 ถือเป็นงานหนักไม่น้อยสำหรับทั้งคู่

โดยเฉพาะ “ฉลามชล” ต้องออกไปเยือนด้วยสภาพทีมที่มีปัญหาไม่น้อย เมื่อตัวหลักเจ็บกันเป็นทิวแถว ไม่ว่าจะเป็น “เจ้าโม้” พิภพ อ่อนโม้ ดาวยิงกัปตันทีม, “เจ้าบอย” อนุชา กิจพงษ์ศรี, “เจ้าเหมี่ยว” ณัฐพงษ์ สมณะ 2 แบ็กซ้ายจอมบุก และ “เชอร์รี่” เอกพันธ์ อินทเสน ปีกขวาจอมทะลุทะลวง ซึ่ง 3 รายหลังไม่ได้เดินทางไปในการเยือนถิ่นอุซเบกิสถานกับทีมด้วย

งานหนักคงตกไปอยู่ที่ “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล กุนซือใหญ่ของทีม “ฉลามชล” ว่าจะจัดทัพอย่างไร ในเมื่อทีมต้องการประตูแต่ผู้เล่นเกมรุกกลับมีให้เลือกใช้น้อยมาก

ด้าน “กิเลนผยอง” ถึงแม้จะแพ้ในเกมแรก แต่ก็ยังดูดีมีภาษีกว่า เพราะจะได้กลับมาเล่นในบ้านกับสกอร์ที่เป็นรองแค่ 0-1 แถมผู้เล่นในทีมตัวหลักก็พร้อมที่จะกลับมาลงสนามได้

ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไร? “ฉลามชล” และ “กิเลนผยอง” จะผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกได้หรือไม่?

แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นเป็นช่องโหว่ใหญ่ของทีมจากไทยพรีเมียร์ลีกก็คือ การจัดทีมให้สอดรับกับฟุตบอลสโมสรเอเชีย

ไทยพรีเมียร์ลีก ริเริ่มใช้ระบบแหวกกฎโควต้านักเตะต่างชาติ ด้วยการให้โควต้า 7 ลงได้ถึง 5 ซึ่งต่างกับกฎมาตรฐานเอเชียที่ยึดระบบ 5 ลงได้ 3 บวกกับ 1 นักเตะในทวีปเอเชียเท่านั้น

ตรงนี้เอง จึงเป็น “จุดบอด” ของสโมสรจากประเทศไทย ในการออกไปสู้รบปรบมือกับสโมสรอื่นๆ ในเอเชีย เพราะจำต้องปรับระบบ และเปลี่ยนตัวผู้เล่นไทยที่ไม่ค่อยได้ลงสนาม มาแทนนักเตะต่างชาติ

เรื่องนี้คงต้องฝากไปถึงบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก ผู้คุมกฎการแข่งขันว่าสมควรและถึงเวลาหรือยังที่ ไทยพรีเมียร์ลีก จะกลับมาใช้มาตรฐานเดียวกับทางสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย

เพื่อให้ ลีกและสโมสรของบ้านเรา มีมาตรฐานและพัฒนาการขึ้นไปทัดเทียมกับลีกชั้นนำอื่นๆ ของเอเชียอย่าง ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ ในอนาคต

ไม่ใช่มีเพียงแค่กระแสเท่านั้น

เรื่องโดย "ซูเปอร์แบงค์"

ขอบคุณคอลัมน์บอลไทยวาไรตี้ นสพ.กีฬาฮอตสกอร์

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!