เช็กบิลบิ๊กโฟร์พรีเมียร์ศึกCL!!!

เช็กบิลบิ๊กโฟร์พรีเมียร์ศึกCL!!!

ผ่านพ้นไปเรียบร้อยกับผลงานของ 4 ทีม จากพรีเมียร์ ลีก ที่ลงทำศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก นัดแรกในรอบแบ่งกลุ่ม มีเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่แล้วยามที่ทีมใหญ่เหล่านี้มีคิวโชว์หุ่นในสนาม เริ่มกันที่คู่คืนวันอังคารกันก่อนเลย

เชลซี...

ประเด็นหลักอยู่ที่เฟร์นานโด ตอร์เรส ล้วนๆ ก่อนเกมมีบรรยากาศอึมครึมอยู่บ้างที่วิจารณ์เพื่อนร่วมทีมเป็นม้าแก่โคตรเชื่องช้า ทว่าหลังจากเคลียร์ใจกันเรียบร้อย กุนซือ อังเดร วิลลาส โบอาส ก็ส่งลงสนามเป็นตัวจริงรับมือเลเวอร์คูเซ่น

ยังคงไม่มีสกอร์ให้เห็นเช่นเดิมจากหัวหอกทีมชาติสเปนที่ทำท่ามีปัญหาเรื่องตัวจริงเช่นกัน ทว่า 2 แอสซิสต์ ที่ทำให้กับทีมโดยแปะบอลให้ดาวิด หลุยซ์ยิงประตูแรก ตามด้วยการผ่านบอลมาให้ฆวน มาตา ยิงโล่งๆ ปิดท้ายให้กับทีม

ถึงนาทีนี้ยังไม่รู้ว่าการผ่านบอลของเฟร์นานโด ตอร์เรสนั้น เป็นเพราะเล่นละเอียดมากยิ่งขึ้น ไม่ฝืนตัวเองกับการพยายามมีสกอร์ให้ได้ หรือว่าไม่มั่นใจที่จะสับไกเองกันแน่ เพราะที่ผ่านๆ มาช่วงที่ฮอตๆ กับหงส์แดง จังหวะเหล่านี้ตอร์เรสสับไกด้วยตัวเองแทบทั้งสิ้น

เอาเถอะอย่าไปคิดมาก หาเรื่องต่อว่าต่อขานกันเลย เรียกความมั่นใจกลับมาได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งหลายคนต่างก็ลุ้นกันอยู่ คิดกันในทางบวกดีขึ้นก็แล้วกัน แต่แน่นอนว่ายังไม่ถึงมาตรฐานของตัวเองแต่อย่างใด เพราะตำแหน่งศูนย์หน้ามีหน้าที่หลักคือยิงประตูให้กับทีมเท่านั้น                

งานของเฟร์นานโด ตอร์เรส จึงยังคงต้องมีให้โหมทำกันอีกเยอะ มีโอกาสมากที่จะได้ลงสนามพิสูจน์ตัวเองแบบติดต่อกันในนัดที่จะเจอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดวันอาทิตย์นี้
    
และเป็นไปได้อีกเช่นกันที่ อังเดร วิลลาส โบอาส จะยังคงใช้เกมรุกที่รวดเร็วเหมือนที่ตอร์เรสต้องการนั่นคือให้เล่นร่วมกับมาตาและสเตอร์ริดจ์

อาร์เซนอล...

ชงเองกินเองกันน่าดูทั้งผู้ช่วยกุนซือและนักเตะปืนโต สามารถออกมาจากมุมได้แล้วและพร้อมที่จะเดินหน้ากลับมาสู่มาตรฐานของตัวเองอีกครั้ง
   
อย่างไรก็ตาม อาร์เซนอลยังคงมีเงาทะมึนครอบงำอยู่เช่นเดิม ปัญหาเรื่องคลีนชีตยังคงติดตาตรึงใจ หาไม่เจอมานานแล้ว ลงสนามในเกมที่ต้องออกนอกบ้านเมื่อไหร่เป็นต้องโดนส่องประตูอยู่ร่ำไป
     
17 นัดแล้วตั้งแต่ปี 2008 ที่อาร์เซนอลไม่สามารถหาคลีนชีตได้ในเกมเยือน นั่นเท่ากับว่าอย่างน้อยคาดเดาล่วงหน้าได้เลยมีเสียประตูแน่และถ้ายิงไม่ได้จะพ่ายแพ้ทันที เรื่องแบบนี้ไม่ควรปล่อยให้เรื้อรัง ถ้าหากปล่อยให้เชื้อลุกลามมาถึง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ด้วยเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสกว่าที่เจออยู่ทุกวันนี้อีกเยอะ
      
ปัญหาต่อไปก็คือ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ดูเหมือนจะยังคงเป็นความคาดหวังเดียวของทีม แม้ว่าจะมีอาร์ชาวินหรือธีโอเข้ามาแทรกในเรื่องของสกอร์อยู่บ้าง แต่เป้าหมายที่ฝากผีฝากไข้ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากหัวหอกดัตช์เลย
     
ศูนย์หน้ามีหน้ายิงประตูก็จริง แต่ถ้าแบกภาระของทีมเอาไว้ทั้งหมดเพียงคนเดียวมันดูเหมือนจะเกินเลยไปหน่อย แต่ถ้า ธีโอ วัลค็อตต์, แชร์วินโญ่, อาร์เตต้า และ ยอสซี่ เบนายูน สามารถผสมผสานเกมได้ลงตัวมากกว่านี้ และมีการช่วยแชร์เรื่องสกอร์นั่นก็พอจะพูดกันได้ว่าอาร์เซนอลสามารถหนีออกมาจากมุมอับได้เต็มตัว
    
อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ต้องเห็นใจทีมปืนโตก็คือการไปเยือนสนามเวสต์ฟาเล่นของดอร์ทมุนด์ไม่ใช่เรื่องที่จะรับมือได้ง่าย ความสามารถของดอร์ทมุนด์ไม่ธรรมดา แต่ที่มากไปกว่านั้นคือบรรยากาศในสนามเขย่าขวัญทีมเยือนได้เป็นอย่างดี เรียกว่าติดอันดับต้นๆ ของยุโรปเลยทีเดียว
   
ยังไงก็คงต้องให้กำลังใจ อาร์แซน เวนเกอร์ และลูกทีมกันต่อไป เพราะนี่คือทีมที่สามารถสร้างความบันเทิงกับแฟนบอลได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ช่วงนี้ปัญหามันรุมเร้าเยอะเกินไป รอให้ทุกอย่างกลับมาเข้าที่เข้าทางคงมีความสุขกันเหมือนเดิม
              

แมนเชสเตอร์ ซิตี้...

ดูเหมือนว่าไม่ต้องถึงขั้นเป็นกังวลอะไรมากมายในถ้วยยุโรปใบนี้สำหรับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้ว่าจะออกสตาร์ตด้วยการเจ๊าในบ้าน แต่ทัศนคติในการเล่นก็คงต้องมีการลุ้นแชมป์กลุ่มได้อย่างที่ใจต้องการ เข้าบอลเร็ว แข็งแกร่งทีเดียวในการหยุดคู่ต่อสู้
    
นักเตะในทีมกว่า 7-8 คนผ่านการเล่นในเกมแบบนี้มาแล้ว เพราะฉะนั้นอาจจะไม่ใช่น้องใหม่ซะทีเดียว พยายามบุกที่จะเอาสกอร์อย่างต่อเนื่อง มียิงชนคาน สกอร์ที่ 2 คือ เป้าหมายที่ต้องหามาให้ได้ แต่โชคร้ายไม่ได้อย่างที่ต้องการ ทว่าเรื่องราวเหล่านั้นคงเพียงพอในระดับหนึ่งว่าเรือใบสีฟ้าไม่ต้องเกรงกลัวเสือใต้ในแมตช์ที่ต้องไปเยือนต่อจากนี้
   
ทว่าสิ่งหนึ่งที่โรแบร์โต้ มันชินี่ต้องเก็บมาขบคิดและทำการบ้านให้ดีก็คือมีโอกาส สร้างสรรค์โอกาสได้เยอะมาก ทว่าทำโอกาสที่ว่าหล่นหายไปอย่างน่าเสียดาย ประตูเดียวจากฟรีคิกของโคลารอฟมันน้อยไปหน่อยเมื่อเทียบกับความต้องการ
    
ในแมตช์ที่เอาชนะวีแกน ลูกทีมของมันชินี่มีโอกาสถึง 26 ครั้งในชัยชนะ 3-0 เกมเจอนาโปลีก็ไม่แตกต่างเท่าไหร่มีโอกาสมากกว่าถึงเท่าตัว แต่สกอร์เท่ากัน เกมรับของนาโปลีแข็งแกร่งกว่าวีแกนนั่นเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว ทว่าถ้ายังคงใช้โอกาสมากมายกว่าจะได้สักประตูมันจะหมดเนื้อหมดตัวเอาง่ายๆ
    
อีกประเด็นที่ถือว่าน่าสนใจสำหรับเรือใบสีฟ้า นั่นก็คือคาร์ลอส เตเบซ คงต้องเรียนรู้ที่จะนั่งเป็นตัวสำรองอย่างต่อเนื่อง โรแบร์โต้ มันชินี่ โชคดีที่มีศูนย์หน้าฝีเท้าขั้นเทพให้เลือกใช้งานหลายคน แต่ใช่ว่าจะลงเล่นพร้อมกันทุกคน สถานการณ์ของเตเบซเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับฤดูกาลที่ผ่านมา
     
นาทีนี้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ไม่ต้องพึ่งพาเขาเพียงคนเดียวอีกแล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปหลังจากเตเบซต้องการย้ายออกไปจากทีมเพราะเรื่องครอบครัว นั่นทำให้เรือใบต้องแก้ไขปัญหาด้วยการเติม กุน อาเกโร่ เข้ามาพร้อมกับตัวช่วยให้เกมรุกลื่นไหลมากยิ่งขึ้นอย่างซาเมียร์ นาสรี่
     
บทบาทของเตเบซเริ่มเลือนหายไป เพราะฉะนั้นตราบใดที่ยังคงไม่มีทีมมาซื้อตัวออกไปจากถิ่นเรือใบก็คงต้องเรียนรู้ที่จะปฏิบัติตัวอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรองให้ได้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด...

ไม่ว่าจะเป็นแมตช์ที่มีปัญหาหรือว่าโชว์ฟอร์มได้โดดเด่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ยังคงไม่มีอะไรให้วิพากษ์วิจารณ์กันมากมาย อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มีประสบการณ์เหลือเฟือที่จะพาทีมเดินไปตามเส้นทางแบบมีความหมาย ไม่หลงทางหรือร่วงลงเหวง่ายๆ
     
ต้องติดตามกันยาวๆ ถึงจะรู้ปัญหาที่ชัดเจน ปล่อยให้เฟอร์กี้และเด็กผีทั้งหลายออกอาการหงุดหงิดนิดหน่อยกับการออกสตาร์ตด้วยผลเสมอในแชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลนี้ไปก่อน ด้วยประตูตีเสมอของไรอัน กิ๊กส์

เรื่องโดย "ดามัน"

คอลัมน์ทดเจ็บ3นาที นสพ.กีฬาฮอตสกอร์

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!