สองยักษ์ลอนดอนอินยุโรป

สองยักษ์ลอนดอนอินยุโรป

ผ่านเกมยกแรกของสองทีมจากอังกฤษในเกมยุโรป

ถือว่าประสบความสำเร็จทั้งสองทีมจากลอนดอน นั่นก็คือ เชลซี กับ อาร์เซนอล ที่ได้ผลลัพธ์ของการแข่งขันที่สมควรจะพอใจ
    
โดยเฉพาะ เชลซี ที่มีปัญหาในเรื่องของ “สปิริต” อย่างแรงก่อนเกม เพราะเรื่องที่เคยเขียนไปเมื่อสองวันก่อนกับการวิจารณ์ทีมของ เฟร์นานโด ตอร์เรส

ที่บอกว่า “เด็กสิงห์ช้ามาก” จนเป็นเหตุให้ตัวเขานั้น “ยิงไม่ได้”
    
กระทั่งเป็นเรื่องราวใหญ่โต ทำให้ อังเดร วิลลาส โบอาส ผู้จัดการทีมวัยซิ่ง ต้องเรียกมาเคลียร์เป็นการส่วนตัว

กระทั่งเขากล้าที่จะตัดสินใจส่ง ตอร์เรส ลงเล่นเป็นตัวจริงก่อนที่ ตอร์เรส จะตอบแทนด้วยการจ่ายให้เพื่อนทำทั้งสองประตูและสามารถคว้าชัยได้สำเร็จ

น่าจะเป็นเหตุผลที่มาของคำว่า “หันหน้าเข้าหากัน” หากรู้จักให้อภัยและถอยหลังคนละก้าว ก่อนจะเดินไปด้วยกัน

นี่คือการทำงานของกุนซือหนุ่มที่ลุ่มลึกกว่าวัย

ที่สำคัญ โบอาส บอกว่า เขากับ ตอร์เรส ได้คุยกัน และสถานการณ์คลี่คลายแล้ว การสืบสวนจบลงแล้ว คุณเห็นนักเตะมีส่วนร่วม และเขาก็ร่วมกันโชว์ฟอร์มการเล่นในฐานะทีมได้ดีเหมือนกับที่ทีมทำในวันนี้ หวังว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่ผุดขึ้นมาอีก

“หากมันเกิดขึ้นมา ก็จะเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องสะสาง" ประโยคนี้ โบอาส บอกอะไรเป็นนัยๆ เหมือนกัน

อาจจะหมายว่า โบอาส จำเป็นจะต้องสงบศึกให้ได้อย่างรวดเร็ว เพราะเขาต้องใช้งาน ตอร์เรส ให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะอย่างน้อย ดิดิเยร์ ดร็อกบา ยังไม่จะพร้อมเกินร้อย

ยิ่งการศึกครั้งใหญ่ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในสุดสัปดาห์นี้ ทำให้ ตอร์เรส รอดพ้นการ “บั่นหัว” ไปได้อย่างหวุดหวิด เพราะปกติถ้าปากแบบนี้

รับรองอยู่ที่ไหนก็ต้องโดน

ไม่รู้เหมือนกันว่า แท้ที่จริงแล้วมัน “สงบจริง” อย่างว่าหรือเปล่า

เพราะในอดีตหากเป็นที่รังโอลด์ แทรฟฟอร์ด พวกที่ใช้ปากผิดประเภทแบบนี้เคยโดนเด้งไปหลายคนแล้ว ทั้งที่เป็นนักเตะระดับคีย์เพลเยอร์

ตัวอย่างชัดเจนที่สุดคือ ยาป สตัม นั่นเอง

ขณะที่ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ในยามยาก แม้ว่าจะนำไปก่อน แต่การได้หนึ่งแต้มออกมาจากรังของ “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์

ก็ถือว่าน่าพอใจ หากคิดได้ว่า “เพียงพอ”

อย่าลืมนะครับว่า ทีมที่กำลังเมาหมัด และสะลึมสะลือพ้นน้ำมาหมาดๆ ต้องเดินทางมาสู้กับ “เสือเหลือง” ที่แม้จะฟอร์มตกลงไปจากเดิม แต่ก็ถือว่าอันตรายทุกฝีเก้า

โดยเฉพาะเมื่อเห็นการจัดทัพในแนวรุกที่มาทั้ง มาริโอ เกิตเซ่, ชินจิ คางาวะ และ เควิน โกรสครอยทซ์ โดยมี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เป็นหน้าเป้า
    
ถือว่าทัพใหญ่ของแท้
     
เพียงแต่ว่า เกิตเซ่ กับ คางาวะ ดูหงอยๆ ลงไปกว่าเดิมเยอะ เช่นเดียวกับ โกรสครอยทซ์ ที่ฟอร์มตกอย่างเหลือเชื่อ ทั้งที่เกิดเปิดสนามกับ ฮัมบวร์ก ยังเล่นได้หล่อกว่าดาราหนังไทยหลายร้อยเท่า แต่เวลานี้เหมือนมีอะไรในใจ เล่นบอลขาดสมาธิ
     
ผลดีจึงตกอยู่กับ อาร์เซนอล และต้องชมนักเตะทุกคนในทีมด้วยว่า เล่นเข้ากันได้อย่างรวดเร็วทั้งที่ต้องส่งทั้ง มิเกล อาร์เตต้า กับ ยอสซี่ เบนายูน สองตัวใหม่ลงเล่นพร้อมๆ กัน
      
งานนี้ประสบการณ์ช่วยคุณได้ และระบบในการเล่นนั้นสำคัญอย่างมาก ที่สามารถหนุนหลังให้ทุกคนเวลาคับขัน เพียงแต่ว่า จะต้องคนที่ถูกจับมาใส่ในระบบนั้นจะต้องใช้ได้ด้วย

โชคดีที่ อาร์แซน เวนเกอร์ ไหวทัน...ต้องบอกว่า โชคดีจริงๆ
      
ถ้าดื้อดึงอีกป่านนี้คงไม่ไหว แฟนปืนหลายคนคงพูดคำเดียวกัน
    
ขอบใจหลาย....เจ๊แหวง!

เรื่องโดย "บี แหลมสิงห์"

ขอบคุณคอลัมน์ may i come in please นสพ.กีฬาฮอตสกอร์

เรื่องล่าสุดของหมวด ฟุตบอลต่างประเทศ

ดูหมวด ฟุตบอลต่างประเทศ ทั้งหมด