ฉลามย้ำแค้นอัดเทโรฯ 3-0,บุรีรัมย์ยังบู่ในบ้านเจ๊ากูปรี 2-2

ฉลามย้ำแค้นอัดเทโรฯ 3-0,บุรีรัมย์ยังบู่ในบ้านเจ๊ากูปรี 2-2
Thaileaugeonline

สนับสนุนเนื้อหา

ฉลามชล ชลบุรี เอฟซี เปิดบ้านย้ำแค้น มังกรไฟ บีอีซี เทโรฯ 3-0,อีกคู่ที่นิวไอ-โมบาย ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังกู่ไม่กลับเกมในบ้านยังฟอร์มบู่ไล่เจ๊าอีสาน ยูไนเต็ด 2-2

ชลบุรี เอฟซี 3 - 0 บีอีซี เทโร ศาสน

ศึกสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีกนัดแรกเลกสองวันนี้ เป็นการพบกันระหว่างทีม “ฉลามชล”ชลบุรี เอฟซี เปิดบ้านพบกับทีม “มังกรไฟ”บีอีซี เทโรศาสน โดยทั้งสองทีมเพิ่งจะพบกันมาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยผลออกมาว่า ชลบุรี บุกไปเฉือน 2-1 โดยเกมนี้ทั้งสองทีมส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนาม
 
เริ่มเกม การแข่งขัน เจ้าบ้านครองเกมในแดนกลางไว้ได้เป็นส่วนใหญ่ แต่โอกาสเข้าทำยังคงไม่มี ด้านทีมเยือนอาศัยจังหวะโต้กลับเร็วเข้าเล่นงานแนวรับฉลามชล นาทีที่ 6 เป็นทางฝั่งเจ้าบ้านที่มีโอกาสได้ลุ้นประตูก่อนจากจังหวะที่ กวาง จิน ชอน วางบอลโด่งเข้าไปในกรอบเขตโทษและเป็น พิภพ อ่อนโม้ ที่โหนขึ้นโหม่ง แต่บอลไม่มีน้ำหนักลอยโด่งออกข้างไป
 
นาทีที่ 13 เจ้าบ้าน ชลบุรี ได้ลูกฟรีคิก ตรงริมเส้นฝั่งขวา อาทิตย์ สุนทรพิธ รับอาสาเปิดด้วยซ้าย บอลโค้งเข้าในกรอบเขตโทษที่มีผู้เล่น ชลบุรี รออยู่ แต่พิศาล ดอกไม้แก้ว นายทวารบีอีซี เทโรฯ พุ่งปัดออกมาได้ทัน
 
ยังคงเป็นเจ้าบ้านที่เปิดเกมบุกใส่ทีมเยือนได้ดีกว่า นาทีที่ 23 คูชิดะ เปิดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ แล้วเป็น พิภพ อ่อนโม้ ที่ชิงขึ้นโหม่งก่อน พิศาล ดอกไม้แก้ว แต่บอลไม่ไปไหน กรกช วิริยะอุดมศิริ เตะทิ้งออกไปได้ทันหวุดหวิด
 
นาทีที่ 27 ทีมเยือนมีโอกาสบ้างจากจังหวะที่ รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค กระชากบอลมาทางริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนตบเข้ามาที่กรอบเขตโทษ ชลบุรี และเป็น วิชะยา เดชมิตร ที่ได้วิ่งมาแปด้วยซ้ายเต็มๆ แต่บอลนั้นแรงและหลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย
 
เกมผ่านมาในนาทีที่ 38 เจฟฟรีย์ ดูม๊อง ได้โอกาสทอง จากจังหวะแทงบอลตามช่องของเพื่อนร่วมทีม เจ้าตัวพลิกหลบ ก่อนที่จะได้ ซัดด้วยเท้าขวาบอลนั้นพุ่งไปชนเสาแรกกระดอนออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย
 
ช่วงท้ายเกม เป็นทางฝั่งทีมเยือน “มังกรไฟ” ที่ได้โอกาสทองบ้าง จากจังหวะแทงบอลทะลุช่องของเพื่อนร่วมทีม กิลเบิร์ต คุมสัน หลุดกับดักล้ำหน้า เข้ามาในกรอบเขตโทษฝั่งขวา และตัดสินใจยิงทันที แต่ สินทวีชัย นายด่านฉลามชล ออกมาปิดมุมได้ไว บอลจึงโดนเจ้าตัวออกหลังไป หลังจากนั้นทั้ง 2 ทีมไม่สามารถทำประตูกันได้ จบเกมในครึ่งแรก ชลบุรี เอฟซี เสมอ บีอีซี เทโรศาสน 0-0
 
