ฝันสีทองฟุตบอลไทย!!!!!!!

ฝันสีทองฟุตบอลไทย!!!!!!!

คนไทยมีความสุขกันใหญ่แล้วล่ะครับ

วอลเลย์บอลหญิงของไทย เพิ่งสร้างรอยยิ้มและความแช่มชื่นทางจิตใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ จนกระทั่งมาถึงคิวของฟุตบอลชาย” ที่สร้างความประทับใจให้คนทั้งประเทศได้เช่นเดียวกัน
    
ต้องต่อท้ายด้วยว่า “แบบไม่เคยคาดคิดมาก่อน”
     
เส้นขนานระหว่าง “ฟุตบอลไทย” กับ “ฟุตบอลโลก ถึงตรงนี้แล้ว หลายคนฝันเพ้อละเมอไกลว่า มันอาจจะเกิดขึ้นก็ได้ หลังจากชัยชนะที่มีเหนือ โอมาน และการแพ้ ออสเตรเลีย แบบสูสี ในการคัดเลือก รอบ 20 ทีมสุดท้าย
     
ไม่จำเป็นต้องเตือนให้เผื่อใจหรอกครับ เพราะคนเราสามารถคิดได้ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่า “อยู่กับสิ่งที่มี”
      
ย่อมดีกว่า “อยู่กับสิ่งที่ฝัน”
    
ศักยภาพตอนนี้ถามว่าเพียงพอหรือไม่ ต้องบอกว่า “ยังไม่พอ” เพียงแต่ว่า ความน่าสนใจมันอยู่ที่ว่า ทำไมนักเตะก็แทบจะยกกระบิมาจากชุดของ “เดอะ ร็อบโบ้” ไบรอัน ร็อบสั
      
แต่กลับเล่นได้แบบ “คนละทีม” ในยุคของ “นักสู้บลูยีนส์” วินฟรีด เชเฟอร์
    
หลายๆ ปัจจัยเกื้อหนุนกันทำให้ บอลไทย ที่ปกติจะต้องอ่อนระโหยโรยแรงและระทดระทวยเมื่อเข้าสู่รอบลึกๆ ในการคัดเลือก แต่ตอนนี้ไม่ใช่
     
นักเตะเหมือนกับยิ่งวิ่งยิ่งแรง ยิ่งวิ่งยิ่งคึกขึ้นเรื่อยๆ
      
ส่วนหนึ่งและน่าจะเป็นส่วนสำคัญ นั่นก็คือ การทำงานของโค้ชนั่นแหละ
     
เชเฟอร์ ที่เปลี่ยนยุทธวิธีการเล่นอยู่ตลอดเวลา และเรียนรู้ความผิดพลาดได้อย่างรวดเร็ว จากการแพ้ ออสเตรเลีย ที่เลือกจะเปลี่ยนนักเตะที่ “เล่นเกมรุก” ออกจากสนาม แล้วเน้นเกมรับให้เหนียวแน่น รวมไปถึงสั่งให้ “รับลึก”
    
สุดท้ายกลายเป็น “รับเละ”
      
บทเรียนจากความพ่ายแพ้ การยืนระยะไม่ได้จนแพ้ ออสเตรเลีย ไม่ใช่เรื่องที่แปลก เพราะนักเตะของออสซี่ แต่ละคนนั้นก้าวไปถึงระดับโลก และบดกระดูกนักเตะไทยจนป่นไปเอง
     
มาในเกมนี้ เชเฟอร์ ก็ยอมรับว่า เขาสามารถจัดการเรื่องราวทั้งหมดได้ทุกอย่างแบบเต็มรูปแบบ ทั้งการแก้เกม การสั่งการนักเตะ เรื่อยไปจนถึงแท็กติกที่ทำยังไงก็ถูกต้อง
      
ถ้าจะบอกว่า มันเป็นวันของเราก็คงจะไม่แปลกนัก
    
แต่ละคนเล่นได้ดีเป็นพิเศษ โดยเฉพาะจังหวะเข้าทำที่มันเข้าล็อกไปซะหมด หนึ่งคือจังหวะของเกม และสองคือการซ้อมหนักเพื่อให้ได้ผลจริงในสนามจริง
     
ตัวอย่างก็คือ ประตูแรกที่ได้จากที่ “น้องรักของพี่” อย่าง สมปอง สอเหลบ ที่วิ่งตัดเข้ากลางไปรับลูกไขว้ของ ธีรศิลป์ แดงดา อย่างพอเหมาะพอดี ก่อนที่ “ปองน้องรัก” จะยิงเข้าไปอย่างเยือกเย็น
      
ประตูที่สองเกิดจากการเข้าใจซึ่งกันและกัน ตามด้วยประตูปิดท้ายที่น่าจะได้หลายจังหวะก่อนหน้านั้น เพียงแต่ว่ามีโชคเข้ามาช่วยทำให้ปิดกล่องได้แบบสะใจแฟน
       
ลบความผิดหวังเมื่อ 3 ปีก่อน เกมคัดเลือกที่เราโดน โอมาน ทะลวงไส้ตั้งแต่ 28 วินาทีแรก และไม่สามารถกลับเข้าสู่เกมได้อีก
      
มาในวันนี้เราทำได้ และแท็กติกที่ปรุงใหม่ ไม่ได้เน้นเกมรับทั้งที่นำอยู่ก่อนถึง 2 เม็ดในครึ่งแรก แต่เลือกที่จะถอดมิดฟิลด์ตัวรับ และส่งปีกลงมาเลื้อยอีกคน
      
มันหอมหวานจริงๆ กับชัยชนะ และทุกคนแทบจะรอไม่ไหวแล้วกับการดวลกับ ซาอุดีอาระเบีย ในต้นเดือนหน้า
       
เพื่อที่จะให้ได้รู้กันไปเลยว่า ใครคือของจริงกันแน่
     
ไทยในยุคของ วินฟรีด เชเฟอร์ ที่มีแล้ว 3 แต้ม กับ ซาอุดีอาระเบีย ที่มีแค่คะแนนเดียวในยุคของ แฟรงค์ ไรจ์การ์ด
      
เป็นเกมชิงอันดับ 2 ของสาย พูดได้เต็มปากว่า นี่เป็นเกมที่ชิงอันดับ 2 ของสาย ถ้าหากเราทำได้ขึ้นมามันคงจะยิ่งกว่าความฝัน
       
แต่ถ้าทำได้ก็คือกำไร แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่แปลก เพราะเราไม่เคยตั้งเป้าเอาไว้อยู่แล้วสำหรับบอลโลกครั้งนี้ เพียงแต่เล่นให้ได้ประทับใจแบบนี้ สู้ได้สนุกและเร้าใจแบบนี้
      
รับรองไม่มีคนด่า!

เรื่องโดย "บี แหลมสิงห์"

ขอบคุณเนื้อหาจากคอลัมน์ may i come in please นสพ.กีฬาฮอตสกอร์

<< ไทย 3-0 โอมาน >>

<< คลิกเพื่อชมภาพใหญ่ >>


 

เรื่องล่าสุดของ กีฬา

ดู กีฬา ทั้งหมด