วิเคราะห์ - วิจารณ์ ฟุตบอลยูโรรอบคัดเลือก บัลแกเรีย-อังกฤษ

วิเคราะห์ - วิจารณ์ ฟุตบอลยูโรรอบคัดเลือก บัลแกเรีย-อังกฤษ

กลุ่มจี บัลแกเรีย – อังกฤษ คิกออฟ: 01.15 น.
สนาม: วาซิล เลฟสกี้  ผู้ตัดสิน: ฟร็องค์ เดอ บลีคร์ (เบลเยียม)
ถ่ายทอดสด: แอสโทร ซูเปอร์สปอร์ต 3

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

บัลแกเรีย

10 ส.ค. 54    แพ้    เบลารุส        0-1 (เยือน)    กระชับมิตร
4 มิ.ย. 54      เสมอ    มอนเตเนโกร    1-1 (เยือน)    ยูโรรอบคัดเลือก
29 มี.ค. 54    ชนะ    ไซปรัส        1-0 (เยือน)    กระชับมิตร
26 มี.ค. 54    เสมอ    สวิตเซอร์แลนด์    0-0 (เหย้า)    ยูโรรอบคัดเลือก
9 ก.พ. 54      เสมอ    เอสโตเนีย        2-2 (เหย้า)    กระชับมิตร

อังกฤษ

4 มิ.ย. 54        เสมอ    สวิตเซอร์แลนด์    2-2 (เหย้า)    ยูโรรอบคัดเลือก
29 มี.ค. 54    เสมอ    กานา        1-1 (เหย้า)    กระชับมิตร
26 มี.ค. 54    ชนะ    เวลส์        2-0 (เยือน)    ยูโรรอบคัดเลือก
9 ก.พ. 54        ชนะ    เดนมาร์ก        2-1 (เยือน)    กระชับมิตร
17 พ.ย. 53    แพ้    ฝรั่งเศส        1-2 (เหย้า)    กระชับมิตร

ผลงานการพบกันที่ผ่านมา

3 ก.ย. 53     ยูโรรอบคัดเลือก    อังกฤษ 4 – 0 บัลแกเรีย
9 มิ.ย. 42     ยูโรรอบคัดเลือก    บัลแกเรีย 1 – 1 อังกฤษ
10 ต.ค. 41   ยูโรรอบคัดเลือก    อังกฤษ 0 – 0 บัลแกเรีย
22 พ.ย. 22   ยูโรรอบคัดเลือก    อังกฤษ 2 – 0 บัลแกเรีย
6 มิ.ย. 22     ยูโรรอบคัดเลือก    บัลแกเรีย 0 – 3 อังกฤษ

ความพร้อม-สภาพทีม

บัลแกเรีย

โลธาร์ มัทเธอุส โค้ชของบัลแกเรีย เรียกสองนักเตะหน้าใหม่อย่างเซเยโตเมียร์ ซอนคอฟและจอร์จี้ โบซิลอฟ มิดฟิลด์และกองหน้า เข้ามาร่วมทีมชุดนี้ด้วย หลังโชว์ฟอร์มได้ดีกับลีกภายในประเทศ ทำให้มีลุ้นจะติดธงเป็นครั้งแรกทันทีในเกมนี้

แมตช์นี้กุนซือชาวเยอรมันไม่มีอโปสตอล โปปอฟและชาฟดาร์ ยานคอฟ กองหลังและกองกลางที่ต้องพักยาวเพราะอาการบาดเจ็บ
วาเลรี่ โบยินอฟ อดีตกองหน้าของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังไม่มีชื่ออยู่ในทีมของซูเปอร์แมน ด้วยเหตุผลที่ว่าเขายังไม่ฟิตพอสำหรับแมตช์ หลังพักรักษาอาการบาดเจ็บไปนาน