เริ่มครึ่งหลังมาได้ 5 นาทีทีมเป็นทางเยือนได้ลุ้นจากจังหวะสวนกลับเร็ว กิลเบิตร์ คูมสัน แทงบอลทะลุช่องมาให้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ควบพาบอลไปหน้ากรอบเขตโทษก่อนตัดสินใจยิงทันทีบอลพุ่งไปเข้ามือ สินทวีชัย นายทวารเจ้าบ้านล้มตัวรับเอาไว้ได้
 
น.59 และแล้วเจ้าบ้านก็มาได้ประตูออกนำจากจังหวะที่ อาทิตย์ สุนทรพิธ โยกหลบกองหลังก่อนเปิดบอลเรียดเข้ากลางให้ จิน ควาง ชอน ยิงไปติดเซพของ พิศาล ดอกไม้แก้ว  นายทวารทีมเยือนในจังหวะแรกบอลปลิ้นมาเข้าทาง พิภพ อ่อนโม้ ตามซ้ำโล่งๆเข้าประตูไป ให้เจ้าบ้านขึ้นนำ 1-0
 
หลังจากนั้นทั้งสองทีมก็ยังเปิดเกมรุกแลกกันอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งนาทีที่ 78 เจ้าบ้านมาได้ลูกที่สองจากจังหวะที่ อาทิตย์ สุนทรพิธ พาบอลมาริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนไหลเข้ากลางให้ สุกรี อีแต จับบอลหลอกกองหลังทีมเยือนสองคนก่อนจะยิงเล่นทางเข้าไปอย่างเหนือชั้น ให้ฉลามชล นำห่าง 2-0
 
น.80 เจ้าบ้านเกือบได้ลูกที่สามตอกฝาโลงจากจังหวะที่ สุกรี อีแต พาบอลกระชากเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนยิงเต็มข้อบอลพุ่งไปติด พิศาล ดอกไม้แก้ว นายทวารทีมเยือนซูเปอร์เซพพุ่งปัดออกไปได้หวุดหวิด ในช่วงท้ายเกมเจ้าบ้านมาได้ประตูย้ำชัยชนะจากการยิงของ โฟเด้ บองกาลี่ ที่ยิงจ่อๆระยะเผาขนเข้าไป ทำให้จบเกมเป็นทางเจ้าถิ่น ชลบุรี เอฟซี เปิดบ้านเอาชนะ บีอีซี เทโรศาสน ไปแบบสบายๆ 3-0 คว้าสามแต้มไล่จี้เอสซีจีเมืองทองฯ จ่าฝูงเหลือ 2 แต้ม แต่ลงแข่งมากกว่า 1 นัด ส่วน บีอีซี ยังรั้งอันดับ 4 เหมือนเดิมต่อไป
 
รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม
ชลบุรี เอฟซี : สินทวีชัย หทัยรัตนกุล (GK), ณัฐพงษ์ สมณะ , โฟเด้ บองกาลี่ , ชลทิตย์ จันทคาม , นพนนท์ คชพลายุกต์ , อาทิตย์ สุนทรพิธ , คาซูโตะ คูชิดะ , อดุล หละโสะ , จิน ควาง ชอน , เจฟฟรีย์ ดูม๊อง , พิภพ อ่อนโม้ (C)
 
บีอีซี เทโรศาสน : พิศาล ดอกไม้แก้ว (GK), กรกช วิริยะอุดมศิริ , ปรัชญ์ สมัครราษฎร์ , โจเซ ฟรังโก้ , นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม , วิชะยา เดชมิตร , รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค(C) , คาเลด คารูบี , ชนาธิป สรงกระสินธ์ , รณชัย รังสิโย , กิลเบิร์ต คูมสัน

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 2 - 2 อีสาน ยูไนเต็ด

ที่สนามนิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม เจ้าถิ่น "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 3 ของตาราง เปิดรังต้อนรับการมาเยือนของ  "กูปรีอันตราย" อีสาน ยูไนเต็ด  ทีมอันดับ 8 ของตารางคะเเนน ผลงานนัดล่าสุดของทั้งสองทีมเพิ่งจะเจ๊ากันไป 1-1 ของการเเข่งนัดสุดท้ายในเลกเเรก
 
