เขมรหยันไทยไม่น่ากลัวเหมือนก่อน มาโน่ปรับทัพกู้ชื่อยู-22

เขมรหยันไทยไม่น่ากลัวเหมือนก่อน มาโน่ปรับทัพกู้ชื่อยู-22
Thaileaugeonline

สนับสนุนเนื้อหา

ซอง เจ ตรา กุนซือกัมพูชาชุดยู-22คึกจัดออกโรงหยันขุนพลช้างศึกในยุคนี้ไม่ได้น่าเกรงขามเหมือนเดิม หลังไทยประเดิมด้วยความพ่ายแพ้ ส่วนพวกเขาเอาชนะ ฮ่องกง ได้ 3-2 ด้าน มาโน่ โพลกิ้ง สั่งเก็บ 3 แต้มกู้ศักดิ์ศรี พร้อมกำชับลูกทีมห้ามประมาทคู่แข่ง

ซอง เจ ตรา หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติกัมพูชา รุ่นอายุไม่เกิน 22 ปี เผยลูกทีมของเขาไม่ได้หวั่นเกรงชื่อชั้นของทีมชาติไทย อดีตมหาอำนาจลูกหนังอาเซียนอีกแล้ว โดยบอกว่าทัพ “ช้างศึก”ในยุคนี้ไม่ได้น่ากลัวเหมือนในสมัยรุ่งเรือง แต่ยอมรับว่าลูกทีมยังเป็นรองในการเจอกันพรุ่งนี้

กัมพูชา เริ่มต้นทัวนาเม้นท์ศึกเอเอฟซี ยู-22 แชมเปี้ยนส์ชิพ 2013 รอบคัดเลือก ด้วยการเฉือนชนะ ฮ่องกง 3-2 รั้งอันดับ 3 ของกลุ่มเอฟ มี 3 แต้มเท่ากับ เกาหลีเหนือ และ จีน ที่คว้าชัยทั้งคู่ ส่วนไทย พ่ายให้กับทัพ “โสมแดง”ประเดิมด้วยการไม่มีคะแนน โดยทั้งคู่จะต้องพบกันในเกมที่สองวันจันทร์นี้

“เรารู้ดีว่าเป็นรองทีมชาติไทยอยู่มาก แต่ครั้งนี้เราเตรียมทีมเพื่ออนาคตและหากจะแพ้ก็ขอสู้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามเวลานี้ลูกทีมของผมไม่มีใครหวั่นเกรงชื่อชั้นของไทยซึ่งแตกต่างจากสมัยก่อน พวกเขาไม่ได้น่ากลัวเหมือนอย่างเคย” ซอง เจ ตรา กล่าว

ด้านความเคลื่อนไหวของทีมชาติไทยล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา มาโน่ โพลกิ้ง หัวหน้าผู้ฝึกสอน และ วินฟรีด เชเฟอร์ ที่ปรึกษาเน้นโปรแกรมให้นักเตะตัวหลักได้พักฟื้นร่างกายจากการที่ต้องลงเล่นติดๆกันในทัวนาเม้นท์ มากกว่าการฝึกซ้อมแบบหักโหม

โพลกิ้ง ให้สัมภาษณ์ว่า “เกมกับกัมพูชาไม่ใช้เกมที่ง่ายแน่นอน พวกเขาสามารถเก็บ 3 คะแนนได้ในนัดแรกด้วย ผู้เล่นของเขาค่อนข้างมีความแข็งแรงและมีสไตล์การเล่นที่ทุ่มเทในทุกๆจังหวะ อีกทั้งหลังจากที่เรายังไม่มีคะแนนจึงบังคับให้เราต้องเปิดเกมรุกเข้าใส่เพื่อเก็บชัยชนะแม้ว่าเราจะดูเหนือกว่าแต่ผมก็เตือนลูกทีมว่าห้ามประมาทในเกมนี้เด็ดขาด”

ทั้งนี้คาดว่าเกมกับกัมพูชา โพลกิ้ง จะมีการปรับทับจากนัดแพ้เกาหลีเหนือพอสมควรหลังจากได้ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ พ้นโทษแบนกลับมา โดยหันมาใช้ระบบ 4-4-2 มี วัชระ บัวทอง เป็นผู้รักษาประตู กองหลัง (จากซ้ายไปขวา” วีระวุฒิ กาเหย็ม ,ชิติพัทธ์ แทนกลาง ,พุทธินันท์ วรรณศรี ,นพนนท์ คชพลายุกต์ 

กองกลาง (จากซ้ายไปขวา) ชนาธิป สรงกระสินธุ์ ,ปกเกล้า อนันต์ ,ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ,อนุวัฒน์ นาคเกษม ส่วนคู่หน้ายังเป็น อดิศักดิ์ ไกรษร และ ชนานันท์ ป้อมบุปผา เช่นเดิม

ด้าน “บิ๊กโต้ง" กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะผู้จัดการทีม ได้ให้โอวาสและได้อวยพรแก่นักฟุตบอล ยช. 22 ปีทีมชาติไทย ที่ กรุงเวียงจันทร์ สปป.ลาว ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ในเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา พร้อมกับให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า

“แม้ว่าทีมชาติไทยจะแพ้ในเกมนัดแรกให้กับทีมเกาหลีเหนือ แต่ผมก็ยังพอใจเนื่องจากเด็กต่างมีความมุ่งมันและทุ่มเทให้กับทีมชาติ ซึ่งผมก็ได้พูดคุยกับเด็กว่ายังมีโอกาสอยู่เสมอ เพราะหลายคนต่างมองว่าสายนี้เป็นการแย่งชิงกันระหว่าง 3 ทีม มีไทย, เกาหลีเหนือ และจีน แต่ผมมองว่าอีก 3 ทีมที่เหลือก็ยังมีโอกาสและมีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน ก็อยากให้ทีมชุดนี้มีการเริ่มต้นที่ดีเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่ประเทศพม่าต่อไป”  

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันนัดที่สองของกลุ่มเอฟ วันที่ 25 มิ.ย.นี้ ไทย พบ กัมพูชา ที่สนามกีฬาเจ้าอนุวงษ์ เวลา 16.00 น. ,ที่สนาม ลาว เนชั่นแนล สเตเดี้ยม  จีน พบ ฮ่องกง เวลา 16.00 น. และ เกาหลีเหนือ พบ ลาว เวลา 19.00 น.