มาร์ติน เปตรอฟ มิดฟิลด์ตัวเก๋าของโบลตัน ต้องรอเช็กความฟิตจากปัญหาเจ็บหลังจากการลงเตะพรีเมียร์ลีกนัดล่าสุด หลังเป็นหนึ่งในผู้เล่นตัวหลักที่กลับมามีชื่ออยู่ในโผอีกครั้ง เช่นเดียวกับสติลิยัน เปตรอฟ มิดฟิลด์ของแอสตัน วิลล่า และนิโคไล มิไฮลอฟ ผู้รักษาประตูของทเวนเต้ ซึ่งไม่ได้ถูกเรียกตัวมาร่วมทีมชุดอุ่นเครื่องกับเบลารุสเมื่อเดือนที่แล้ว

ซิมิออน รายคอฟ ปีกหน้าใหม่ที่ยังไม่เคยติดทีมชาติมาก่อน ถูกเรียกมาเป็นตัวสแตนด์บายแล้ว ในกรณีที่มาร์ติน เปตรอฟฟิตไม่ทัน

อเล็กซานเดอร์ ตุนเชฟ กองหลังของคริสตัล พาเลซ คัมแบ็กกลับมาติดทีมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2009 ขณะที่วาเลนติน อิลิเยฟ กองหลังของสเตอัว บูคาเรสต์ ก็มีชื่ออยู่ในทีมเช่นกัน หลังได้ลงเล่นแค่นัดเดียวในสองปีหลัง

อิเวลิน โปปอฟ ดาวยิงจากกาเซียนเทปสปอร์ ยังคงเป็นตัวความหวังในแนวรุกของบัลแกเรีย หลังเป็นคนเดียวที่เหมาทำทั้ง 2 ประตู ของทีมในรอบคัดเลือก 5 นัดที่ผ่านมา

ผู้เล่นบาดเจ็บ: มาร์ติน เปตรอฟ, วาเลรี่ โบยินอฟ, อโปสตอล โปปอฟ, ชาฟดาร์ ยานคอฟ

ความพร้อม-สภาพทีม

อังกฤษ

ฟาบิโอ คาเปลโล่ กุนซือทีมสิงโตคำราม เรียกนักเตะดาวรุ่งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาร่วมทีมด้วยหลายคนในเกมนี้ ทั้งคริส สมอลลิ่ง, ฟิล โจนส์ และ ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ แต่น่าจะยังไม่ส่งเด็กๆ ลงสนาม

ไมกาห์ ริชาร์ดส์ กองหลังของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ น่าจะได้ลงทำหน้าที่แบ็กขวาแทน เกล็น จอห์นสัน ตัวเลือกอันดับหนึ่งจากลิเวอร์พูลที่เจ็บอยู่ โดยสมอลลิ่งจะเป็นแค่ตัวสแตนด์บายอยู่ข้างสนาม

ในแผงมิดฟิลด์กุนซือชาวอิตาเลียนน่าจะยังยึดติดกับนักเตะหน้าเดิมๆ โดยให้แฟรงค์ แลมพาร์ดและแกเร็ธ แบร์รี่น่าจะได้เล่นคู่กันตรงกลางสนาม หลังจากแจ๊ค วิลเชียร์ ดาวรุ่งพุ่งแรงของอาร์เซนอล ไม่ได้ติดโผชุดนี้ด้วยเพราะเจ็บข้อเท้าอยู่

สก็อตต์ ปาร์คเกอร์ นักฟุตบอลยอดเยี่ยมของสมาคมผู้สื่อข่าวฤดูกาลที่แล้ว ก็มีลุ้นจะสอดแทรกลงสนามเช่นกัน หากคาเปลโล่จะใช้แผนการเล่นแบบ 4-3-3 ซึ่งแอชลี่ย์ ยัง ปีกตัวใหม่ของแมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งฟอร์มกำลังร้อนแรง น่าจะมีลุ้นลงเล่นเป็นตัวจริงซักที หลังถูกใช้งานในฐานะตัวสำรองเป็นส่วนใหญ่