โดยเกมวันนี้เจ้าบ้านไม่มี ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน นายทวารที่ติดโทษเเบนเพียงรายเดียว ด้าน "โค้ชแต๊ก" อรรถพล บุษปาคม กุนซือใหญ่จัดนักเตะชุดที่ดีที่สุดลงสนามกันอย่างพร้อมเพียง ส่วนทีมเยือน ขุมกำลังก็พร้อมเต็มที่ อ.พยงค์ ขุนเณร เฮดโค้ชจัดทัพใหญ่ลงสนามด้วยเช่นกัน ผู้ตัดสินในเกมนี้ ประพจน์ ดิษฐ์สมศรี
 
เริ่มเกมในครึ่งเวลาเเรกผ่านมา 9 นาที เจ้าบ้านเป็นฝ่ายบุกเเละมีโอกาสลุ้นก่อน เมื่อ อภิเชษฐ์ พุฒตาล ได้บอลทางฝั่งขวาพาบอลไปสุดเส้นหลังก่อนตัดสินใจเปิดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ เเต่ ธีรชัย งามเจริญ เเนวรับทีมเยือนสกัดผิดเหลี่ยมบอลเกือบเข้าประตู
 
ถัดมา น.14 ทีมเยือนก็มาได้ประตูขึ้นนำก่อนจากจังหวะที่ ใหญ่ นิลวงษ์ ตัดบอลได้ตรงกลางสนามก่อนที่จะบรรจงเปิดทะลุช่องไปให้ คิม แท ยอง ที่เติมขึ้นมาใช้ความเร็ววิ่งตามไปเก็บบอลก่อนที่จะใช้ความสามารถเฉพาะตัวหลอกเเนวรับเจ้าบ้านหนึ่งจังหวะ แล้วซัดด้วยซ้ายบอลพุงเสียบเสาสองเข้าไปตุงตะข่ายให้ทีมขึ้นนำเจ้าบ้านก่อน 1-0
 
จากนั้น น. 31 เจ้าบ้านก็ได้โอกาสลุ้นประตูตีเสมออีกครั้ง เมื่อ ปทุม ชูทอง ได้บอลตรงหน้ากรอบเขตโทษก่อนที่จะกลับตัวซัดด้วยขวา บอลพุงโค้งกำลังจะเสียบใต้คาน เเต่ยังดี มุนเซ่ อุลริช นายทวารทีมเยือนโชว์ซุปเปอร์เชฟ บินปัดทิ้งออกหลังไปไว้ได้ทัน เจ้าบ้านพลาดไปอย่างน่าเสียดาย
 
ท้ายเกมใน น.44 เจ้าบ้านที่เดินหน้าบุกเเหลกก็มีโอกาสอีกครั้งจากลูกเตะมุมทางฝั่งขวา ธีราทร บุญมาทัน เปิดด้วยซ้ายเข้ามาในกรอบเขตโทษ มุนเซ่ อุลริช นายทวารทีมเยือนออกมาตัดบอลพลาด บอลมาเข้าหัวของ สุเชาว์ นุช นุ่ม ที่ขึ้นโหม่งคนเดียวเน้นๆ บอลหลุดออกหลังไปนิดเดียว
 
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บในครึ่งเเรก เจ้าบ้านก็ได้ประตูตีเสมอจนได้ เมื่อเเนวรับทีมเยือนสกัดบอลไม่ดี บอลมาเข้าทางของ จักรพันธ์ เเก้วพรม ที่เติมขึ้นมาทางฝั่งซ้ายเก็บบอลได้เเล้วเปิดด้วยเท้าขวาไปทางเสาสองให้กับ สุเชาว์ นุชนุ่ม ได้ยิงบอลผ่านมือมุนเซ่ อุลริช นายทวารทีมเยือนเข้าไปตุงตะข่ายให้ทีมบุรีรัมย์ตามตีเสมอได้สำเร็จเป็น 1-1 ในครึ่งเวลาเเรก
 
เริ่มเกมในครึ่งเวลาหลังผ่านมาได้ 10 นาทีเจ้าบ้านเปิดเกมบุกกดดันอย่างต่อเนื่องจนมีโอกาสลุ้นครั้งเเรกของต้นครึ่งหลัง เมื่อทาง ธีราทร บุญมาทัน ใช้ความเร็วของตัวเองพาบอลขึ้นมาทางริมเส้นฝั่งขวาก็ที่จะเลี้ยงจี้เข้าไปในกรอบเขตโทษเเล้วเปิดบอลเข้ามาในเขตโทษ เเต่ มุนเซ่ อุลริช นายทวารทีมเยือนยังไม่พลาดรับไว้ได้สบาย
 
จากนั้นทีมเยือนที่โดนเจ้าบ้านบุกใส่อย่างหนักก็มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะสวนกลับ ใน น.65 เมื่อทาง ไพโรจน์ โสคำ พาบอลขึ้นมาเปิดทางฝั่งซ้ายให้กับ ใหญ่ นิลวงษ์ ใช้ความเร็วหลุดเข้าไปในในกรอบเขตโทษเเล้วล็อกหลอกนายทวารเจ้าบ้านหนึ่งจังหวะ ก่อนที่จะซัดเต็มเท้าตุงตะข่ายให้ทีมเยือนขึ้นนำอีกครั้ง 2-1
 
ต่อมา น.71 เจ้าบ้านก็ตามตีเสมอเป็น 2-2 ได้สำเร็จ จากจังหวะที่ สุเชาว์ นุชนุ่ม ได้บอลตรงหน้ากรอบเขตโทษ เเล้วหาจังหวะซัดด้วยเท้าซ้ายเต็มเเรง บอลพุ่งชนเส้นเด้งออกมาเข้าทาง ซารีฟ สายนุ้ย ผู้เล่นสำรองที่ลงไปใหม่ซัดเต็มข้อเข้าประตูไปไม่เหลือซาก
 
จากนั้นทีมเยือนได้โอกาสลุ้นอีกครั้งใน น.83 จากจังหวะที่ สุรเชษฐ์ สถาวรวณิช ใช้ความเร็วฉวยโอกาสที่เเนวรับเจ้าบ้านเช็คลูกล้ำหน้าพลาดหลุดเข้าไปซัดคนเดียวเน้นๆทางฝั่งขวา เเต่บอลไม่ผ่านมือ ยศพล เทียงดาห์ นายทวารเจ้าบ้านก็ยังปัดไว้ได้ทัน
 
ช่วงเวลาที่เหลือในครึ่งเวลาหลังทั้งคู่ยังคงเปิดเกมบุกเข้าใส่กันอย่างสนุกเเละมีโอกาสลุ้นทำประตูกันอีกหลายครั้ง เเต่นายทวารทั้งสองทีมก็ยังไม่พลาดทำให้จบเกมนี้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเจ๊ากับ อีสาน ยูไนเต็ด 2-2
 
รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ยศพล เทียงดาห์(GK),ธีราทร บุญมาทัน,ปทุม ชูทอง, เฉลิมศักดิ์ เเก้วสุขเเท้, อีฟว์ เอกวัลลา เฮอร์มัน, จักรพันธ์ เเก้วพรม(อาทิตย์ บุตรจินดา น.75), มาร์โก เซ็ตโควิช, สุเชาว์ นุชนุ่ม, อภิเชษฐ์ พุฒตาล(C),แอนโทนีอำไพพิทักษ์วงศ์( เอกชัย สำเร่ น.81), อันวาร์ ราจาบอฟ(ซารีฟ สายนุ้ย น.69)
 
อีสาน ยูไนเต็ด : มุนเซ่ อุลริช(GK), ไพโรจน์ โสคำ, ธีรชัย งามเจริญ, กีย์ ฮูเบิร์ต, ใหญ่ นิลวงษ์(ชาเยเน่ ซานโตส น.72), ทศพล การปลูก, วุฒิชัย ทาทอง(C), เคลาดิโอ ปาสเคลา(วิชา นันทะศรี น.59),พิชิต ใจบุญ, คิม แท ยอง(สุรเชษฐ์ สถาวรวณิช ), สมพร ธัญญเจริญ
 
สรุปผลไทยพรีเมียร์ลีก วันพุธที่ 25 กรกฎาคม 2555
- บีบีซียู เอฟซี ชนะ ทีโอที เอสซี 3- 2    

- โอสถสภา เอ็ม 150 สระบุรี ชนะ ชัยนาท เอฟซี     2- 1

- อาร์มี่ ยูไนเต็ด เสมอ บางกอกกล๊าส เอฟซี 0- 0    

- วัวชน ยูไนเต็ด เสมอ การท่าเรือไทย เอฟซี 0- 0    

- ชลบุรี เอฟซี ชนะ บีอีซี เทโรศาสน     3- 0

- พัทยา ยูไนเต็ด เสมอ ทีทีเอ็ม เชียงใหม่ 2- 2    

- อินทรี เพื่อนตำรวจ เสมอ เชียงราย ยูไนเต็ด 1- 1    

- บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เสมอ อีสาน ยูไนเต็ด 2- 2    

- เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ชนะ เจนิฟู้ด สมุทรสงคราม เอฟซี 1-0