เกมนี้อังกฤษมีสองผู้รักษาประตูที่ยังไม่มีประสบการณ์ในทีมชาติชุดใหญ่เป็นตัวสำรองของโจ ฮาร์ท หลังจากโรเบิร์ต กรีน อดีตมือหนึ่งของทีม ต้องถอนตัวไปเพราะเจ็บนิ้วมือ ทำให้แฟรงค์กี้ ฟิลดิ้ง นายทวารทีมชาติชุดเล็ก ถูกดึงตัวมาเสริมร่วมกับเดวิด สต๊อคเดล

โจลีออน เลสค็อตต์ ซึ่งน่าจะได้ลงยืนเป็นปราการหลังตัวกลางคู่กับจอห์น เทอร์รี่ มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ก็กลับมาลงซ้อมกับทีมได้ตามปกติแล้ว

ผู้เล่นบาดเจ็บ: โรเบิร์ต กรีน, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เกล็น จอห์นสัน, แจ๊ค วิลเชียร์, สตีเว่น เจอร์ราร์ด

วิเคราะห์รูปเกม

อังกฤษไม่ได้ลงเตะในโปรแกรมอุ่นเครื่องก่อนถึงนัดนี้ เพราะแมตช์กับฮอลแลนด์ถูกยกเลิกไปจากเหตุจลาจลในลอนดอน ทำให้ไม่มีโอกาสได้ทดลองนักเตะใหม่ๆ

เกมนี้ต้องฝากความหวังไว้กับหัวใจหลักอย่างเวย์น รูนี่ย์ที่ฟอร์มกำลังเข้าฝักว่าจะนำทีมบุกไปถล่มบัลแกเรียได้ เพราะเจ้าบ้านมีผลงานย่ำแย่ในการเล่นในถิ่นที่ยังทำประตูไม่ได้เลย

เกมนี้บัลแกเรียจะแพ้ไม่ได้หากยังหวังรักษาโอกาสอันริบหรี่ในการจะผ่านเข้ารอบเอาไว้ แต่ก็คงไม่ใช่งานง่ายเพราะยังไม่เคยชนะอังกฤษได้เลยในการพบกัน 9 ครั้งที่ผ่านมา

นัดนี้สิงโตคำรามแม้จะเป็นทีมเยือนแต่น่าจะทำเกมบุกเข้าใส่ได้มากกว่า และในเกมที่ผ่านๆ มาก็มักจะทำผลงานนอกบ้านได้ดี เกมนี้ก็น่าจะค่อยๆ นวดและใช้ประสบการณ์ที่เหนือกว่าบดเอาชนะไปได้

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม:

บัลแกเรีย (4-5-1): นิโคไล มิไฮลอฟ; อิวาน บันดาลอฟสกี้, วาเลนติน อิลิเยฟ, อิวาน อิวานอฟ, เปตาร์ ซานเนฟ; สตานิสลาฟ มาโนเลฟ, สติลิยัน เปตรอฟ, มาร์ควินญอส, บลากอย จอร์จิเยฟ, มาร์ติน เปตรอฟ; อิเวลิน โปปอฟ

โค้ช: โลธาร์ มัทเธอุส

อังกฤษ (4-3-3): โจ ฮาร์ท; ไมกาห์ ริชาร์ดส์, จอห์น เทอร์รี่, โจลีออน เลสค็อตต์, แอชลี่ย์ โคล; ธีโอ วัลค็อตต์, สกอตต์ พาร์คเกอร์, แฟรงค์ แลมพาร์ด, แกเร็ธ แบร์รี่; สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง, เวย์น รูนี่ย์, แอชลี่ย์ ยัง

ผู้จัดการทีม: ฟาบิโอ คาเปลโล่

ฮอตสกอร์: อังกฤษชนะ 2-0

เรื่องล่าสุดของหมวด ฟุตบอลต่างประเทศ

ดูหมวด ฟุตบอลต่างประเทศ ทั้งหมด